เปิดไทม์ไลน์รถไฟฟ้า 6 สายใหม่ ปีหน้า ‘ส้ม‘ ออกวิ่ง ‘น้ำตาล’ ตอกเข็มปี’72
หลังเปิดให้บริการรถไฟฟ้า 4 สายทาง เชื่อมการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ด้วยระยะทางรวม 137.9 กม. นับจากสายแรกสาย “สีนํ้าเงิน” เมื่อปี 2547 ต่อด้วย “สายสีม่วง” ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ ในปี 2559 สายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรงในปี 2566
ล่าสุดการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังเร่งปิดจ็อบการก่อสร้างสายทางอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ระยะทางรวม 59.5 กม. ให้เปิดได้ตามแผน พร้อมปักธงเดินหน้า 4 รถไฟฟ้า 4 สายใหม่ และขยายการลงทุนไปยัง 5 จังหวัด รับเมืองขยาย ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ ภายใต้แผน “MRTA Future Connect”
ปิดจ็อบสร้างสีส้ม-ม่วงใต้
“กาจผจญ อุดมธรรมภักดี” ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไล่ไทม์ไลน์ในปี 2571 จะเปิดรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. จำนวน 17 สถานี งานโยธาเสร็จแล้ว งานระบบคืบหน้า 75.12% รถขบวนแรกมาถึงประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้และมาครบ 16 ขบวนในเดือนพฤษภาคม 2570 จากนั้นเดือนธันวาคม 2570 จะเปิดทดลองวิ่งและเก็บค่าโดยสารเดือนมกราคม 2571

ปี 2573 จะเปิดสายสีส้มตะวันตกช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 13.4 กม. จำนวน 11 สถานี งานก่อสร้างและงานระบบคืบหน้าแล้ว 36.8% จะเปิดเดือนกรกฎาคม 2573 และสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กม. จำนวน 17 สถานี งานก่อสร้างคืบหน้า 79.35% งานระบบอยู่ระหว่างปรับปรุงรายงาน PPP
โดยเป็น PPP Gross Cost ระยะเวลา 30 ปี และเจรจารายเดิมเพื่อเดินรถต่อเนื่องกับสายสีม่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ จะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ แต่สายสีม่วงยังมีรถเหลือ 3 ขบวน อาจทยอยเปิดเป็นเฟสก่อนปี 2572 เช่น เตาปูน-หอสมุดแห่งชาติ และเปิดตลอดสายเดือนพฤศจิกายน 2573
คิวต่อไปสีน้ำตาลตอกเข็มปี’72
นอกจากนี้ รฟม.ยังอยู่ระหว่างศึกษารถไฟฟ้าสายรอง 4 สายทาง ระยะทางรวม 64.8 กม. ที่รับโอนบางสายมาจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยปี 2570-2572 จะเป็นการทบทวนผลศึกษา สายต่อไปจะเริ่มสร้างคือ สายสีน้ำตาลช่วง “แคราย-ลำสาลี” ระยะทาง 22.1 กม. วงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท มี 20 สถานี รอบูรณาการแบบร่วมกับโครงสร้างทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างในปี 2572 เปิดปี 2575
จากนั้นเป็นสายสีเทาช่วง “วัชรพล-ทองหล่อ” ระยะทาง 16.3 กม. จำนวน 15 สถานี สายสีเงินช่วง “บางนา-สุวรรณภูมิ” ระยะทาง 19.7 กม. จำนวน 14 สถานี ล่าสุดหารือบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จะปรับเส้นทางเชื่อมเข้าสู่อาคารผู้โดยสารทิศใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิ ตามที่ ทอท.มีแผนจะก่อสร้าง โดย 2 สายนี้เปิดในปี 2576
ชะลอสีฟ้า-เขียว-น้ำเงินต่อขยาย
ส่วนสายสีฟ้าช่วง “ดินแดง-สาทร” ระยะทาง 6.7 กม. มี 9 สถานี รอประเมินอีกครั้งในปี 2572 ถึงจะตัดสินใจจะเริ่มทบทวนผลศึกษาหรือไม่
ขณะที่สายสีเขียวส่วนต่อขยาย “คูคต-ลำลูกกา” และ “บางหว้า-ตลิ่งชัน” และสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย “บางแค-พุทธมณฑลสาย 4” ยังไม่มีแผนจะเดินหน้า คงต้องรอให้ 4 สายใหม่ได้เริ่มดำเนินการก่อน
