นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
อนุทิน ย้ำ 18 รมต.พร้อมรับศึกอภิปราย รับสำนักนายกฯ-มท. ต้องทำการบ้านหนัก แจงกินข้าว ‘ธรรมนัส’ เป็นเพื่อนคบมาตั้งแต่เป็นผู้กอง ย้ำ “เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง” กั๊กกระแส ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาล-ยุบรวม ‘ภูมิใจไทย’ ลั่น อย่าสมมติ ขอให้รออีกไม่นาน หัวเราะลั่น ไม่ตอบปมแบ่ง กระทรวงริมน้ำ-บทบาท ‘ศุภจี’
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นได้กำชับอะไรรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า ตัวนายกรัฐมนตรี ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายด้วย ฉะนั้นทุกกระทรวงก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจง ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานเป็น Team work อยู่แล้ว เพราะในองค์ประกอบของรัฐบาลมีเพียงสองพรรคการเมือง ดังนั้นการประสานงานและความร่วมมือต่างๆจึงไม่ยาก
ส่วนมีความกังวลกระทรวงไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย ตนก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ
เมื่อถามถึงความชัดเจนของพรรคกล้าธรรม ภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นจะเป็นอย่างไรต่อ เนื่องจากมีหลายกระแสข่าวทั้งการเข้าร่วมรัฐบาล และการยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มันยังไม่เกิด เรื่องแบบนี้จะไปพูดก่อนได้อย่างไร มีใครเขาพูดก่อนบ้าง มันยังไม่มีความหมายอะไร
เมื่อถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคกล้าธรรม จะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ถามเรื่องงานดีกว่า วันนี้อนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนหลายเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า อีกกระแสบอกว่าพรรคกล้าธรรม จะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี ได้แต่ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม
สำหรับที่สังคมมองว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความเข้มแข็งแล้ว จะเติมความเข้มแข็งเพิ่มหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลทำงานเต็มที่ ส่วนเรื่องการอภิปรายก็เป็นกระบวนการทางรัฐสภา และเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัย รวมถึงชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆอยู่แล้ว ขณะที่เรื่องการทำงานของรัฐบาลเราก็ยังต้องทำอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า แสดงว่ามีความมั่นใจการชี้แจงในสภาของรัฐมนตรีทั้ง 18 คนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 แต่ถ้าถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ข้างในก็มั่นใจ แต่จะมาบอกว่ามั่นใจมากแบบนี้พูดไม่ได้
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าถามก็ต้องกลับไปดูประวัติศาสตร์ คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อย แต่ตอนนั้นไม่ได้มีการอภิปราย แค่เกือบมีแต่ยุบสภาไปก่อน แต่พอมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้มีเกือบ 300 เสียง ผู้สื่อข่าวก็ไปคำนวณเอา
ส่วนหากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ได้เสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง จะมีผลต่อการดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงมติทุกอย่างถือเป็นเอกสิทธิ
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรม โหวตให้จะมีผลต่อการตัดสินใจในการดึงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอาไว้ให้เกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะไปหารือกับทางวิปของสภา ว่าช่วงที่รัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ และจะได้ฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลภารกิจอื่นๆ คือช่วงวันที่ 27-29 ตุลาคม และวันที่ 30 ตุลาคม เป็นวันโหวต นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล
แต่สุดท้ายจะเป็นวันไหนหรือกี่วัน ก็ขึ้นอยู่กับการหารือ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่รัฐบาลบอกว่าจะเสนอแบบนี้ เราถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรดุมาว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่ต้องเป็นการหารือของวิปสามฝ่าย รวมถึงประธานสภาด้วย ฉะนั้นก็ต้องขออภัยที่รัฐบาลอาจจะใช้คำพูดผิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการ โดยที่ไม่ได้พูดคำว่าเราเสนอ ต้องขออภัยด้วย
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการมองข้ามช็อตไปถึงหลังการซักฟอกว่ารัฐบาลจะมีเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน ถึงกับร้อง “หึ๊ย” พร้อมกล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอกเลย และเมื่อซักฟอกเสร็จก็ต้องชี้แจง ชี้แจงเสร็จก็ต้องลงมติ กว่าจะรู้ว่าเสียงจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ต้องรอตรงนั้นก่อน แล้วค่อยมาถาม
เมื่อถามย้ำว่า เท่ากับว่าไม่ได้ปฏิเสธและปิดประตูตายพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ระบุว่า “ก็ผมยังไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ สมัยที่ตนโดน แต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถามว่ากำกับได้หรือไม่ว่าจะได้กี่คะแนน ตนก็นั่งลุ้นทุกทีว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั่งว่าจะผ่านหรือเปล่า มันไม่มีอะไรที่จะบอกว่าแบบนี้ผ่านชัวร์ ๆ เพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารประเทศแบบนี้ เราต้องมั่นใจข้อมูลที่เราตอบข้อซักถาม ข้อสงสัย และข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ตนคนเดียว รัฐมนตรีอีก 17 คนก็ต้องตอบ”
ส่วนหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับ ครม. หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า “โอ๊ย อย่าเพิ่งถาม”
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีภาพการไปรับประทานอาหารกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ว่าได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง นายกรัฐมนตรีหัวเราะพร้อมถามกลับว่า “ต้องบอกด้วยเหรอ คนเป็นเพื่อนกัน”
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คือกระแสไง เชื่อว่า แล้วทำไมไม่คิดว่าตนกับร้อยเอกธรรมนัสคบกันมาตั้งแต่เป็นผู้กองจริง ๆ เลย เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮา พึ่งพากันมาตลอด มีการพบปะกันมาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าจะบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่ได้อยู่ในรัฐบาลล่ะ เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องมิตรภาพก็ยังดีที่ผมกับท่านธรรมนัสดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้” พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง”
เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องการแบ่งกระทรวงริมน้ำให้พรรคกล้าธรรม นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า “กระทรวงริมน้ำคืออะไร” ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ากระทรวงพาณิชย์ และยังจับตาบทบาทของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย นายกรัฐมนตรี จึงหัวเราะเสียงดัง พร้อมบอกว่า “อย่าสมมติ ขอให้รอ”
เมื่อถามอีกว่า หากพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาล จะเกลี่ยโควตาของพรรคภูมิใจไทยหรือโควตาของพรรคเพื่อไทย นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า “อย่างสมมติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปรายเลย ยังไม่ลงคะแนนเลย รัฐบาลทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยน รัฐบาลต้องทำงานให้กับประเทศอย่างเต็มที่ ตรงนี้จะไม่เสีย