เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

ดึง “อาลีเพย์” หนุนเที่ยวไทย เอกชนแนะรัฐคิดให้ครบ “ทุกมิติ”

10 พ.ค. 2562 | 19:58น.

ในปี 2561 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสร้างรายได้ให้กับประเทศคิดเป็นมูลค่ารวมที่ราว 2 ล้านล้านบาท พร้อมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายไปยังหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน ธุรกิจขนส่ง รวมถึงห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป

โดยมี “เทคโนโลยี” เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ และเอื้อให้นักท่องเที่ยวสามารถหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์มการจองที่พัก และจำหน่ายสินค้าด้านการท่องเที่ยวรวมถึงระบบการชำระเงิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นผู้ประกอบการต่างชาติแทบทั้งสิ้น

ข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จึงอยู่ในมือของแพลตฟอร์มต่างชาติโดยปริยาย

เปิดช่องต่างชาติฮุบธุรกิจไทย

แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การรุกของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวต่างชาตินั้น หากมองให้ลึกซึ้งจะพบว่า นอกจากจะเป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวแล้ว ขณะนี้ยังได้นำ “บิ๊กดาต้า” ที่อยู่ในมือมาเป็นฐานข้อมูลสำหรับการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย

โดยที่ผ่านมารัฐบาลพยายามจับมือกับกลุ่มอาลีบาบาในการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น หากมองในมุมการพัฒนาเศรษฐกิจยอมรับว่ามีส่วนผลักดันให้ไทยสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะตลาดจีนผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

แต่หากมองในภาพรวมแล้วจะพบว่าขณะนี้รัฐบาลไทยเปิดช่องให้กลุ่มธุรกิจจีนเข้ามามีบทบาทกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจออนไลน์แทรเวลเอเย่นต์ หรือโอทีเอ

ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับ Ant Financial บริษัทที่ดำเนินการระบบชำระเงิน Alipay ในเครือของอาลีบาบา โดยมีเป้าหมายเจาะกลุ่มสมาชิกประเภท gold, platinum และ diamond ที่มีปริมาณกว่า 120 ล้านคน ด้วยการอำนวยความสะดวกในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเรื่องการทำ visa on arrival, การขอคืน tax-refund ฯลฯ รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

“การดึงจีนเข้ามาเป็นพันธมิตรนั้นเป็นการเปิดช่องให้ธุรกิจเข้ามาปักธงในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ดังนั้นรัฐบาลไทย และ ททท.ต้องคิดให้รอบด้านมากกว่านี้” แหล่งข่าวระบุ

หวั่น BigData อยู่ในมือต่างชาติ

ขณะที่ “สุรวัช อัครวรมาศ” เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ให้ข้อมูลว่า หากความร่วมมือครั้งนี้ “อาลีเพย์” ให้ข้อมูลลูกค้ากว่า 100 ล้านคนของเขามาให้ไทยบริหารและดูแลเอง จะเป็นประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก เนื่องจากไทยจะมีดาต้าของนักท่องเที่ยวจีน และสามารถทำการตลาดได้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื่อว่าทางฝั่งจีนน่าจะต้องบริหารจัดการเองทั้งหมด เนื่องจากอาลีเพย์เองก็ต้องการหาสิทธิประโยชน์ หรือ privilege ที่แตกต่างให้กับลูกค้า และแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง “วีแชทเพย์” ด้วย และให้ฝ่ายไทยอำนวยความสะดวกและให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยอ้างว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ

เมื่อนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย “อาลีเพลย์” จะมีฐานข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวเดินทางไปไหนบ้าง มีพฤติกรรมใช้จ่ายอย่างไร นอนโรงแรมระดับไหน รับประทานอาหารที่ไหน ฯลฯ ทั้งหมดทันที

ชี้ทำลาย “เศรษฐกิจ-ธุรกิจ” ไทย

กลายเป็นว่าประเทศไทยไปช่วยเพิ่มเครื่องมือในการทำการตลาดให้ “อาลีเพย์” และที่สำคัญกว่านั้น คือ ประเทศไทยยังสูญเสียความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางธุรกิจไปด้วย

เพราะเมื่อข้อมูลทั้งหมดของนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทยอยู่ในมือ “อาลีเพย์” เขาสามารถขายข้อมูลเหล่านั้นให้นักธุรกิจเพื่อเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้

