เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
News งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
ดูทั้งหมด

ปลากระป๋องติดลบในรอบ 30 ปี สามแม่ครัว-โรซ่า-ปุ้มปุ้ยฝ่าวิกฤต 9 พันล้าน

07 ม.ค. 2562 | 18:30น.

ผู้ประกอบการพลิกเกมการตลาด ดิ้นหาทางรอด ตลาดปลากระป๋องชะลอตัว ผลพวงพิษเศรษฐกิจ บวกวัตถุดิบปลาขาดตลาด ยักษ์ “สามแม่ครัว โรซ่า ปุ้มปุ้ย” ดิ้นแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์ เจาะผู้บริโภครุ่นใหม่ หวังกระตุ้นยอดขายให้เติบโต

ปัจจุบันภาพรวมตลาดปลากระป๋องมูลค่ากว่า 8-9 พันล้านบาทมีการเติบโตชะลอตัว จากปกติตลาดจะสามารถเติบโตเฉลี่ยปีละ7-8% ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาขยายได้แค่ 2-3% ก่อนที่จะติดลบในปี 2560 ซึ่งถือว่าวิกฤตหนักครั้งแรกในรอบ 30 ปี จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบในแง่กำลังซื้อและทำให้ผู้บริโภคลดการจับจ่าย ผนวกกับปัญหาการขาดแคลนปลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้ตลาดต้องเร่งปรับตัวหันไปสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจในอนาคต

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจตลาดปลากระป๋องในช่องทางโมเดิร์นเทรด พบว่าปัจจุบันมีปลากระป๋องวางจำหน่ายมากกว่า 10 แบรนด์ อาทิ สามแม่ครัว โรซ่า ปุ้มปุ้ย ซูเปอร์ซีเชฟ สยามยิ้ม Mica Top อะยัม ไฮคิว ซีคราวน์ นกพิราบ ซีเล็ค ซื่อสัตย์ แม็กกาเรต โดยมีราคาเริ่มต้น 11-17 บาท พบว่าตลาดมีการแข่งขันเรื่องของการอัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 ที่จุดขาย

รวมถึงเน้นสื่อสารหลากหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค อาทิ โฆษณาทีวี และสื่อออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง

สามแม่ครัวลุยตลาดโลก

นายเกรียงสิน เต็มสุนทร ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท รอแยลฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องตรา “สามแม่ครัว” เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดปลากระป๋องยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว และปีนี้วัตถุดิบหลักในการผลิต ปลาแมกเคอเรลขาดแคลน บวกกับบริษัทเน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ไซซ์ และขนาดเท่ากัน จึงทำให้ขาดแคลนมากขึ้น

เนื่องจากวัตถุดิบที่จะใช้ในการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในปีที่ผ่านมา บริษัทต้องหันมาเน้นเพิ่มกำลังการผลิตปลาซาร์ดีนแทน ถือเป็นการแก้ไขปัญหาส่วนหนึ่ง แม้ว่าความนิยมของตลาด ผู้บริโภคจะนิยมปลาแมกเคอเรลในซอสมะเขือเทศมากกว่าก็ตาม

จากแนวทางดังกล่าว บริษัทจึงวางแผนปั้นแบรนด์สามแม่ครัวส่งออกสู่ตลาดโลก โดยเน้นผลิตภัณฑ์กลุ่มซอสมะเขือเทศเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันมีการจำหน่ายออกไปในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา โดยตั้งเป้าหมายไว้ภายใน 5 ปีจากนี้ สัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 20-30% จากรายได้รวมทั้งหมด ขณะที่ปัจจุบันยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 10% และในประเทศ 90%

ทิศทางจากนี้ไปมุ่งวางแผนนำ

“สามแม่ครัว” ขยายการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อรองรับเทรนด์ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งได้แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องในกลุ่มเมนูพิเศษมากขึ้น จากเดิมที่มีจำหน่ายมากกว่า 10 เมนู อาทิ ฉู่ฉี่ คั่วกลิ้ง มัสมั่น และน้ำพริก ในราคากระป๋องละ 22 บาท เพื่อขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และที่ผ่านมาถือว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

ปุ้มปุ้ย ลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่

นายไกรฤทธิ์ โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตปลากระป๋อง “ปุ้มปุ้ย” และ “ปลายิ้ม” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมของตลาดปลากระป๋อง (ในซอสมะเขือเทศ) ที่มีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท มีแนวโน้มชะลอตัว โดยมีอัตราการเติบโตเพียง 1-2% จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบในแง่กำลังซื้อและทำให้ผู้บริโภคลดการจับจ่าย และตลาดก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูง จากผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ของผู้ประกอบการรายย่อยที่เน้นการตัดราคาอย่างรุนแรง

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้สอดรับกับสภาพตลาดที่เกิดขึ้น บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการแข่งขันด้วยคุณภาพและราคาที่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ นอกจากผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ล่าสุด บริษัทได้ส่งผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานสำเร็จรูป ตราปุ้มปุ้ย ภายใต้คอนเซ็ป “Smilimg Meal” เบื้องต้นมี 8 เมนู อาทิ คั่วกลิ้งไก่ ผัดกะเพราไก่ แกงมัสมั่นไก่ เป็นต้น ราคาซองละ 30 บาท วางจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต เจาะกลุ่มแม่บ้านยุคใหม่ที่ใช้เวลาเร่งรีบ

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำแกงพร้อมปรุง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในแถบยุโรป ที่มีความชื่นชอบอาหารไทย ซึ่งจะนำผลิตภัณฑ์ไปประชาสัมพันธ์ในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในงาน Anuga 2019 ที่ประเทศเยอรมนี

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2562 ในแง่ของโปรดักต์ ขณะนี้เตรียมลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ สแน็ก แบรนด์ “Smilimg fish” 4 รสชาติ อาทิ หอยลายอบกรอบ ออริจินอลรสกระเทียมอบกรอบ รสสาหร่าย รสต้มยำอบกรอบ ขนาด 30 กรัม จำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ และมีแผนจะจัดกิจกรรมตามจุดขาย และจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการขายตามร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

โรซ่าปรับพอร์ตลดเสี่ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางด้าน”โรซ่า” เผยว่า ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีแรกที่ตลาดปลากระป๋องติดลบถึง 4% เนื่องจากการขาดแคลนปลาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก และที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนราคาปลาที่เพิ่มถึง 20-30% อาจส่งผลให้มีการปรับราคาปลากระป๋องเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกสินค้าอย่างอื่นทดแทน โดยวัตุดิบหลักมากกว่า 50% นำเข้าจากจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และเมียนมา