SX2026 ชู “ปรับ รับ เปลี่ยน” ขยายสู่ภาคธุรกิจ จัดใหญ่ 6-15 พ.ย.
สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปมาก การรณรงค์ลดคาร์บอนและลดขยะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สังคมต้องปรับตัวให้อยู่กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปแล้วด้วย
งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน กำลังจะจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืนเพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) และธีมของปีนี้คือ “ปรับ รับ เปลี่ยน” (Resilience in Action)
นางต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo (SX2026) อธิบายที่มาของธีมว่า ก่อนหน้านี้ทุกครั้งได้พูดถึงเรื่องการลดผลกระทบต่อโลก ไม่ว่าจะเป็นการลดคาร์บอน การลดขยะ แต่ต้องบอกว่ามาถึงวันนี้อาจจะค่อนข้างสายไปแล้ว โลกเปลี่ยนไปแล้วในหลายมิติ เพราะฉะนั้นนอกจากการพยายามลดผลกระทบแล้ว เรายังต้องปรับตัวเพื่ออยู่ในโลกที่มีสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้วให้ได้
โดยการเปลี่ยนแปลงของโลกประกอบไปด้วย “สภาพภูมิอากาศ” เธอเล่าว่า หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องสนธิสัญญาปารีสที่ลงนามกันเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นระบุว่าจะพยายามควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี 2050 แต่วันนี้เกินไปแล้ว คาดกันว่าปี 2050 อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นจากเบสไลน์เดิม 2.1 องศา และบางคนคาดว่าสูงถึง 2.8 องศา ซึ่งฟังดูเหมือนน้อยนิด แต่จริง ๆ แล้วหมายความว่าฤดูกาลจะเปลี่ยนไป น้ำทะเลจะร้อนขึ้น พายุจะมากขึ้น และมีผลกระทบอีกมากมาย
ด้าน “ทรัพยากรธรรมชาติ” ที่คุณภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะน้ำและดิน จากข้อมูลที่ตนค้นคว้าเมื่อคืนที่ผ่านมา ระบุว่าน้ำประมาณ 80% ของโลกที่ผ่านการใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตรหรือด้านโรงงาน ถูกทิ้งโดยไม่ได้บำบัดอย่างครบถ้วน ขณะที่คุณภาพดินที่เมื่อก่อนปลูกอะไรก็ขึ้น หลังจากนั้นมีการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และมีอุตสาหกรรมมากมาย ทำให้คุณภาพดินลดลง พร้อมตั้งคำถามว่าจะอยู่กับทรัพยากรที่ด้อยคุณภาพลงอย่างไร
ในขณะที่ “สังคมสูงวัย” ทั้งในไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และทั่วโลก ซึ่งมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปราว 20-30% ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ นางต้องใจกล่าวว่า “จะให้เขาอยู่แบบคนแก่ที่ไม่มีคุณค่า ทำงานไม่ได้ ต้องเกษียณออกไป ไม่มีรายได้ เราอยากอยู่กันแบบนั้นหรือ หรือเราจะต้องปรับสังคมให้เปิดโอกาสแก่ผู้สูงอายุ ให้มีโอกาส มีศักดิ์ศรี และมีรายได้”
ตลอดจนเรื่อง “เทคโนโลยี” โดยเฉพาะ AI ที่ต่อไปจะมาทำหน้าที่แทนพวกเราได้เอง แล้วเราจะอยู่กับเขาอย่างไร มนุษยชาติจะไม่ได้อยู่ตามลำพังกับสัตว์และพืชต่อไป แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมา คือ AI
“ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนต้องปรับ รับ เปลี่ยน เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น”

นางต้องใจกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมางานเน้นสื่อสารกับผู้บริโภค ทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ปีนี้จึงเพิ่มการสื่อสารกับภาคธุรกิจ โดยใช้พื้นที่ชั้น 2 ทั้งชั้น โดยย้ำว่า ถ้าธุรกิจเปลี่ยนแปลง สเกลจะใหญ่มาก ผู้บริโภค เด็กนักเรียน นักศึกษา ต้องเปลี่ยนแปลงจากตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าธุรกิจทำอย่างจริงจัง จะช่วยให้เร่งการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น
10 Highlight Zones
งานปีนี้แบ่งพื้นที่จัดกิจกรรมเป็น 10 Highlight Zones ดังนี้
- SX Talk Stage เวทีเสวนากว่า 60 หัวข้อ โดยวิทยากรที่จะแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวคิดในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง
- SX Prologue Immersive Experience นิทรรศการประสบการณ์สัมผัสที่นำเสนอเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของโลกและธรรมชาติ ร่วมกับ National Geographic