“สุรวัช” บอกด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจขณะนี้ คือ บิ๊กดาต้า ดังนั้นหลักการคิดของไทยควรคิดหลายๆชั้นและครบทุกมิติว่าการทำการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ นั้น ประเทศไทยได้คุ้มกับสิ่งที่เสียไปหรือไม่ อย่างไรด้วย

แน่นอนว่าความร่วมมือดังกล่าวนี้ ฝ่ายไทยเองก็ได้ลูกค้ากลุ่มมีกำลังซื้อสูงเข้ามาเที่ยวและจับจ่ายในประเทศไทย แต่ในมุมภาคเอกชนที่ทำธุรกิจก็ไม่อยากเห็นข้อมูล หรือบิ๊กด้าต้าทั้งหมดไปอยู่ในมือกลุ่มทุนจีน

แนะหนุน TAGTHAI เชื่อมดาต้า

“สุรวัช” ยังให้ข้อมูลด้วยว่า ที่ผ่านมาภาคเอกชนของไทยพยายามร่วมมือกันพัฒนาแอปพลิเคชั่น TAGTHAI สำหรับเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์แทรเวลเอเย่นต์ หรือโอทีเอของประเทศ หากเป็นไปได้ อยากให้รัฐบาลมาช่วยกันพัฒนาให้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวนี้มีศักยภาพที่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้โดยสนับสนุนในด้านการให้ privilege ต่าง ๆ ที่เป็นของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นให้สิทธิพิเศษในด้านการอำนวยความสะดวกในการทำ visa on arrival หรือการขอคืน tax-refund ฯลฯ พร้อมทั้งวางให้ TAGTHAI เป็นตัวกลางในการทำงานประสานกับโอทีเอต่างชาติที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยทั้งหมด

ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายช่วยกันสร้างความแข็งแกร่งให้แพลตฟอร์ของประเทศ ที่สำคัญ ต้องทำให้ TAGTHAI สามารถเก็บบิ๊กดาต้าของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยทั้งหมดได้ด้วย

“ซีทริป” ลงทุนโรงแรม

สอดคล้องกับแหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวอีกรายหนึ่งที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศปีละราว 10 ล้านคน ทำให้นักธุรกิจจีนเข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยมาเป็นระยะ ทั้งธุรกิจนำเที่ยว ร้านอาหาร โชว์ (สำหรับนักท่องเที่ยว)รวมถึงโรงแรม โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในรูปแบบ “นอมินี” เป็นหลัก แต่ล่าสุดนี้พบว่ามีกลุ่มทุนจีนรายหนึ่งชื่อว่า “หลู่เย่ว” (LUYUE) ธุรกิจในเครือ Ctrip ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ของจีน ได้ประกาศเข้ามาลงทุนโรงแรมในประเทศไทยอย่างชัดเจน เนื่องจากเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังคงเป็นเดสติเนชั่นยอดนิยมของคนจีน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวล้วนได้มาจากฐานดาต้าเบสของ Ctrip ทั้งสิ้น

โดยโฟกัสลงทุนในโรงแรมระดับ 3-5 ดาว ในจังหวัดท่องเที่ยวเป็นหลัก อาทิ กรุงเทพฯ, พัทยา, สมุย, เชียงใหม่ เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเปิดให้บริการได้ถึง 80 แห่งภายในปี 2562 นี้ ภายใต้แบรนด์ Floral

จากปัจจุบันมีโรงแรมในเครือทั้งหมดที่ทำสัญญาแล้ว 800 แห่งในทั่วโลก และเปิดให้บริการแล้ว 500 แห่งใน 10 ประเทศทั่วโลก ซึ่งกว่า 700 โรงแรมตั้งอยู่ในประเทศจีนการเข้ามาลงทุนของกลุ่ม “หลู่เย่ว”ในทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดที่มีนักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางไปเที่ยวนั้น ถือเป็นปรากฏการณ์และตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำบิ๊กดาต้าที่มีมาต่อยอดและวางแผนการลงทุนของกลุ่ม Ctrip

ที่สำคัญ ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้น่าจะเป็น “บทเรียน” ที่ดีและชัดเจนของไทยที่เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ โดยที่ประเทศไทยไม่มีระบบเก็บบิ๊กดาต้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติ…