โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
คลังวอนทุกฝ่ายใจเย็น ชี้ยังไม่เคาะเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็นถึง 29 ต.ค. นี้ ระบุแม้จะอยู่ในแผนการคลังระยะปานกลางก็ปรับได้
ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีเรื่องที่กรมสรรพากรกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้น อยากให้ทุกฝ่ายรอดูข้อมูลกันก่อน เพราะวันนี้ยังอยู่ในขั้นของการรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 29 ต.ค. นี้ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องนำมาพิจารณากันอีกทีถึงจังหวะที่เหมาะสม
“ภาษีทุกเรื่องนั่นแหละ คือเตรียมการ แต่จะบังคับใช้เมื่อไหร่ อย่างไร มันต้องดูความเหมาะสมของบริบท ณ เวลานั้น ๆ ด้วย ไม่ใช่ว่าเราไม่ฟังใคร”
ทั้งนี้ ยอมรับว่าในมุมด้านการคลังการเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรนี้อยู่ในแผนการคลังระยะปานกลางจริง แต่ทุกอย่างที่อยู่ในแผนหากมีรายได้อื่น หรือปรับส่วนอื่นมาเทียบเคียงได้ก็ปรับได้ รวมถึงแผนการคลังดังกล่าวก็เขียนล่วงหน้าค่อนข้างนาน ก็ต้องดูบริบทในช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วย
“หลักของแผนการคลังระยะปานกลางก็คือ ทำอย่างไรให้เดินไปได้ตามแผน สิ่งที่อยู่ในแผนมันก็ปรับเปลี่ยนได้”
รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงที่กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. … ซึ่งจะเป็นการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ จากเดิมที่กำหนดให้จัดเก็บจากผู้มีสัญชาติไทยและคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเท่านั้น ก็มีเสียงไม่เห็นด้วยจากฝั่งภาคท่องเที่ยวที่เกรงว่าจะเป็นการจัดเก็บซ้ำซ้อนกับค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ที่เก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้า ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า เก็บเพื่อนำเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวไทย นำไปใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงทำประกันภัยและดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเป็นเรื่องที่ทางกระทรวงการคลังตั้งใจอยากทำ ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่ก็คงเมื่อนั้น
โดยที่ผ่านมามีการพูดถึงตัวเลขการจัดเก็บที่ 1,000 บาทต่อคน ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ารัฐปีละ 12,000 ล้านบาท แต่กระทรวงการคลังชี้แจงว่า เพดานจะอยู่ที่ 5,000 บาท แต่จะเก็บจริงที่เท่าไหร่ยังต้องรอข้อสรุป