เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
Economic เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
Finance เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
Biz Movement ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
Economic เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
Business อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69  ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
Uncategorized วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69 ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
Finance SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 66,950 บาท
เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
Economic เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯธปท.กางข้อมูลยืนยันสินเชื่อบ้านทั้งประเทศยังโต 15% ย้ำเจตนามาตรการ LTV ไม่กระทบคนซื้อบ้านหลังแรก

10 ก.ค. 2562 | 15:20น.

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “สัมมนาวิชาการประจำปี 2562 “โลกเปลี่ยน หมู่เฮาปรับ รุกรับให้ทัน” ว่า การที่ธปท.ออกมาตรการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เมื่อเดือน พ.ย. 61 และเริ่มมีผลเมื่อเดือน เม.ย. 62 นั้น

ขออนุญาตถอยหลังไปเล็กน้อยว่าเราเห็นข้อมูลอะไรที่เรากังวล เนื่องจากหน้าที่ของธนาคารกลางทุกประเทศ คือ หน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ เวลาที่ทุกอย่างมีเสถียรภาพดี คนก็จะรู้สึกว่าทุกอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าปล่อยไว้จนถึงสภาวะที่ไม่มีเสถียรภาพแล้ว อาจจะมีคำถามว่าเมื่อ 3 หรือ 5 ปีที่แล้ว ทำไมไม่ทำอะไร

สำหรับสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยเราเห็นสัญญาณที่ไม่ดีหลายอย่างในช่วงประมาณ 12-18 เดือนที่ผ่านมา และก็ติดตามดูแลใกล้ชิด ปกติสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นสินเชื่อที่มี NPL ต่ำ เวลาที่คนกู้ซื้อบ้าน สิ่งสุดท้ายที่เราจะให้หลุดไปก็คือบ้าน เรามีปัญหาเรื่องเงินหมุนไม่ทัน รายได้ไม่มี เราก็ต้องพยายามรักษาบ้านของเราไว้

แต่ช่วงหลังเราเห็นตัวเลข NPL สินเชื่อบ้านปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราสงสัยว่าเศรษฐกิจโดยรวมดูดีขึ้น การจ้างงานดีขึ้น รายได้ของประชาชนดีขึ้น ทำไมยอดสินเชื่อบ้านโตขึ้น และ NPL ของสินเชื่อบ้านก็โตขึ้นเรื่อยๆ จึงลงไปดูในรายละเอียด เพราะช่วงหลังธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูข้อมูลจาก Big Data จึงลงไปดูข้อมูลรายสัญญา ผู้กู้รายคน อสังหาริมทรัพย์รายประเภท รายพื้นที่ ก็พบลักษณะคล้าย ๆ กันว่า มีสัญญาที่กู้ ที่ 2 สัญญาที่ 3 สัญญาที่ 4 ที่เกิดขึ้น (กู้เพื่อซื้อบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 หลังที่ 4 ในขณะที่หลังแรกยังผ่อนไม่หมด)

นอกจากนี้ ยังพบการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสถาบันการเงินด้วยกัน NPL ที่เพิ่มสูงขึ้น
ตอนแรกกระจุกตัวอยู่กับบางแบงก์เท่านั้น แบงก์ที่เข้ามาตอนแรกก็ไม่ได้เป็นเจ้าตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เป็นเจ้าตลาดของสินเชื่อเคหะ พอเข้ามารุกตลาด สถาบันการเงินก็ลดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อในหลากหลายรูปแบบ ให้เงินเพิ่มขึ้นเยอะ ๆ บ้าง ดังที่หลายท่านคงได้ยินเรื่องสินเชื่อเงินทอน

สินเชื่อเงินทอนคืออะไร

ขออธิบายง่าย ๆ สมมุติซื้อบ้านที่ผู้ขายบอกราคา 3 ล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติสามารถต่อรองได้ เช่นลดเหลือ 2.5 ล้านบาท แต่สถาบันการเงินเอา 3 ล้านบาทไปเป็นราคาทำสัญญา และให้เงินกู้บวกไปอีก เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ค่าตกแต่ง ดังที่เรียกกันว่าเงินกู้เอนกประสงค์ บวกไปอีก 10% เป็นกู้ทั้งหมด 3.3 ล้านบาท ในขณะที่จ่ายจริง 2.5 ล้านบาท คนกู้เหลือเงินสด 8 แสนบาท สำหรับใช้จ่าย

ภายหลังเริ่มเห็นกรณีทีเดียว 4 สัญญา ยื่นพร้อมกัน ข้อมูลเครดิตบูโรตามไม่ทัน เพราะเป็นข้อมูลหลังการอนุมัติของสถาบันการเงิน กู้ 4 สัญญาพร้อมกัน ก็ได้เงิน 8 แสนบาท คูณ 4 ก็ 3.2 ล้านบาทมาใช้ คนทั่วไปมักคิดว่าราคาบ้านมีแต่ขึ้น ผ่านไปสองปีก็จะขายบ้านได้กำไรอีกต่อหนึ่ง บ้านที่ซื้อถ้าให้เช่า ก็ได้ค่าเช่าอีกต่อหนึ่ง คนส่วนใหญ่จะคิดแบบนี้ คิดว่ามีแต่ด้านได้ แต่ไม่ได้คิดว่าถ้าไม่เป็นเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

