เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
Biz Movement สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
Biz Movement ‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
Politics ‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
Economic ‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
ธอส.จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวแบบออนไลน์ กระตุ้นตลาดบ้านครึ่งหลังปี’69 ลดกว่า 50% เริ่ม 20-24 ก.ค. นี้
Finance ธอส.จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวแบบออนไลน์ กระตุ้นตลาดบ้านครึ่งหลังปี’69 ลดกว่า 50% เริ่ม 20-24 ก.ค. นี้
“คนแบกกุ้ง” ดึง “เก่ง–น้ำปิง” นั่ง Friend of Brand ครั้งแรก
Biz Movement “คนแบกกุ้ง” ดึง “เก่ง–น้ำปิง” นั่ง Friend of Brand ครั้งแรก
Blu Green Token เข้าเทรดวันแรกเหนือจอง DITTO หวังระดมทุน 480ล้าน
Finance Blu Green Token เข้าเทรดวันแรกเหนือจอง DITTO หวังระดมทุน 480ล้าน
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออกสินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
Tech NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออกสินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
Business ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
ดูทั้งหมด

บิ๊กตู่ผวาสึนามิ ศก.รากหญ้า สั่งแท็กทีมอุ้มคนจน-เติมเงินสูงวัย-

10 ก.ย. 2561 | 07:00น.

“บิ๊กตู่” ผวาเศรษฐกิจรากหญ้าอ่วม กำลังซื้อชะลอตัว ติดกับดักหนี้ ค่าครองชีพพุ่ง รายได้ลดกฎระเบียบใหม่อุปสรรคหารายได้ สั่งทุกกระทรวงระดมมาตรการเติมเงินคนจน-คนแก่ 10 ล้านคนชี้ช่องโหว่บัตรคนจน เกษตรกร, ชาวนาไร้สิทธิ ก.พาณิชย์จับมือไทยเบฟ-เบทาโกร-ซี.พี.ช่วยขายผลผลิต ก.เกษตรฯเตรียมอุ้มราคายางอีก2 หมื่นล้าน เผยตัวเลขอัดฉีดรากหญ้าสารพัดโครงการ 6.4 แสนล้าน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับการรายงานข้อมูลด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับฐานรากทั่วประเทศ ซึ่งระบุว่า “เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นเท่ากับรัฐบาลที่ผ่านมา ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่มองว่า รัฐบาลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี แม้ว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการหลายอย่างเพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อย แต่ก็ยังไม่ได้ผล เงินยังไม่หมุนลงไปถึงมือชาวบ้านอย่างทั่วถึง”

ต้นทุนค่าครองชีพพุ่งรายได้ลด

ทั้งนี้ ผลที่ทำให้รายได้เกษตรกร เศรษฐกิจระดับฐานรากยังไม่ฟื้น มาจากราคาพืชผลที่ไม่ดีขึ้น แต่กลับตกลงอย่างมาก เช่น ราคาข้าว, อ้อย, ยางพารา, มะพร้าว โดยรัฐบาลไม่ได้มีการแทรกแซงราคา และไม่สามารถช่วยให้ผลผลิตของเกษตรกรแข่งขันในตลาดการส่งออกได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประชาชนในระดับฐานรากส่วนหนึ่ง เชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถออกมาตรการ หรือบริหารให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ด้วยการออกมาตรการเพื่อผู้มีรายได้น้อย แต่ยังคงครอบคลุมเฉพาะกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านคน นอกจากนี้ ต้นทุนในการผลิตและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็สูงขึ้น เช่น ราคาน้ำมัน, ก๊าซหุงต้ม, ราคาปุ๋ย, ค่าขนส่ง และค่าแรงงาน

ภาพรวมกำลังซื้อน้อยลง ประกอบกับรูปแบบการค้าสมัยใหม่มีคู่แข่งมากขึ้น ประชาชนมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ส่งผลให้การจ่ายโดยรวมฝืดเคืองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สะเทือนเศรษฐกิจระดับมหภาค และการลงทุนภาคเอกชน

กฎระเบียบใหม่อุปสรรคหารายได้

อีกทั้งยังมีกฎเรื่องการปลูกพื้นที่ใช้น้ำน้อย ลดพื้นที่ปลูกข้าว และข้อกำหนดใหม่ ๆ ในอาชีพประมง รายย่อย รายกลาง ไม่สามารถออกเรือหาสินค้ามาขายได้ และไม่มีทุนในการปรับปรุงเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล สินค้าและอาชีพต่าง ๆ มีการเก็บภาษีที่เข้มงวด และมีหลายรายการที่ซ้ำซ้อน

