จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท
รมช. แนน ชี้ ทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ จ่อคิวกว่าล้านล้านบาท กดดันบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งเคาะเกณฑ์-นิยาม เน้นย้ำบทบาท ดีอี วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล-AI เชื่อมไทยเข้าห่วงโซ่อุปทานโลกรองรับอนาคต รับ โจทย์ IMF-World Bank 2026
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากบทสนทนาในงานประชุม IMF – World Bank 2026 ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล – ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการพูดถึงกว้างขวาง ขณะที่ท่ารองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ได้เข้าร่วมกว่า 50 เซสชัน เห็นภาพตรงกัน ว่าไทยจะต้องเร่งเครื่องเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเอไอของโลกให้เร็ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจเอไอ กระทรวงดีอีซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลความปลอดภัยและวางรากฐานดิจิทัล ก็มองว่าต้องกลับมามองรากฐาน คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งมีสองส่วนสำคัญที่เกี่ยวกันมาก คือ “ดาต้าเซ็นเตอร์” และ “เซมิคอนดักเตอร์”
แต่ตอนนี้ความชัดเจนในกรอบการก่อสร้างและการลงทุนยังต้องรอการพิจารณาจาก คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ชุดใหญ่ ซึ่งหากคณะกรรมการนี้ สามารถร่วมพิจารณากฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะ “นิยามเฉพาะ” สำหรับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นตัวอย่างให้กับกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล-เอไอ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหม่และเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายกระทรวง
“ตอนนี้เห็นว่ามีเงินลงทุนเข้ามารอแล้วนับ ล้านล้านบาท ที่กำลังรอความชัดเจนจากบอร์ดฯ ชุดใหญ่ หากสามารถทำเรื่องนี้ได้ ต่อไปก็จะเป็นตัวอย่างให้เซมิคอนดักเตอร์ และกิจการอื่นๆ ในอนาคต”
และว่า การเร่งออกหลักเกณฑ์มีความสำคัญต่อการรักษาโอกาสลงทุนของประเทศไทยด้วย เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีข้อมูลแผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าระดับล้านล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายเริ่มก่อสร้างและมีลูกค้าจองใช้บริการแล้ว
ทั้งนี้ การจัดทำหลักเกณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นต้นแบบการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ เพื่อนำไปต่อยอดกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว และสนับสนุนเป้าหมายผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI (AI Supply Chain) ซึ่งสอดรับกับแนวทางที่รัฐบาลประกาศบนเวทีการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ปี 2569 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพที่ผ่านมา
การจัดทำร่างหลักเกณฑ์กำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย คาดหวังว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในไตรมาส 1 ปี 2570 แต่ยังไม่สามารถยืนยันกรอบเวลาได้ เนื่องจากต้องหาข้อสรุปว่า ดาต้าเซ็นเตอร์จัดเป็นอุตสาหกรรมประเภทใด เพื่อกำหนดเงื่อนไขการใช้ที่ดิน ผังเมือง และพื้นที่ตั้งโครงการ โดยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ชุดใหญ่มีกำหนดประชุมวันที่ 21 ต.ค.69 เพื่อพิจารณาความคืบหน้าจากคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด
สำหรับการประชุมดังกล่าว กระทรวงดีอีมีหน้าที่รวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ โดยร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พัฒนาระบบ TH-DC Dashboard เพื่อแสดงภาพรวมความต้องการของโครงการลงทุนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ขณะที่คณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุดรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจและบูรณาการข้อมูลและระบบนิเวศ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพื้นที่ ผังเมือง การใช้ที่ดินและอาคาร และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอประกอบการกำหนดหลักเกณฑ์ร่วมกัน
ปัญหาที่ต้องเร่งหารือในตอนนี้ คือ ระเบียบ “พื้นที่ก่อสร้าง” บางพื้นที่อาจก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ได้ตามกฎหมายผังเมือง แต่กลับมีไฟฟ้า น้ำ หรือโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอ
ขณะที่เขตพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีโรงงานเดิมใช้งานอยู่แล้ว อาจมีไฟฟ้าพอ แต่น้ำไม่พอ จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะใช้สีผังเมืองเป็นเกณฑ์กำหนด หรือใช้เกณฑ์ใด ไม่ว่าจะก่อสร้างตรงไหน อย่างไร ขั้นสุดท้ายดาต้าเซ็นเตอร์ต้องขอใช้ไฟฟ้าอยู่ดี
นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีลักษณะแตกต่างจากโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป เพราะต้องใช้พลังงานและสาธารณูปโภคจำนวนมาก แต่มีการจ้างงานในพื้นที่ค่อนข้างน้อย โดยหนึ่งโครงการอาจมีพนักงานไม่ถึง 50 คน จึงต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจควบคู่กัน