เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคมเปิดแผนยกระดับขนส่ง ‘ลำลูกกา-ธัญบุรี’ ดึง อปท.เดินรถชะลอรถไฟฟ้าคูคต-วงแหวนฯ
Politics คมนาคมเปิดแผนยกระดับขนส่ง ‘ลำลูกกา-ธัญบุรี’ ดึง อปท.เดินรถชะลอรถไฟฟ้าคูคต-วงแหวนฯ
เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
Finance เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
World ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
Uncategorized วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
Finance กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
Real Estate แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
ดูทั้งหมด

“ปศุสัตว์” ชงข้อมูลสารเร่งเนื้อแดงก่อน “บิ๊กตู่” เยือนสหรัฐ-

31 ส.ค. 2560 | 07:00น.

กรมปศุสัตว์เตรียมชงข้อมูลวิชาการ “สารเร่งเนื้อแดงในหมู” ให้นายกฯประยุทธ์ก่อนบินไปอเมริกา ต.ค.นี้ รับมือหากประธานาธิบดี “ทรัมป์” หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นบีบไทยเปิดนำเข้า ฟากผู้เลี้ยงชี้หากเปิดนำเข้าเกษตรกรเดือดร้อนกันเป็นลูกโซ่ถ้วนหน้า ทั้งชาวนา-ชาวไร่ ข้าวโพด-มันสำปะหลัง

นสพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจหยิบยกเรื่องการส่งออกชิ้นส่วนสุกรที่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ของสหรัฐอเมริกาเข้ามาในไทยในช่วงระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม 2560 ว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยต่าง ๆ ในการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงสุกรว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากน้อยเพียงใดไว้รองรับ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ในการเจรจา โดยการเจรจาเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเท่าที่ทราบยังไม่มีประเด็นเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้เลี้ยงหมูไทยได้ยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าหมูของสหรัฐต่อ พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง ทางกลุ่มผู้เลี้ยงคงเกรงว่าหากทางประธานาธิบดีสหรัฐหยิบยกเรื่องขึ้นมาขอให้นายกรัฐมนตรีไทยกลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งจึงต้องยื่นหนังสือคัดค้านไว้ก่อน ซึ่งกรมปศุสัตว์พร้อมเตรียมข้อมูลให้ไปชี้แจง

“ประเทศไทยห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ในการเลี้ยงหมู โดยมีกฎหมาย 3 ฉบับที่ควบคุม ได้แก่ พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์การจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ของกระทรวงสาธารณสุขที่ห้ามใช้สารกลุ่มนี้ แม้ว่าบางประเทศจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) ที่มีมติให้ใช้สารเร่งเนื้อแดง คือ แรกโตพามีน (Ractopamine) ได้ตามเกณฑ์กำหนดค่าสูงสุดว่าไม่เกินเท่าไหร่ไว้ในการเลี้ยงหมู อย่างไรก็ตาม หากถึงที่สุดทางสหรัฐอเมริกามีการต่อรองขอส่งออกชิ้นส่วนหมูที่ไม่มีสารเร่งเนื้อแดงปนเปื้อนเข้ามาขายในไทย ก็คงต้องเจรจากันในเงื่อนไขใหม่และวางขายต่างหาก ที่สำคัญต้องไม่นำมาปะปนขายรวมกับหมูไทย” นสพ.สรวิศกล่าว

ทางด้านนายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เรื่องนี้ฝ่ายสหรัฐเคยหยิบยกมาหารือกับไทยหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะในช่วงสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้กลุ่มผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศต้องยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว ในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปหารือกับกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จึงเกรงว่าฝ่ายสหรัฐอาจหยิบเรื่องนี้มาให้ฝ่ายไทยพิจารณาเรื่องการนำเข้าอีก ซึ่งหากนำเข้ามาจริง ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาจะมีมากมาย ตั้งแต่ผู้เลี้ยงหมูในประเทศที่ผลิตหมูขุนป้อนตลาดทั่วประเทศวันละประมาณ 4.4-4.5 หมื่นตัว รวมไปถึงผู้ปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว ปลายข้าว รำข้าว ที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาจะตกต่ำตามมา เหมือนเวียดนามช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคาหมูเป็นตกต่ำเหลือ กก.ละ 25-30 บาท ขาดทุนและเลิกเลี้ยงไปกันมาก

“สหรัฐเป็นผู้เลี้ยงหมูอันดับ 1 ของโลก มีต้นทุนการเลี้ยงหมูเพียง กก.ละ 1 เหรียญสหรัฐ หากสหรัฐดัมพ์ชิ้นส่วนหมูในส่วนของหัว ขา และเครื่องใน เกือบ 20 กก./ตัว เข้ามาในปริมาณไม่มาก ก็แย่แล้ว เหมือนฟิลิปปินส์ เวียดนาม เจออยู่ในขณะนี้ ราคาหมูไทยที่มีต้นทุนเลี้ยงสูง กก.ละ 58 บาท จะอยู่ไม่ได้ ซึ่งในไทยมีผู้เลี้ยงหมูรายย่อย-รายกลางถึง 75% จะขาดทุนหนักและเลิกเลี้ยงหมดอาชีพอย่างแน่นอน”

ในส่วนสถานการณ์หมูไทยในขณะนี้ ปริมาณการเลี้ยงกับการบริโภคเริ่มสมดุล จากราคาหมูเป็นทรุดลงเหลือ กก.ละ 54 บาทช่วงก่อนหน้านี้ ขยับขึ้นเป็น กก.ละ 58-60 บาทแล้ว เพราะกลุ่มผู้เลี้ยงทุกภาคเริ่มหารือในการแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง รวมทั้งเชิญผู้เลี้ยงรายใหญ่ 10 กว่าบริษัทมาหารือ โดยนำหมูในพื้นที่ที่ล้นตลาดไปช่วยขายในพื้นที่ขาดและร่วมกันขายในราคาไม่ต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยง ทำให้สถานการณ์ราคาดีขึ้น

“ปริมาณการเลี้ยงกับการบริโภคที่สมดุล เพราะในหลายพื้นที่เกษตรกรผู้เลี้ยงยังมีปัญหาโรคท้องร่วงติดต่อในสุกร ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส Porcine Epidermic Diarrhea (PED virus) ทำให้แม่หมูท้องเสีย นมแห้งตามมา เมื่อลูกที่คลอดออกมาไม่ได้กินนมแม่ 3-4 วันที่ท้องเสียก็ตาย การแก้ปัญหาเอาหมูในพื้นที่ล้นไปโปะพื้นที่ขาด จะทำให้ผู้เลี้ยงที่ขาดแคลนไม่เพิ่มแม่พันธุ์ที่จะก่อให้เกิดหมูล้นตามมา ส่วนราคาขายหมูชำแหละหน้าเขียงในตลาดสด ปัจจุบันเขียงขายหมูเนื้อแดง กก.ละ 130-140 บาท ซึ่งควรจะขายสูงกว่าราคาหมูเป็น 2 เท่า หรือเพียง กก.ละ 120 บาท”