เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

ขุนคลังชี้คล้ายวิกฤตต้มยำกุ้ง ศก.อินโดฯทรุดฉุดส่งออกไทย

08 ก.ย. 2561 | 21:38น.

ขุนคลังชี้วิกฤตค่าเงินตลาดเกิดใหม่ จุดเริ่มต้นคล้ายวิกฤต “ต้มยำกุ้ง”มีสิทธิ์ลามขยายวงฉุดเศรษฐกิจไปทั่วโลก ชี้สถานะการเงินไทยแข็งแกร่งเชื่อกระทบไม่มาก ดร.อมรเทพชี้หากอินโดนีเซียทรุด กระทบส่งออกไทยเต็ม ๆ โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตค่าเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ขณะนี้ว่า ประเทศไทยฐานะการคลังและฐานะเงินทุนต่างประเทศยังเข้มแข็งมาก ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ หลาย ๆ ประเทศค่าเงินอ่อนลง แต่ไทยกลับทรงตัวหรือแข็งค่าขึ้นด้วยบางครั้ง เพราะฉะนั้น ผลกระทบโดยตรงไม่น่าจะมี แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาดโลกเป็นสิ่งซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกไม่ดี ซึ่งเริ่มต้นคล้าย ๆ วิกฤต “ต้มยำกุ้ง” ของไทย ณ วันนั้น ที่ทั่วโลกมองว่าเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่หลังจากนั้นขยายวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่งประเทศที่มีฐานการเงินที่ดี ณ ตอนนั้นก็ไม่กระทบ แต่ประเทศซึ่งมีฐานะไม่ดีก็มีการกระทบค่อนข้างมาก และก็กลายเป็นวงจรไปทั่วโลก

“เราเองก็คงไม่ถูกผลกระทบมาก ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งจริง ๆ เราเตรียมการไว้พอสมควรอย่างเงินกู้ต่างประเทศที่ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 4% เท่านั้น ประกอบกับยังมีเงินทุนไหลเข้าด้วย”

อินโดฯทรุด-ฉุดส่งออกไทย

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากภาวะวิกฤตค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ สัญญาณที่น่าสนใจ คือ วิกฤตดังกล่าวเริ่มลามมาใกล้ไทย อย่างอินโดนีเซีย ทำให้นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นกลัวสถานการณ์รุนแรงขึ้น จึงเทขายทั้งกระดานในตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ไทยได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะอยู่ในกลุ่ม TIP (ไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์) ดังนั้นถ้าผลกระทบมากขึ้น แรงเทขายในตลาดเกิดใหม่ยังมีอยู่

ขณะที่หากอินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินไหลออก หรือลดการใช้จ่ายภาครัฐ ก็จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การนำเข้าก็จะลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อไทยในด้านการส่งออกที่อาจชะลอด้วย เพราะไทยส่งออกไปอินโดนีเซียถึง 4% ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนเชื่อมกันหมด เช่น สิงคโปร์มีสัดส่วนการส่งออกไปอินโดนีเซีย 8% ก็จะได้รับผลกระทบ และไทยที่พึ่งพาตลาดสิงคโปร์ก็โดนอีกต่อ

ดร.อมรเทพกล่าวว่า หากสถานการณ์รุนแรงลากเศรษฐกิจในภูมิภาคชะลอตัว ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในอาเซียนชะลอตัวตามไปด้วย และถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอ ตลาดเกิดใหม่คนยังกังวล เงินทุนก็ถูกดึงจากตลาดเกิดใหม่ไปประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะไปสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่มเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และต่างชาติยังมองไทยต่างจากประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เงินเลยไหลกลับมา

บาทแข็งส่งออกก็เจ็บ

“อย่างไรก็ตาม เราต้องตั้งคำถามว่าประเทศไทยอยากให้ค่าเงินบาทอ่อนหรือเปล่า เพราะถ้าค่าเงินบาทแข็ง ความสามารถในการส่งออกยิ่งหาย ปัญหาคือถึงแม้เพื่อนบ้านเป็นหวัด ไทยไม่เป็นหวัด แต่ก็อาจจะโชคร้ายเพราะค่าเงินบาทแข็ง ทำให้การส่งออกมีปัญหา” ดร.อเมรเทพกล่าว