เราเห็นสถานการณ์เช่นนี้รุนแรงขึ้น จึงส่งทีมลงไปดูข้อมูลส่วนกลางและข้อมูลรายพื้นที่ ปลอมตัวไปซื้อบ้าน ท่านลองค้นหาใน Google คำว่า “สินเชื่อเงินทอน” หรือ “บริษัทรับจัดสินเชื่อเคหะ” จะพบว่ามีคน
ที่อ้างว่าสามารถให้คำปรึกษา หรือช่วยวางแผนเยอะมากที่ทำให้เกิดการกู้ที่ไม่ได้เป็นความต้องการอยู่จริง และมีการเก็งกำไรเกิดขึ้น ถ้าปล่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อุปทาน (Supply) ส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น บ้านที่โอนแล้วแต่คนไม่อยู่จริงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้น ไม่มีทางที่ค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่อาจลดลงเพราะมีบ้านใหม่ ๆ ที่เป็นอุปทานส่วนเกินเข้ามาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ราคาบ้านที่บอกว่าจะเพิ่มขึ้น ก็ไม่เพิ่มขึ้นถ้ามี supply ส่วนเกิน


คนซื้อบ้านหลังแรกไม่กระทบและจะซื้อบ้านในราคาที่เหมาะสมขึ้น

ต้องเรียนว่ามาตรการนี้เป็นมาตรการที่ค่อนข้างเบามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ คือ การเพิ่มเงินดาวน์ สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยที่ไม่ใช่บ้านหลังแรก บ้านหลังแรกไม่ได้รับผลกระทบ ยืนยันอีกครั้งว่าเจตนาของเราไม่ต้องการให้คนที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกได้รับผลกระทบ

ความจริงมาตรการที่ออกมานั้นช่วยคนที่อยากมีบ้านเป็นครั้งแรกด้วย เพราะว่าราคาบ้านของเดิมที่มีอุปสงค์ (demand) เทียมทำให้ราคาบ้าน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ในเชียงใหม่ก็ขึ้นเร็วมาก คนที่อยากจะซื้อบ้านจริง ๆ ไม่สามารถซื้อได้ หรือซื้อได้ในราคาที่สูงกว่าที่ควร มาตรการช่วยให้ตลาดมีความสมดุลมากขึ้น เป็นตลาดที่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงมากขึ้น และช่วยคนที่อยากจะซื้อบ้านครั้งแรกให้สามารถซื้อได้ในราคา
ที่เหมาะสมขึ้น

ตอนทำ hearing มีหลายท่านเสนอว่า ไม่ควรทำบ้านหลังที่สองด้วย เพราะรูปแบบการดำเนินชีวิต (lifestyle) ของคนเปลี่ยน อาจมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อคอนโดมิเนียมเป็นหลังที่สอง เราเลยไม่แตะบ้านหลังที่สอง กรณีถ้าผ่อนหลังแรกมาแล้ว 3 ปี แล้วมาซื้อหลังที่สอง อันนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ มาตรการจะเน้นคนที่เก็งกำไร โดยเฉพาะหลังที่ 3 หรือสัญญาเงินกู้ที่ 3 ขึ้นไป ถ้าท่านใช้เงินของท่านเองซื้อ
ไม่กระทบ

ข้อมูล 5 เดือนที่ผ่านมา สินเชื่อยังเพิ่มขึ้น 15%

ตัวเลขสินเชื่อใหม่ในเดือนเมษายนหลังมาตรการมีผลลดลงบ้าง แต่ส่วนสำคัญเป็นเพราะ มีการเร่งกู้ในช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ก่อนมาตรการมีผล 1 เม.ย. 62 ข้อมูลจะดูเฉพาะตัวเลขของเดือนเมษายนและพฤษภาคมไม่ได้ ต้องดูข้อมูล 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งประเทศ
ยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้ลดลง สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังโต 15% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ แต่ถ้าดูข้อมูลเดือน เม.ย. – พ.ค. บ้านหลังแรกและบ้านแนวราบโดยรวมไม่ได้ถูกผลกระทบ คอนโดมิเนียมที่เป็นสัญญาที่ 2 ที่ 3 ขึ้นไป เห็นว่ายอดขายลดลง

จากข้อมูลผลเป็นไปตามที่คาดไว้ ที่สำคัญคือถ้าดูเงินเดือนของคนที่กู้สัญญาที่ 3 ช่วงที่มีการเก็งกำไร รายได้ของคนกู้สัญญาที่ 3 ลดลงมากจากเดิมรายได้เคยอยู่ที่ 2.5 แสนบาท ลดลงเหลือ 1.4 แสนบาท วันนี้รายได้ของคนที่เข้ามาซื้อหรือขอกู้สัญญาที่ 3 เริ่มขยับสูงขึ้น สะท้อนว่าถ้าคุณจะเก็งกำไรคุณต้องมีรายได้มากพอที่จะรับความเสี่ยง โดยรวมผลเป็นไปตามที่คาด  แต่อย่างไรก็ดี ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินเพราะมาตรการเพิ่งมีผลบังคับใช้เพียง 2 เดือน และมีผลของการเร่งกู้ในช่วง 3 เดือนแรกก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ด้วย


ถ้าปล่อยไปฟองสบู่จะแตก ถ้าไม่ทำมาตรการนี้จะเกิดอะไรขึ้น ?

ถ้าเราปล่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทำอะไร สักวันหนึ่งฟองสบู่จะแตก และถ้าฟองสบู่แตกจะกระทบทุกคน ทุกคนที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะกู้หรือไม่กู้ และจะสร้างผลข้างเคียงอีกมาก เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เป็นสินทรัพย์ที่เรามี เป็นเงินออมก้อนสำคัญ และอย่าคิดว่าราคาตกไม่ได้ ฮ่องกงเป็นเกาะที่มีพื้นที่จำกัด ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังลดลงร้อยละ 20 ในปีเดียว เพราะฉะนั้นในกรณีของไทย ถ้ามีดีมานด์เทียมเยอะ ๆ และปล่อยให้เกิดเป็นฟองสบู่ขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตได้