คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
ปลัดคลัง แถลงผล ครม. เผยคลังออก 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 69 พักชำระหนี้ธนาคารรัฐ 7 แห่ง สูงสุด 1 ปี – สินเชื่อฟื้นฟูดอกเบี้ยต่ำ เริ่มต้นร้อยละ 0 – พร้อมมาตรการภาษี ลดภาระประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ หักค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ้านไม่เกิน 1 แสน-ซ่อมแซมรถไม่เกิน 3 หมื่น
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงการคลัง ได้เสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบ ฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ มาตรการบรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย มาตรการฟื้นฟูและมาตรการทางภาษี เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบน้ำท่วมได้โดยเร็ว
สำหรับมาตรการกลุ่มแรก เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประสบภัย โดยธนาคารรัฐทั้ง 7 แห่งจะดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป และบางแห่งสามารถพักชำระหนี้ได้นานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผ่านธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ถึง 1.99 ปลอดชำระเงินสามเดือนแรก ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละเงื่อนไขของธนาคาร
ส่วนเกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสนับสนุนสินเชื่อเสริมสภาพคล่องรายละไม่เกิน 500,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน และมีระยะเวลากู้สูงสุด 15 ปี ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนจากธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามฯ และ SME D Bank วงเงินรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ถึง 3.25 ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี
ขณะเดียวกัน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. จะยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มเติม เพื่อช่วยลูกหนี้ที่ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ
สำหรับมาตรการกลุ่มที่ 2 เป็นการฟื้นฟูผู้ประสบภัย โดยธนาคารออมสินเตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan จำนวน 30,000 ล้านบาท ให้ธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประสบภัยที่ไม่ได้เป็นลูกค้าธนาคารรัฐ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 30 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีแรกไม่เกินร้อยละ 3.5 และปีที่ 3 ถึงปีที่ 5 ประมาณไม่เกินร้อยละ 5 ขึ้นอยู่กับประวัติและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะคิดดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์ในอัตราร้อยละ 0.01
ส่วนมาตรการกลุ่มที่ 3 เป็นมาตรการทางภาษี โดยกรมสรรพากรเตรียมยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องมือและเครื่องจักรที่นำเข้ามาซ่อมแซมเครื่องจักรของผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการให้หักค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านได้ไม่เกิน 100,000 บาท และซ่อมแซมรถยนต์ได้ไม่เกิน 30,000 บาท รวมถึงขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีหลายประเภท ทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ขณะที่กรมสรรพสามิต จะขยายเวลายื่นและชำระภาษี รวมถึงการต่อใบอนุญาตต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 เพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
นายลวรณ กล่าวว่า มาตรการครั้งนี้มีจุดเด่น 3 ประการ ได้แก่ การเร่งออกมาตรการช่วยเหลือให้รวดเร็วกว่าที่ผ่านมา การพักชำระหนี้พร้อมกันของธนาคารรัฐทั้ง 7 แห่ง และการจัดสินเชื่อฟื้นฟูที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ โดยบางมาตรการเริ่มต้นที่ร้อยละ 0 เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ประสบภัย และสนับสนุนให้ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการสามารถซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูธุรกิจ และกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว