หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวตามตลาดภูมิภาค แต่ยังผันผวนสูงจากความตึงเครียดตะวันออกกลางและบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับขึ้น จับตางบแบงก์ไตรมาส 3/69 วางกรอบแนวรับ 1,540-1,545 จุด แนวต้าน 1,565-1,570 จุด แนะเลือกซื้อหุ้นรายตัว ชู GULF-HANA เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสฟื้นตัวรีบาวด์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากวันก่อนหน้าปรับตัวลดลงแรง โดยปิดที่ระดับ 1,554.94 จุด ลดลง 16.78 จุด หรือ 1.07% อย่างไรก็ตาม คาดว่าการฟื้นตัวจะอยู่ในกรอบจำกัดและยังเผชิญความผันผวนสูง
ปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้อิหร่านส่งสัญญาณเจรจายุติความขัดแย้ง แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน หลังกลุ่มฮูตียกระดับการโจมตีซาอุดีอาระเบีย รวมถึงมีรายงานการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนรุนแรง
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของตลาดหุ้น ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะแนวโน้มส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
สำหรับปัจจัยทางเทคนิค ดัชนี SET ปรับตัวลงมาทดสอบบริเวณฐานเดิม หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับและฟื้นตัวในระยะสั้น โดยประเมินแนวรับที่ 1,545 และ 1,540 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,570 จุด
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยระยะสั้นยังมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) เนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ จึงแนะนำเลือกซื้อหุ้นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on Dip) ผ่าน 4 ธีมลงทุน ได้แก่
- Earnings Momentum Play หุ้นที่คาดผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะเติบโตแข็งแกร่ง และมีคำแนะนำ Outperform โดยกลุ่มที่คาดว่ากำไรเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ได้แก่ KKP, DELTA, PTTEP, GLOBAL และ SCGP ส่วนหุ้นที่คาดกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อน (QoQ) ได้แก่ KTB
- FDI & New Economy Play หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงโครงสร้างจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ซึ่งช่วยแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจใหม่ ประกอบด้วย กลุ่ม Digital Banking ได้แก่ KBANK, KTB และ BBL กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA และ AMATA กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ DELTA, HANA และ KCE กลุ่มพลังงานสะอาด GULF, GPSC และ GUNKUL รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ TRUE และ SECURE
- Defensive Domestic Play หุ้นที่อิงการบริโภคภายในประเทศ มีกระแสรายได้ค่อนข้างมั่นคงและทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก CPN และ CRC กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย HMPRO และ GLOBAL กลุ่มการแพทย์ BCH และ PR9 รวมถึงกลุ่มสื่อสาร TRUE
- High-Season Tourism & Flood Relief Play หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ประกอบกับการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2569 ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว ERW, CENTEL และ AOT รวมถึงกลุ่มค้าปลีก CPN และ CRC
สำหรับหุ้นเด่นประจำวัน แนะนำ 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ GULF ได้รับปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวลดลง ขณะที่บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจต่อเนื่องผ่านการเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงโอกาสเติบโตจากธุรกิจ Data Center แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) และมาตรการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 38,000 ล้านบาท เติบโต 33% จากปีก่อน พร้อมให้ราคาเป้าหมายระยะสั้น 62.50 บาท
และ HANA ได้รับปัจจัยบวกจากมูลค่าการส่งออกของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือนตุลาคม 2569 ที่เติบโต 105.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนความต้องการชิปในห่วงโซ่อุปทาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะฟื้นตัวโดดเด่น จากการเริ่มผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งมีอัตรากำไรสูง และคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ให้ราคาเป้าหมายระยะสั้น 50.25 บาท
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาพลังงาน หลังราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปและเอเชียเหนือปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ซึ่งมองเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นโรงไฟฟ้า SPP ได้แก่ GPSC และ BGRIM จากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น แต่เป็นบวกต่อ BCP จากการรับรู้กำไรของแหล่งก๊าซ OKEA ในนอร์เวย์