ด้านนายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ถูกมองเป็นคลาสเดียวกับอินโดนีเซีย ดังนั้น ไทยไม่น่าจะเป็นหวัดรอบนี้ เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดดุลทั้งการคลัง และบัญชีเดินสะพัดไทยเกินดุล 8% สิ่งที่กระทบกับไทยแน่ ๆ คือ ตลาดเกิดใหม่ เช่น อาร์เจนตินา อินโดนีเซีย เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจเป็นผลให้ ธปท.เริ่มทบทวนการขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ตามภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

วิกฤตดังกล่าวอาจจะทำให้ค่าเงินบาทผันผวนได้บ้าง แต่ยังรับมือได้โดยให้กรอบ 32.50-33.00 บาท ถึงเฟดขึ้นดอกเบี้ย โดยเชื่อว่าไทยจะขึ้นตามตอนสิ้นปี และเนื่องจากเงินต่างชาติไหลเข้าไทยสุทธิ เพราะขนาดการท่องเที่ยวใหญ่มากกว่ามูลค่าซื้อขายพันธบัตรหรือหุ้นถึง 3 เท่า ดังนั้นถ้านักท่องเที่ยวจีนยังมา และส่งออกดีอยู่ ค่าเงินบาทจะยังแข็ง

“แต่ถ้าวิกฤตค่าเงินตลาดเกิดใหม่ลามไปประเทศอื่นที่ติดหวัดง่ายอีก ถ้าติดกันหมดก็จะดึงเศรษฐกิจโลกชะลอลง การค้าโลกชะลอ กระทบการส่งออกและท่องเที่ยวไทย เศรษฐกิจไทยที่ปีนี้เห็นที่ 4.8% ก็อาจชะลอตัวในปีหน้า”

เงินไหลเข้าบอนด์ 7.5 หมื่นล้าน

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ผลกระทบเงินไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่กำลังกระแทกตลาดเป็นปัจจัยลบที่ต้องระวัง ขณะนี้กลุ่มประเทศทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ อาร์เจนตินา, ตุรกี, บราซิล, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ ที่กำลังถูกโจมตีค่าเงินหลังจากมีความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินสูง (higher risk zone) เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตแบบชะลอตัว ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแบบเรื้อรัง มีเงินเฟ้อระดับสูง และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ ขณะที่หนี้สินต่างประเทศค่อนข้างมาก จึงเป็นเป้าในการถูกโจมตี

สำหรับประเทศไทยถือว่าอยู่ในความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.8% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 1.6% ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่มาจากราคาพลังงาน ทำให้แบงก์ชาติไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย และที่สำคัญ ไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงติดอันดับ 11 ของโลก ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่างประเทศไม่เกิน 30% และมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง จากกระแสเงินไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในครึ่งปีหลังกระทบมาถึงประเทศไทยค่อนข้างน้อย และคาดว่าปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศน่าจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนตลาดให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าปัจจัยต่างประเทศ

“ประเทศอื่นในภูมิภาคกำลังพยายามพาเหรดปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ไทยมีสถานะเศรษฐกิจแข็งแกร่ง จึงมีเอกภาพในการตัดสินใจ และเงินบาทไทยกำลังถูกมองว่าเป็น safe haven ทำให้ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.-4 ก.ย. 61 มีเงินไหลเข้าตราสารหนี้กว่า 7.5 หมื่นล้านบาท” นายประกิตกล่าว

แหล่งข่าว บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยที่ระดับ 2% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ขณะที่อินโดนีเซียค่าเงินอ่อนค่าไปเกือบ 5.3% และฟิลิปปินส์อ่อนลง 6.7% และค่าเงินอินเดียที่อ่อนค่า 7% โดยค่าเงินในกลุ่ม TIP อ่อนค่าแรงกว่าค่าเงินบาทของไทย

เนื่องจากสถานะการเงินของไทยแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในอันดับต้น ๆ ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา คือ อยู่ที่ 2.49 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อินโดนีเซียมีอยู่แค่ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมาเลเซียมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่แค่ 1.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ฟิลิปปินส์มีอยู่ประมาณ 8.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อีกปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินไม่ได้ไหลออกมาก คือ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เป็นบวกกว่า 10.8% ตั้งแต่ต้นปี เทียบกับในกลุ่ม TIP อย่างฟิลิปปินส์บวกแค่ 0.4% และอินโดนีเซียติดลบ -1.7%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ปัจจัยที่ทั่วโลกจับตาคือ การที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนรอบ 3 อีก 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ให้มีผลวันที่ 7 กันยายน ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า สงครามการค้าโลก จะทำให้จีดีพีโลกหดตัว 0.4% ในปี 2019

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงิน วิกฤตเศรษฐกิจ