‘กุลบุตร’ ชี้หมดยุค Finance แบบเดิม – AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือโครงสร้างการเงิน
ผศ.ดร.กุลบุตร ถ่ายทอด “The Future of FinTech” ชี้โลกการเงินกำลังเปลี่ยนจาก Finance แบบเดิมสู่ AI, Data และ Digital Finance
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง CBS Cinema คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.กุลบุตร โกเมนกุล ผู้อำนวยการหลักสูตร Executive MBA และหัวหน้าหลักสูตรสาขาการเงิน การลงทุนและเทคโนโลยีการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงาน FinTalk 2026 จัดโดย Chulalongkorn Finance Club (CUFinClub) ภายใต้ภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
งานดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐชัย ศีลาเจริญ หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.อาชว์ ปวีณวัฒน์ อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม Chulalongkorn Finance Club (CUFinClub) ร่วมให้การสนับสนุนกิจกรรมและส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนของนิสิต
อาจารย์กุลบุตร บรรยายในหัวข้อ “The Future of FinTech: Opportunities, Skills, and Careers in the Digital Finance Era” โดยนำเสนอภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงิน ตั้งแต่ Financial Innovation, FinTech, Digital Assets และ AI ไปจนถึงทักษะที่คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องเตรียมสำหรับการทำงานในโลกการเงินยุคดิจิทัล
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการบรรยาย คือการอธิบายว่า FinTech ไม่ได้หมายถึงแค่แอปทางการเงิน แต่หมายถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อออกแบบวิธีใหม่ในการให้บริการทางการเงิน ตั้งแต่ Payments, Banking, Lending, Wealth Management, Insurance, Investment Platforms, Digital Assets ไปจนถึง Financial Data Analytics และ Risk Management
อาจารย์ชี้ให้นิสิตเห็นว่า FinTech มีวิวัฒนาการต่อเนื่อง จากยุคโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและการสื่อสาร ไปสู่ยุค Digitalization, Mobile Banking, Blockchain และ AI จนถึงปัจจุบันที่การเงินเริ่มฝังตัวอยู่ใน Platform และ Ecosystem ต่าง ๆ มากขึ้น โดย BigTech, Data และ AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ การให้สินเชื่อ การลงทุน การตรวจจับ Fraud และการสร้างบริการแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของการบรรยายคือ AI-Driven Finance ซึ่ง AI ไม่ได้ถูกใช้เพียงในงานหลังบ้านอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นโครงสร้างสำคัญของบริการทางการเงิน ตั้งแต่ Credit Scoring, Fraud Detection, Investment Research, Portfolio Management, Risk Modeling, Financial Planning ไปจนถึง Regulatory Compliance
ในด้านการลงทุน AI สามารถช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก วิเคราะห์งบการเงิน อ่านข่าว ตรวจจับรูปแบบที่ผิดปกติ ติดตาม Market Sentiment และช่วยทำ Valuation หรือ Scenario Analysis ได้รวดเร็วขึ้น แต่บทบาทของมนุษย์ยังคงสำคัญในการตั้งคำถาม ตรวจสอบสมมติฐาน ประเมินคุณภาพข้อมูล ตีความผลลัพธ์ เข้าใจบริบทธุรกิจ และสื่อสาร Insight ให้ชัดเจน
สาระสำคัญจึงไม่ใช่คำถามว่า “AI จะทำงานแทนคนการเงินหรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่คือ คนการเงินจะสามารถใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และการตัดสินใจได้อย่างไร โดยไม่ละทิ้ง Human Judgment

