รัฐ-บิ๊กโทรคมนาคม ส่งซิก ผวา ศึก กสทช. สะเทือน USO 5.4 พันล้าน
ดีอี – ทรู – ไทยคม จับตาสุญญากาศ กสทช. กระทบอุตสาหกรรมสื่อสาร ผวาทำโครงการ USO Net มูลค่า 5.4 พันล้านบาท ไม่ชัดเจน เสี่ยงทางกฎหมายภายหลัง
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังคงแตกเป็น 2 วงประชุม โดยในการประชุมใหญ่ ครั้งที่ 25/2569 ต่อเนื่องโดย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งอยู่ระหว่างการต่อสู้เรื่องปมคุณสมบัติ ได้ของดการประชุม ส่วนอีกการประชุม คือ บอร์ด กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 4 โดย กสทช. 6 คนที่เหลือ ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญ 4 วาระและจะนำมติทั้งหมดที่ประชุมพิเศษไปรับรองเพื่อให้สำนักงาน กสทช. ปฏิบัติตามในทันที
สิ่งที่ต้องจับตา คือ การรับรองมติของ 6 กสทช. จะมีผลเป็นกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนงานต่อไปหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ปมปัญหาของ กสทช. ที่เกิดสุญญากาศมามากกว่า 2 เดือน กำลังส่งผลต่อไปยังอุตสาหกรรม และโครงการทั้งที่อนุมัติไปแล้ว และยังไม่ได้อนุมัติ
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งของ กสทช. ระหว่างงาน CP Innovation Exposition 2026 ว่าขณะนี้สถานการณ์ ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของทรู แต่ส่วนตัวก็มีความกังวลต่อปัญหาการทำงานของ กสทช.
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ อาจทำให้การตัดสินใจหลายเรื่องหยุดชะงัก ทั้งที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถวางแผนและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
“ผมหวังว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายโดยเร็ว เพราะภาคธุรกิจต้องการหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มแข็ง เพื่อให้สามารถตัดสินใจเรื่องที่จำเป็นต่อธุรกิจได้”
อย่างไรก็ตามงานบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรู มีโครงการ USO บางส่วนที่ กสทช. รับผิดชอบ ซึ่งภาคธุรกิจอาจยังไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งด้วยปริมาณงานค้างพิจารณาสะสมจำนวนมาก อาจทำให้การพิจารณาเรื่องใหม่ๆ ต้องใช้เวลานานขึ้น อาจกระทบภายหลัง

ขณะเดียวกัน นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยังได้แสดงความกังวลอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องความขัดแย้งของ กสทช. เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่อาจมองข้ามได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับแผนการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารดิจิทัล – AI ทั้ง 6G และวงโครงจรต่ำ ทั้งยังส่งผลตรงต่อผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ยังไม่มีความชัดเจน
รวมถึงการดูแลโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล (USO Net) ซึ่งกังวลว่าหากไม่มีการดูแลแล้วสัญญาณมีปัญหาเหมื อนที่เคยเป็น กระทรวงดีอี จะกลายเป็นเป้าโจมตีของประชาชน
และยังกล่าวถึงโครงการ USO Net ระยะที่ 3 ด้วยว่า มีการอนุมัติโครงการมูลค่ามหาศาลท่ามกลางความขัดแย้งเช่นนี้ได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในประเด็นเรื่องการอนุมัติโครงการบริการอินเทอร์เน็ตทั่วถึงเท่าเทียม หรือ เน็ตชายขอบ ระยะที่ 3 ( USO Net) มีการตั้งโครงการมานานกว่า 1 ปี และมีการประกวดราคาเพื่อประมูลโครงการก่อนที่จะมีคำวิจฉัยคุณสมบัติ นพ.สรณ จาก คณะกรรมการสรรหา กรรมการ กสทช. เมื่อเดือน ก.ค. และ สำนักงาน กสทช. อนุมัติประกาศผู้ชนะประมูลเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,423.70 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ
โครงการนี้แบ่งการประมูลออกเป็น 5 กลุ่มภูมิภาค โดยมีผู้ชนะการประมูลและกรอบวงเงินดังนี้
- กลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ): กิจการค้าร่วม ทีไอ (ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น และ อินฟราเซท) วงเงิน 1,248.50 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ): กิจการค้าร่วม ทีซีไอ (ไทยคม และ อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม) วงเงิน 1,884.00 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 3 (ภาคกลาง): กิจการค้าร่วม ทีดับบลิว (ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น และ ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส) วงเงิน 761.50 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 4 (ภาคตะวันออก – ตะวันตก): กิจการค้าร่วม ทีซีไอ (ไทยคม และ อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม) วงเงิน 564.00 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 5 (ภาคใต้): การค้าร่วมอินเตอร์ลิ้งค์ทีเคซี (อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม และ เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส) วงเงิน 965.70 ล้านบาท
ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการเซ็นสัญญา “จัดซื้อจัดจ้าง” ซึ่งตามระเบียบของ กสทช. การทำสัญญามูลค่าเกินกว่า 200 ล้านบาท ต้องได้รับความเห็นชอบจากประธาน กสทช.
ทำให้การลงนามจัดซื้อจัดจ้าดังกล่าวถูกตั้งคำถามเรื่องความถูกต้อง เนื่องจาก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีสถานะที่ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องคุณสมบัติ
พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมได้ทักท้วงมาถึงตนในความไม่ชัดเจนของโครงการนี้ จึงได้ทำหนังสือไปถึงสำนักงานและขอให้ชี้แจงในประเด็นนี้ว่าการทำสัญญาเป็นไปถูกต้องหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าสรุปแล้ว นพ.สรณ ได้ลงนามเห็นชอบเพื่อให้จัดซื้อจัดจ้างเมื่อไหร่อย่างไร และว่าหลังจากการประชุมวันนี้จะมีการทำหนังสือถามอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจาก บมจ. ไทยคม ซึ่งเป็นหนึ่งเป็นผู้ชนะประมูลโครงการ เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินการประมูล และการพิจารณาคัดเลือกเป็นไปตามขั้นตอน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างก็ได้ทำตามที่สำนักงานฯ กำหนด และการดำเนินการโครงการก็จะต้องทำไปตามสัญญาให้ถูกต้อง
เมื่อถามว่า หากภายหลังพบว่าการเซ็นสัญญาไม่ได้เป็นไปตามระเบียบ หรือมีการทักท้วงภายหลังจะทำอย่างไร แหล่งข่าว ระบุว่า ยังคงต้องดำเนินกาารตามที่สำนักงานกำหนด และหากมีข้อผิดพลาดซึ่งไม่ได้เกิดจากไทยคม ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนปกติ บริษัทคงต้องฟ้องร้องเพื่อป้องกันสิทธิ์