“กาจผจญ” กล่าวว่า รฟม.ยังผลักดันโครงการระบบขนส่งมวลชนระบบรางในเมืองหลักภูมิภาค ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก และสงขลา ซึ่ง ครม.มีมติโอนมาให้ รฟม.ดำเนินการจากเดิมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นผู้ดำเนินการและศึกษาโครงการแล้ว ซึ่ง รฟม.ต้องนำผลการศึกษา 5 จังหวัดมาทบทวนและปรับปรุงแผนงานแต่ละโครงการใหม่ ให้สอดคล้องสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งความเป็นไปได้ ความเหมาะสม รูปแบบการลงทุน ความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป
“โครงการไหนที่ให้รัฐอุดหนุนน้อยที่สุด จะดำเนินการเป็นโครงการแรก แต่ยังไม่สามารถระบุไทม์ไลน์ได้ว่าจะเริ่มในปีไหน เพราะการพัฒนารถไฟฟ้าภูมิภาคมีความท้าทายหลายด้านเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น ผังเมือง จราจร ระบบคมนาคมเดิม พฤติกรรมการเดินทาง สภาพภูมิศาสตร์ สภาพอากาศ ล้วนส่งผลต่อจำนวนผู้โดยสาร งานออกแบบแนวเส้นทาง งานคัดเลือกระบบ เบื้องต้นคุยกับท้องถิ่นให้นำ EV BUS วิ่งไปก่อนเพื่อดูพฤติกรรมการใช้บริการ”
จัดคิวรถไฟฟ้าภูมิภาค 5 จังหวัด
หากพิจารณาความพร้อมแต่ละโครงการแล้ว คาดว่าจะเดินหน้าได้ก่อนคือ โครงการระบบขนส่งมวลชน จ.เชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ระยะทาง 21 กม. มี 21 สถานี ตามมาด้วยโครงการระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กม. มี 21 สถานี และโครงการระบบขนส่งมวลชน จ.นครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์-สถานีร่วมจอหอ ระยะทาง 24.6 กม. มี 26 สถานี โดยทั้ง3 สายเปิดปี 2575
ส่วนโครงการระบบขนส่งมวลชนจ.พิษณุโลก สายสีแดง ช่วงมหาวิทยาลัยพิษณุโลก-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก ระยะทาง 12.6 กม. มี 15 สถานี รฟม.อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมออกแบบโครงการและให้สอดคล้องรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ ซึ่งมีผลต่อความคุ้มค่าโครงการ
ขณะที่โครงการระบบขนส่งมวลชนหาดใหญ่ จ.สงขลา ทางท้องถิ่นทำการศึกษาไว้ 10 ปีแล้ว แนวเส้นทางเริ่มต้นจากแยกคลองหวะ มุ่งไปตามแนวถนนกาญจนวนิชจนถึงแยกคอหงส์ และมุ่งต่อไปตามแนวถนนเพชรเกษมจนถึงสถานีรถตู้ ระยะทางรวม 12.54 กม. มี 12 สถานี มีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ และมีจุดเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง 3 แห่ง ที่สถานีคลองหวะ สถานีคอหงส์ และสถานีรถตู้ ใช้เงินก่อสร้าง 16,186 ล้านบาท
“รฟม.รอการเสนอตรา พ.ร.ฎ.ให้ รฟม.ดำเนินการบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป พร้อมจะทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไป พร้อมนำบทเรียนน้ำท่วมปี 2568 มาวิเคราะห์และออกแบบโครงการด้วย คาดปี 2571 ขออนุมัติโครงการ ปี 2573 คัดเลือกเอกชนและเริ่มสร้างปี 2574 เปิดปี 2578”
ไม่ใช่แค่การลงทุน “กาจผจญ” กล่าวว่า รฟม.ยังมีแผนเพิ่มรายได้และสร้างความยั่งยืนทางการเงิน โดยรายได้ในอนาคตจะไม่ได้มาจากค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว จะต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน เช่น พัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทางให้เป็นระบบเดียวกัน สามารถเปลี่ยนถ่ายระบบได้สะดวกมากขึ้น สร้างพันธมิตรทางธุรกิจร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สถาบันการเงิน แหล่งท่องเที่ยวและนันทนาการ เพื่อจัดทำสิทธิประโยชน์และกิจกรรมส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ สร้างโอกาสในการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมทางธุรกิจ ตลอดจนเปิดเช่าพื้นที่สถานีที่มีศักยภาพ พัฒนาเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ระยะยาว