ในการบรรยายยังได้กล่าวถึง Mega Trends ของอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่ ซึ่งเปลี่ยนการแข่งขันจากเดิมที่เน้นเพียงดอกเบี้ยและเครือข่ายสาขา ไปสู่การแข่งขันด้าน AI, Data, Speed, Customer Experience, Trust และ Ecosystem แนวโน้มที่ถูกหยิบยกมาประกอบการเสวนา ได้แก่ AI-Driven Banking, Hyper-Personalization, Digital-First Banking, Open Banking และ Embedded Finance, Cybersecurity and Digital Trust, Real-Time Payments, Financial Inclusion และ Tokenization หรือ Digital Assets ตัวอย่างเช่น ธนาคารในอนาคตจะไม่ได้เสนอผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันให้ลูกค้าทุกคน แต่สามารถใช้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ พฤติกรรมการใช้จ่าย ความเสี่ยง และเป้าหมายทางการเงิน เพื่อออกแบบ Saving Plan, Loan Offer หรือ Investment Recommendation ที่เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น
ขณะเดียวกัน Open Banking และ Embedded Finance จะทำให้บริการทางการเงินไม่ได้อยู่เพียงในธนาคาร แต่สามารถเชื่อมต่อผ่าน API และฝังตัวอยู่ใน Platform อื่น ๆ เช่น การชำระเงิน การผ่อนสินค้า ประกัน หรือสินเชื่อ ทำให้ธนาคารมีบทบาทมากขึ้นในฐานะ “Financial Infrastructure”

อาจารย์กุลบุตร ยังเน้นย้ำว่า ยิ่งบริการการเงินเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น ความสำคัญของ Cybersecurity, Data Privacy และ Digital Trust ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ข้อมูลทางการเงินเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน ธุรกรรมเกิดขึ้นแบบ Real-Time ขณะที่ Fraud สามารถขยายตัวได้รวดเร็วมากขึ้น การใช้ Cloud, AI, API และ Third-Party Provider จึงต้องมาพร้อมระบบ Identity Verification, Data Protection, Secure Authentication, Fraud Monitoring และ System Resilience ที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เทคโนโลยีอย่าง Machine Learning แม้ช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อเร็วขึ้น ประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้น และช่วยขยายการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ก็มีความเสี่ยงจาก Bias, Privacy และ Model ที่อธิบายได้ยาก จึงไม่ควรพึ่งพา Automation โดยปราศจากการกำกับดูแลของมนุษย์
ช่วงท้ายของการบรรยาย อาจารย์สรุปทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในโลกการเงินดิจิทัล ได้แก่ ความรู้และความเข้าใจทางการเงิน ความสามารถในการใช้ข้อมูล ความรู้เท่าทันดิจิทัลและเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ทักษะการสื่อสาร จริยธรรมและความตระหนักด้านความเสี่ยง ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้ตลอดชีวิต
ในมุมของคนสาย Finance นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเป็น Programmer เต็มตัวทุกคน แต่ควรเข้าใจ “ภาษาของเทคโนโลยี” และสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Excel, Power BI, Python หรือ AI ให้เป็นประโยชน์ รวมถึงต้องสามารถอ่านข้อมูล ตั้งคำถามกับข้อมูล และเปลี่ยน Data ให้เป็น Insight เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจได้
โดยเฉพาะในยุคที่ AI สามารถคำนวณและสร้างคำตอบได้อย่างรวดเร็ว ความสามารถที่สำคัญขึ้นของมนุษย์ คือ การตั้งคำถามที่ถูกต้อง การตรวจสอบคำตอบ การใช้ Judgment และการอธิบายเรื่องซับซ้อนให้คนอื่นเข้าใจ
อาจารย์สรุปแนวคิดสำคัญไว้ว่า อนาคตของ FinTech ไม่ได้อยู่เพียงที่การ “ใช้เทคโนโลยีทางการเงิน” แต่คือการพัฒนาคนที่สามารถออกแบบ วิเคราะห์ บริหาร และเป็นผู้นำ Digital Finance อย่างมีความรับผิดชอบ
การเข้าร่วม FinTalk 2026 ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทของคณาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจ DPU ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้าน Finance, Investment, Data และ Technology เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงิน พร้อมถ่ายทอดมุมมองให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า โลกการเงินในอนาคตไม่ได้ต้องการเพียง “คนที่คำนวณเก่ง” แต่ต้องการคนที่สามารถ คิด วิเคราะห์ ใช้เทคโนโลยี สื่อสาร และตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบได้พร้อมกัน