LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
Louis Vuitton เปิดตัวห้องจัดแสดงใหม่ในพื้นที่ LV The Place Bangkok บอกเล่าเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ จาก 3 ศิลปินไทย เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมชวนรับประทานอาหาร Le Café Louis Vuitton ที่เปิดให้เข้าทานได้แล้วโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า
เปิดบทใหม่แห่งการเดินทางทางศิลปะและวัฒนธรรม เมื่อ Louis Vuitton ร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษภายใน LV The Place Bangkok ผ่านนิทรรศการ Trunkscape ที่นำทรังก์เอกลักษณ์ของเมซงจำนวน 96 ใบ มาร้อยเรียงเป็นอุโมงค์แห่งเรื่องราว ถ่ายทอดจินตนาการและความทรงจำผ่านผลงานศิลปะที่ผสานโลกของแฟชั่นเข้ากับรากฐานทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ
ความร่วมมือครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ พิรวุฒิ โปษยานนท์ และอดุลญา ฮุนตระกูล พร้อมแนวคิดและการออกแบบจากศิลปินไทย 3 ท่าน ได้แก่ นักรบ มูลมานัส, ณิชชา โตทอง และไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ภายใต้แนวคิด The Future of Travel – Between Memory and Imagination ที่ชวนย้อนมองความทรงจำและจินตนาการถึงอนาคตของการเดินทาง

ศิลปินทั้ง 3 เผยถึงจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่าง Louis Vuitton และ Bangkok Art Biennale ว่า ทั้งสองสถาบันมีความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจสำคัญ โดยถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของศิลปะและแฟชั่น พร้อมร่วมกันส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในหลากหลายมิติ ทั้งดีไซน์ อาหาร ศิลปะ ดนตรี และความบันเทิง
ความพิเศษของโปรเจ็กต์นี้อยู่ที่การผสานความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับศิลปินไทยของ Bangkok Art Biennale เข้ากับความเป็นแบรนด์ระดับโลกของ Louis Vuitton ซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงและเทคนิคการนำเสนอระดับสากล อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของศิลปินคือการสร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ LV The Place Bangkok ให้มีความหมายและสะท้อนตัวตนของแต่ละคน

ผลงานในห้อง Trunkscape จึงไม่ได้เป็นเพียงการจัดวางทรังก์อันเป็นสัญลักษณ์ของ Louis Vuitton แต่ยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เชื่อมโยงไปถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ผ่านภาพอุทยานสัตว์ป่าหิมพานต์ ตลอดจนภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นที่โดยรอบราชประสงค์และผู้คนมากมายที่เดินทางผ่านย่านแห่งนี้ กลายเป็นการตีความความทรงจำของสถานที่ผ่านมุมมองทางศิลปะร่วมสมัย เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570
นอกจากนิทรรศการ Trunkscape แล้ว LV The Place Bangkok ยังขยายประสบการณ์การเยี่ยมชมผ่านนิทรรศการ Visionary Journeys ด้วยการเปิดตัวห้องจัดแสดงใหม่เป็นครั้งแรก ได้แก่ ห้อง Asnières ที่เผยเรื่องราวอันทรงคุณค่าของบ้านประจำตระกูลวิตตอง ห้อง Workshop ที่เปิดให้สัมผัสขั้นตอนการทำงานอันละเอียดประณีตของช่างฝีมือ พร้อมการสาธิตงานฝีมืออย่างใกล้ชิด

ต่อด้วยห้อง Collaborations ที่นำเสนอการตีความลวดลาย Monogram ผ่านคอลเล็กชั่นไอคอนิกจากความร่วมมือกับศิลปินและนักสร้างสรรค์บนพื้นที่จัดแสดงดิจิทัลแบบอิมเมอร์ซีฟ และห้อง Fashion ที่ถ่ายทอดอิทธิพลของ Louis Vuitton ต่อโลกแฟชั่นร่วมสมัย สะท้อนการหลอมรวมมรดกอันทรงคุณค่าของเมซงเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัว

ขณะเดียวกัน ประสบการณ์เหนือระดับยังขยายมาสู่โลกของอาหาร เมื่อ Le Café Louis Vuitton ต่อยอดศิลปะแห่งการรังสรรค์รสชาติด้วยการเปิดพื้นที่เพิ่มเติมบนชั้น 2 นอกเหนือจากพื้นที่เดิมบริเวณชั้น G เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ครอบคลุมตั้งแต่มื้อกลางวัน การจิบน้ำชายามบ่าย ไปจนถึงมื้อค่ำ
ไฮไลต์อยู่ที่การนำเมนูซิกเนเจอร์ของเมซงมาตีความใหม่ผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย ไม่ว่าจะเป็น Monogram Ravioli ราวิโอลีไส้ล็อบสเตอร์ในน้ำซุปบิสก์เข้มข้นสไตล์ต้มยำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากต้มยำกุ้ง และ Caesar Salad Eclipse ซีซาร์สลัดที่จับคู่กับไก่ในสไตล์ข้าวมันไก่

รวมถึง Silk Road Wagyu ที่ต่อยอดจากเมนูสร้างสรรค์ของร้านอาหาร Voyage ในเมืองแซ็ง-โทรเป ด้วยการจับคู่เนื้อวากิวกับแกงมัสมั่นและมันฝรั่งรมควัน ขณะที่ Siam Louis Hao นำเมนูต้นตำรับจากเซี่ยงไฮ้มาตีความใหม่ผ่านรสชาติของกุ้งแช่น้ำปลา

ด้านเมนูขนมหวานก็สะท้อนเสน่ห์ของวัตถุดิบท้องถิ่นไทยได้อย่างน่าสนใจ ทั้ง Mango Charlotte ที่ผสานชีสเค้กเข้ากับมะพร้าวและมะม่วง Siam Petula ที่รังสรรค์จากข้าว สับปะรด มะพร้าว และใบเตย ตลอดจน Thai Tea Fleur ขนมหวานรูปทรงดอกไม้อันเป็นไอคอนิก ที่นำชาไทย ส้มเชื่อม และพราลีนเฮเซลนัตมาผสมผสานอย่างประณีต
นับเป็นการเปิดประสบการณ์บทใหม่ของ LV The Place Bangkok ที่ก้าวข้ามขอบเขตของแฟชั่นสู่โลกแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และอาหารอย่างไร้รอยต่อ ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางผ่านมรดกอันยาวนานของ Louis Vuitton ผสานเข้ากับพลังความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินไทยและเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างงดงาม


