เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
Biz Movement ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
Business ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
Tech IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
Politics เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
News การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
Politics นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
Politics IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
หอการค้า 7 จังหวัดชายแดน ชงปลดล็อกสินเชื่อ SME-ขยายพักหนี้อีก 1 ปี
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้า 7 จังหวัดชายแดน ชงปลดล็อกสินเชื่อ SME-ขยายพักหนี้อีก 1 ปี
กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี
Politics กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี
ดูทั้งหมด

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบรอผลการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร

24 พ.ค. 2562 | 18:45น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันอังคาร (21/5) ที่ระดับ 31.84/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 31.74/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทยอยปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์จากแรงหนุนของตัวเลขผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 102.4 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 97.5

รวมไปถึงการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้คลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับสงครามการค้าว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติการทำสงครามการค้าในที่สุด ถึงแม้ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความขัดแย้งในการเจรจา พร้อมกับได้กล่าวว่าในแง่ของเศรษฐกิจมหภาค จึนควรตกลงต่อทุกสิ่งที่สหรัฐได้ร้องขอเนื่องจากจะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศยกเลิกเป็นการชั่วคราวต่อคำสั่งห้ามบริษัทสหรัฐ ในการดำเนินธุรกิจกับบริษัทหัวเหว่ย (Huawei) โดยอนุญาตให้มีการอัพเดทซอฟท์แวร์เพื่อให้ผู้ใช้ยังคงใชังานโทรศัพท์ของหัวเหว่ยได้ ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะมีผลถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2562

แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมากังวลถึงความตึงเครียดในเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอีกครั้ง หลังนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า การดำเนิินการทางด้านการค้าของสหรัฐในระยะนี้ กำลังเป็นอุปสรรคขัดขวางการเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งถ้าสหรัฐต้องการให้การเจรจาการค้าดำเนินต่อไป สหรัฐจะต้องมีความจริงใจในการแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาด หลังจากนั้นการเจรจาจึงจะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 30 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม ที่มีทิศทางให้คงอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับร้อยละ 2.25-2.50 พร้อมกับเน้นย้ำถึงการใช้ความอดทนในการกำหนดนโยบายทางการเงิน และระบุว่าเฟดไม่มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้นี้ โดยพิจารณาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งเติบโตในระดับปานกลาง โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดแรงงานที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่เศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ หลังจากที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) ไตรมาสที่ 1 ขยายตัวที่ระดับ 2.8% นับว่าชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับการขยายตัวที่ระดับ 3.6% ในไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.0% โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกรวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งส่งผลให้การส่งออกสินค้าปรับตัวลดลง นับเป็นการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2557

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานว่ายอดสินค้านำเข้าในเดือนเมษายน ปรับตัวลดลงร้อยละ 2.57 เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงที่ร้อยละ 2.00 ในขณะที่ยอดสินค้านำเข้าปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.72 เมื่อเปรียบเทียบรายปี ปรับตัวดีขึ้นกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงร้อยละ 4.25 ซึ่งจากตัวเลขที่ออกมาเป็นการสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตารอในส่วนของการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันเสาร์นี้ (24/5) ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.77-32.03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 31.84/85 บาท/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดวันอังคาร (21/5) ที่ระดับ 1.1162/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 1.1163/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดทั้งสัปดาห์ หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังคงได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่มีการเปิดเผยอย่างไร้ทิศทาง โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซน ปรับตัวขึ้น 1.7% ในเดือนเมษายน สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อให้อยู่ใกล้ แต่ไม่เกินระดับ 2% นอกจากนี้นักลงทุนยังคงจับตารอผลการเลือกตั้งสภายุโรปที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1106-1.1205 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1189/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันอังคาร (21/5) ที่ระดับ 110.14/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 109.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์จากการแข็งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการเข้าถือครองของนักลงทุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐและจีน โดยจีนกำลังพิจารณาออกมาตรการที่มีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งนักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนเรื่อง Brexit หลังจากมีข่าวว่า นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ อาจจะประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันศุกร์นี้ หลังจากที่ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากพรรคฝ่ายค้านและพรรครัฐบาล อันเนื่องมาจากความล้มเหลวในการผลักดันข้อตกลง Brexit ให้ผ่านการอนุมัติของรัฐสภาอังกฤษ โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.45-110.67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.58/60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