- SX Kids Zone พื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก ธีม “From Land to Sea” เรียนรู้เรื่องโลกและธรรมชาติผ่านการเล่นและจินตนาการ นางต้องใจระบุว่าปีนี้เน้นเรื่องมดและท้องทะเล เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี เพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่ามดปรับตัวและอยู่ร่วมกันอย่างไร และมีชีวิตรอดมาถึงปัจจุบันได้อย่างไร
- SX Idea Lab พื้นที่เวิร์กช็อปที่ให้ลงมือทำจริง ตั้งแต่เรื่อง Sustainability ไปจนถึง Survival Skills
- SX Food Festival เทศกาลอาหารที่นำเสนอเรื่องราวการกินที่เชื่อมโยงกับ Climate Action นางต้องใจระบุว่า ธีมปีนี้คือ “Change” มีภูเขาน้ำแข็งละลายตลอดงาน 10 วัน เพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นว่าแต่ละวันน้ำท่วมบริเวณใดบ้าง และมีเชฟเซเลบริตี้ร่วมงานเช่นเดิม
- Better World Art & Inspiration พื้นที่งานศิลปะและนิทรรศการที่นำเสนอมุมมองใหม่ต่อโลก
- SEP Inspiration, Better Me, Better Living และ Better Community ตัวอย่างการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านการใช้ชีวิต ชุมชน และโลก ผ่านเรื่องราว ไอเดีย และนวัตกรรมที่นำไปต่อยอดได้จริง นางต้องใจอธิบายว่า SEP Inspiration นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสื่อสารให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ
- SX Marketplace ตลาดสินค้าจากผู้ประกอบการและสินค้าที่ใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม นางต้องใจระบุว่า มีทั้งสินค้าจากชุมชน สินค้าอัพไซเคิล และสินค้าที่เกี่ยวกับ Social Inclusion
- SX Repartment Store พื้นที่คอมมิวนิตี้แห่งการ “RE” ส่งต่อสิ่งของและจำหน่ายสินค้ามือสองคุณภาพดี
- SX Global Forum เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ จัดครั้งแรกในปีนี้ รวบรวมการประชุมเชิงนโยบาย (Policy Dialogues) การเจรจาธุรกิจแบบ B2B และ B2G และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ โดยร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติทั้งภาครัฐและเอกชน สถานเอกอัครราชทูต และองค์การระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติในประเทศไทย

วิทยากร-กิจกรรม
นางต้องใจระบุว่า วิทยากรในปีนี้จะร่วมหาคำตอบว่าจะอยู่กับวิกฤตโลกรวนและเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาสได้อย่างไร เช่น “ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ” งานเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเมืองและการปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำ PROFESSOR ANDREA RINALDO Engineer and Hydrologist ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัล The Stockholm Water Prize รางวัลระดับนานาชาติด้านการจัดการน้ำ ซึ่งนางต้องใจระบุว่า มีผู้ทำงานด้านน้ำและน้ำท่วมจำนวนมาก จึงรวบรวมผู้เชี่ยวชาญมาไว้บนเวทีเดียวกัน
“สุขภาพกับเมือง” มีวิทยากรร่วมเสวนาเรื่องสุขภาพที่ดีเริ่มที่เมือง ไม่ได้เริ่มที่โรงพยาบาล, “National Geographic” นักสำรวจจะถ่ายทอดเรื่องราวเชิงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากลุ่มน้ำอเมซอนสู่ลุ่มน้ำโขง และคัดเลือกและฝึกอบรมนักเล่าเรื่อง (Storyteller) โดยนางต้องใจระบุว่า การเปลี่ยนแปลงต้องสื่อสารให้โดนใจ หากคนเข้าใจและโดนใจก็จะลงมือทำตาม
ด้าน “องค์กรต่างประเทศ” มาจาก 4 ทวีป ร่วมพูดคุยประเด็นพลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และ One Health ซึ่งครอบคลุมสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศทั้งหมด ซึ่งผู้จัดทำงานร่วมกับเยาวชนในแต่ละอำเภอ รวมรุ่นใหม่แล้วราว 300 คน และยังมี “คอนเสิร์ตการกุศล” 2 รอบ รอบแรกคือ Royal Jazz อีกรอบเป็นคอนเสิร์ตพ็อป ซึ่งนำรายได้เข้ามูลนิธิ ซึ่งเงินทั้งหมดจากทั้งสองคอนเสิร์ตนำไปใช้เพื่อการกุศล ผู้สนใจลงทะเบียนซื้อบัตรได้แล้ว
ทั้งนี้ SX2026 มีผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founders) นำโดย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) ร่วมด้วยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน.
ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทาง Carbon Neutral Event เพื่อยกระดับการจัดงานสู่ความยั่งยืนระดับสากล