ปลื้มบัตรคนจน-บัตร 30 บาท

แหล่งข่าวบอกด้วยว่า สำหรับนโยบายที่ยังครองใจผู้มีรายได้น้อย เช่น โครงการรถเมล์ฟรี, บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค, การขึ้นทะเบียนเกษตรกร, กองทุนหมู่บ้าน, บัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ธงฟ้าประชารัฐ, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและไร้ดอกเบี้ยของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ออมสิน, และธนาคารอาคารสงเคราะห์ แม้ว่าจะมีขั้นตอนมากมายและใช้เวลาการอนุมัติยาวนาน

โดยกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากธนาคารและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ส่วนใหญ่กู้เงินเพื่อลงทุนในการประกอบอาชีพ ซื้อปุ๋ย และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เหลื่อมล้ำชาวนาไม่ได้บัตรคนจน

ส่วนนโยบายประชารัฐ หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนเห็นว่าทำให้มีรายได้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่มีกลุ่มผู้ที่ได้สิทธิเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ยากจนจริง ๆ ได้สิทธิเพราะมีช่องว่างของกฎระเบียบ เช่น เป็นผู้ไม่มีรายได้ในระบบภาษี, ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน, ไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของกิจการ ขณะที่ชาวนา เกษตรกร ที่มีรายได้น้อยกลับไม่ได้สิทธิในการครอบครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน อีกทั้งมีร้านค้าบางแห่งเอาเปรียบนำของที่มีคุณภาพต่ำมาขาย และคิดค่าบริการ ค่ารูด-ค่าเครื่อง ทำให้ชาวบ้านไม่ได้ใช้เงินเต็มจำนวน

สำหรับมาตรการบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมาก ช่วยให้ชาวบ้านได้รับค่ารักษาพยาบาลฟรี แก้ปัญหาตรงจุด

สั่งเติมเงินคนแก่ 10 ล้านคน

แหล่งข่าวกล่าวถึงผลสำรวจว่า “สำหรับโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ชาวบ้านมองว่าเป็นการนำเงินที่ได้จากรัฐบาลเพื่อทำโครงการของหมู่บ้าน ทำให้เกิดการจ้างงาน มีรายได้เพิ่ม แต่ยังขาดการติดตามผลงาน และมีการทุจริตในบางโครงการ”

ดังนั้น หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ กระทรวงที่ใกล้ชิดประชาชน เร่งปรับปรุงมาตรการด้านเศรษฐกิจสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้ดีขึ้น เน้นการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพและลดต้นทุนการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น หามาตรการจ่ายเงินและสวัสดิการเพิ่มเติมให้คนชราที่มีกว่า 10 ล้านคน การประกันราคาพืชผลทางการเกษตร, ควบคุมไม่ให้พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบประชาชน, ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ลดลง เช่น กลุ่มก๊าซหุงต้ม, ปุ๋ยเคมี และเร่งรัดโครงการลงทุนภาครัฐให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

กำลังซื้อรากหญ้าชะลอตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกขยายตัวที่ 4.8% และในเดือนกรกฎาคม 2561 ขยายตัวต่อเนื่อง ผลจากการส่งออกเติบโตในเกือบทุกตลาด การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวชัดเจนขึ้น รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่อง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเป็น “เศรษฐกิจสองความเร็ว” คือในส่วนของยอดพีระมิด (กลุ่มรายได้สูง) มีสปีดที่รวดเร็ว แต่กลุ่มฐานราก (รายได้น้อย) มีสปีดต่ำ

การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าการเติบโตถูกขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้สูงเป็นหลัก โดยหมวดสินค้าคงทนและหมวดบริการที่สะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้มีรายได้สูง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เชิงพาณิชย์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะรายได้ของผู้มีรายได้สูงเติบโตต่อเนื่องตามเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันที่สะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย มีการขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และมีแนวโน้มลดลงด้วย

แม้ว่ารัฐบาลได้พยายามอัดมาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อย แต่กำลังซื้อของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่ดีขึ้นปัญหาสำคัญก็คือภาวะหนี้ของแต่ละครอบครัว ซึ่งสะท้อนจากหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่สูงระดับ 80% ต่อจีดีพีต่อเนื่องเป็นเวลานาน

คลังรับ ศก.กระจุกตัว

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจภาพรวมของไทยเติบโตที่ระดับ 4.8% แต่ก็มีหลายคนบอกว่ายังไม่กระจายไปสู่ระดับล่าง ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เพราะด้วยระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นทุกแห่งในโลก แต่รัฐบาลเข้าไปช่วยคนที่ด้อยให้มีโอกาสเท่าเทียม ช่วยให้พ้นความยากจนได้ เพราะไม่อย่างนั้นช่องว่าง (gap) จะยิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ

