“บิ๊กโจ๊ก” ส่งสันติบาลคุมประชุมบอร์ดการทาง หวั่นม็อบบุกยังไม่ล้มมติขยายสัมปทานแลกยุติข้อพิพาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่มีนายสุรงค์ บูลกุล ในฐานะประธานบอร์ดทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้มีการย้ายสถานที่การประชุมจากสำนักงานใหญ่ เขตบางเขน มาที่ห้องประชุมวายุภักษ์ 1 กระทรวงการคลัง
@”บิ๊กโจ๊ก”คุมเข้ม
โดยครั้งนี้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช. สตม.) ในฐานะกรรมการสัดส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) จัดกำลังตำรวจจากสน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจากชุดปฎิบัติการสยบไพรี ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) รวม 59 นาย คอยรักษาความปลอดภัย หลังจากการประชุมครั้งที่แล้วถูกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่ง ประเทศไทย (สร.กทพ.) ล้มการประชุมไป
ก่อนการประชุมเมื่อเวลา 13.30 น. นายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธาน สร.กทพ. เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรงค์ ประธานบอร์ด และนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่า กทพ. เพื่อแสดงจุดยืน 2 ข้อ
ได้แก่ 1. ให้พิจารณาการขอนำเงินจากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) มาชำระหนี้คดีทางแข่งขัน มูลค่า 4,300 ล้านบาท โดยขอให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม. )และ 2. ให้ยกเลิกหรือทบทวน มติบอร์ด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ที่ให้ขยายสัมปทานทางด่วนของบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ(BEM)ออกไป37ปี โดยแบ่งรายได้ให้กทพ.60%ตลอดอายุสัญญา และปรับค่าผ่านทาง10บาทได้2ครั้ง ขณะที่เอกชรจะลงทุนกว่า3หมื่นล้านสร้างทางด่วน2ชั้นจากประชาชื่น-อโศกให้
@ไม่เลิกมติ 20 ธ.ค.
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายชาญชัย เปิดเผยว่า ข้อเสนอที่เสนอไปช่วงก่อนการประชุม ที่ประชุมรับข้อเสนอไว้ทั้งหมด สำหรับข้อเสนอที่ให้นำเงินในกองทุน TFF ไปชำระหนี้นั้น ที่ประชุมรับเรื่องนี้ไปศึกษาว่าทำได้หรือไม่ หากไม่ได้ จะสามารถเจรจากับ BEM เพื่อขอชดเชยเป็นการต่ออายุสัญญาสัมปทานแทนการจ่ายเงินได้หรือไม่ เป็นต้น ส่วนการยกเลิกมติบอร์ดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2561 ที่ประชุมบอร์ดชี้แจงว่า ไม่สามารถยกเลิกมติดังกล่าวได้ เพราะมีการรับรองไปแล้ว
แต่ในขณะนี้จะไม่ดำเนินการอะไรที่เกี่ยวกับมติดังกล่าว ที่ประชุมตั้งคณะทำงาน 3 ชุด เพื่อศึกษาในรายละเอียดและข้อเท็จจริงต่างๆ ได้แก่ 1. ด้านกฎหมาย 2. ด้านการเงิน บัญชีและความเสี่ยง และ3. ด้านการก่อสร้างทางด่วน 2 ชั้น ก่อน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบกับมติบอร์ดดังกล่าวในภายหลัง แต่ยังยืนยันว่า ไม่เอาการขยายสัญญาสัมปทานถึง 37 ปีแน่นอน
@โยนคลังพิจารณาเงินTFFจ่ายหนี้
ด้านนายสุรงค์ เปิดเผยว่า การเจรจากับ BEM เพื่อขยายอายุสัญญาสัมปทานแลกหนี้ข้อพิพาทนั้น ที่ประชุมกำลังรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นของกรรมการ สหภาพ และคณะทำงาน เพราะมีข้อมูลใหม่ที่จะต้องทำการศึกษาเพิ่ม เช่น การเอาเงินกองทุน TFF ไปจ่ายค่าชดเชย ซึ่งจะต้องไปศึกษามาก่อนว่าทำได้หรือไม่ได้ บอร์ดไม่มีสิทธิ์เห็นด้วย ต้องถามกระทรวงการคลัง จากนั้นนำมาประกอบกับพิจารณาต่อไป
ส่วนการยกเลิกมติบอร์ดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.นั้น ยืนยันว่า ยกเลิกไม่ได้ แต่ในระหว่างนี้บอร์ดจะไม่ดำเนินการอะไรที่เกี่ยวข้องจนกว่าจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ เพราะยังมีข้อมูลที่เกิดขึ้นภายหลังอีกมากที่ต้องนำมาประมวลเพิ่มเติม ส่วนจะใช้เวลาแค่ไหน ขึ้นอยู่คณะทำงาน แต่จะเร่งให้เร็วที่สุด และไม่สามารถตอบได้ว่าจะทันก่อนเลือกตั้งหรือไม่
ส่วนกรณี BEM ขออนุมัติผู้ถือหุ้นในประเด็นการเจรจาขยายสัมปทานไปอีก 37 ปี เพื่อแลกหนี้ข้อพิพาทนั้น เป็นการขออนุมัติผู้ถือหุ้นของฝั่ง BEM ไปก่อน ในกรณีที่เจรจากันแล้วและครม.มีมติอนุมัติ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับ กทพ. ทั้งนี้ ถ้าหากครม.ไม่อนุมัติก็ไม่ได้ แต่จะเสนอ ครม.ได้เมื่อไหร่นั้นต้องขึ้นอยู่กับว่า เงื่อนไขการเจรจามีอะไรบ้าง หากไม่ทันก็ถือว่าบอร์ดทำตามหน้าที่แล้ว