การที่เศรษฐกิจโตสูงก็จะทำให้โอกาสที่คนซึ่งยากจนจะมีโอกาส จะพ้นความยากจน

พาณิชย์รับลูกกระตุ้นรากหญ้า

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยหัวใจสำคัญ 3 มาตรการ คือ 1.ดูแลรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ซึ่งจะมุ่งให้กลไกตลาดทำงาน แต่ก็จำเป็นต้องมีมาตรการดูแลเพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมด้วย

“ล่าสุดได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายกฤษฎา บุญราช) จะสร้างความร่วมมือในการกำหนดแผนดูแลราคาสินค้าเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวงเกษตรฯจะจัดทำเป้าหมายการผลิตสินค้าเกษตร นำร่องผลิตสินค้าเกษตรหลังนา จากนั้นจะส่งเสริมประสิทธิภาพ-ลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ทำการตลาดนำการผลิต (demand driven) เชื่อมโยงสู่ตลาดด้วยการดึงเอกชนซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตร เช่น ไทยเบฟเวอเรจ เบทาโกร ซี.พี. เข้ามาร่วมรับซื้อผลผลิต เมื่อมีตลาดรองรับจะทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม” รมว.พาณิชย์กล่าว

มาตรการที่ 2 จะสร้างกลไกร้านธงฟ้าประชารัฐ ช่วยให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตร/สินค้าชุมชนมีช่องทางการจำหน่าย เพิ่มสัดส่วนจำนวนสินค้ากลุ่มนี้ในร้านธงฟ้าประชารัฐมากขึ้น เร่งยกระดับร้านธงฟ้าประชารัฐเป็นเอาต์เลตถาวร 10,000 แห่ง พัฒนาไปสู่การใช้ระบบอีคอมเมิร์ซ และมาตรการที่ 3 จะเร่งผลักดันและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ โดยใช้ระบบธุรกิจแฟรนไชส์เข้ามาช่วยส่งเสริมให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคง

“มั่นใจว่าแนวทางเหล่านี้จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ตามเป้าหมาย แต่ห่วงความเข้มแข็งของกำลังซื้อเศรษฐกิจฐานราก”

ต่อประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า อัตรการขยายตัวทางเศรษฐกิจเติบโตกระจุกอยู่ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ไม่ได้กระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากเท่าที่ควร นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แน่นอนว่า ถ้าเศรษฐกิจเติบโตรายใหญ่ย่อมมีการเติบโตในสัดส่วนมากกว่ารายเล็กอยู่แล้ว แต่ต้องดูสัดส่วนของปริมาณหรือมูลค่าในส่วนของเอสเอ็มอีโตตามไปด้วยอยู่ในสัดส่วนเท่าไร

อุ้มราคายางอีก 2 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือราคายางพาราด้วยการใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยจะจ่ายชดเชยชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้ ไร่ละ 1,500 บาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

“กฤษฎา” ชงเอกชนซื้อข้าวโพด

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สนับสนุนเกษตรกรเปลี่ยนการปลูกข้าวรอบ 2 มาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายในระบบประชารัฐ 2 ล้านไร่ โดยได้เจรจากับเอกชน อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน), บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขอความร่วมมือให้มาช่วยรับซื้อ เพิ่มช่องทางตลาดให้ชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สามารถจำหน่ายได้ในราคาต้นทุนบวกกำไร 30% เป็นอย่างต่ำ โดยเป็นราคาข้าวโพดฝักแห้ง กก.ละ 8 บาท เพื่อให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งทุกบริษัทยินดีให้ความร่วมมือรับซื้อ

โดยกระทรวงเกษตรฯเชิญข้าราชการ ทั้งเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ สหกรณ์จังหวัด และกรมชลประทาน มีบทบาทในการคัดเลือกพื้นที่และรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกพืชหลังนา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ และเตรียมการชี้แจงเงื่อนไขการรับซื้อกับเกษตรกรให้ทราบเงื่อนไขตามพันธสัญญา เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

สำหรับโครงการนี้ รัฐบาลจะเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนเงินกู้เพื่อการลงทุน วงเงิน 2,000 บาท/ไร่ อัตราดอกเบี้ย 0.01% ยืนยันไม่เพิ่มหนี้สินให้เกษตรกร แต่จะลดหนี้เกษตรกร ส่วนมาตรการจูงใจ คือการเป็นพี่เลี้ยงจนจบโครงการตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน ไปถึงเกษตรกรขายผลผลิตได้ การันตีกำไรต่อไร่ของผลผลิตที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”