เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026”
Business “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026”
บี.กริมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ผ่านเวที“Youth for Change: The Mindful Future Contest”
SD บี.กริมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ผ่านเวที“Youth for Change: The Mindful Future Contest”
อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
Economic เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
Finance เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
Biz Movement ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
Economic เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
Business อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69  ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
Uncategorized วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69 ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
Finance SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
ดูทั้งหมด

“เทรดวอร์-บึ้มกรุง” ป่วนหุ้นไทย ลุ้นผลงานรัฐบาลชี้ชะตาดัชนี

08 ส.ค. 2562 | 13:20น.

ล่วงเข้าสู่เดือน ส.ค. สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญปัจจัยลบหนักหน่วงอีกครั้ง

โดย “วิลาสินี บุญมาสูงทรง” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) วิเคราะห์ว่า หุ้นไทยเจอศึก 2 ด้าน ทั้งปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่รีดภาษีเพิ่มอีก 10% ต่อสินค้าจีน มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะมีผล 1 ก.ย.นี้ และเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน อย่างไรก็ดี รัฐบาลใหม่ยังคงเดินหน้านโยบายหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รมว.คลังก็เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแพ็กเกจใหญ่เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ส.ค.นี้

วิลาสินี บุญมาสูงทรง

“ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลง โดยมีแรงกดดันจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่รีดภาษีเพิ่ม โดยทางการจีนก็ได้ยืนยันดำเนินมาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังเกิดเหตุวางระเบิดกลางกรุงหลายจุด โดยในช่วงสั้นนักลงทุนยังคงวิตกกับเหตุการณ์ระเบิด และปัญหาสงครามการค้าที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ” นางสาววิลาสินีกล่าว

ขณะที่ “วิวัฒน์ เตชะพูลผล” รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บล.ทิสโก้คาดว่าหุ้นไทยเดือน ส.ค. 2562 จะมีแนวรับที่ 1,640-1,660 จุด และมีแนวต้านที่ 1,710-1,730 จุด แม้ว่าปัจจุบันตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับใกล้กับแนวรับแล้ว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น เพราะกังวลเรื่องสหรัฐจะจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 10% ซึ่งจะส่งผลลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก ประกอบกับนักลงทุนคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) จะลดลงทั้งเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเทียบกับไตรมาสก่อน

วิวัฒน์ เตชะพูลผล

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยลบเรื่องการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Emerging Market ที่เตรียมเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-share จาก 5% เป็น 15% ทำให้ต้องปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยลง ซึ่งคาดว่าจะทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นไทยราว 9,000 ล้านบาท

โดย บล.ทิสโก้มองว่า ประเด็นที่ควรจับตามองจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี คือ เศรษฐกิจทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่ ถึงแม้ว่าขณะนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และนักลงทุนทั่วโลกคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ และ 2 ครั้งในปีหน้า แต่การลดอัตราดอกเบี้ยลงไม่ได้การันตีว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นเสมอไป

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประเมินว่า ช่วงที่เหลือของปี 2562 นี้ หากนำปัจจัยสงครามการค้าสหรัฐกับจีนออกไปก่อน บนสมมุติฐานไม่มีผลกระทบเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะเริ่มเข้าโหมดประนีประนอมกันได้ จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะเริ่มเร่งออกมาตรการกระตุ้นที่ชัดเจนออกมา และเห็นหลาย ๆ กระทรวงเริ่มมีวาระงานเร่งด่วนภายใน 3 เดือนนี้ โดยต้องดูว่าจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน จะสามารถทำให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต่างหากจะเป็นตัวตัดสินว่าตลาดหุ้นไทยจะขึ้นหรือลง

“ผมเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะมีเม็ดเงินมากพอสมควรที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งก็น่ากระตุ้นตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง” นายไพบูลย์กล่าว

โดยสำหรับทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ต้องพิจารณาจากสภาพคล่องทั้งหมดในระบบ โดยจากการประชุมเฟดที่ผ่านมาประกาศชัดว่า จะไม่ดึงสภาพคล่องออกแล้ว ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางญี่ปุ่น มีแนวโน้มอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเข้าไปอีก ดังนั้น ถ้ามองในแง่ของสภาพคล่องทั่วโลกถือว่ายังล้นอยู่มาก ในขณะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

 

ไพบูลย์ นลินทรางกูร

“ตราบใดที่สภาพคล่องยังเยอะอย่างนี้และดอกเบี้ยยังต่ำระดับนี้ นักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันแทบจะไม่มีทางเลือก ยังไงก็ต้องนำเงินเข้าสู่ตลาดหุ้น ฉะนั้นในช่วงระยะสั้น ๆ ต้องมองจังหวะการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นด้วย ไม่วู่วาม และเชื่อว่าในระยะกลางถึงระยะยาว หรือ 1-2 ปีจากนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะอยู่ในขาขึ้น หากสภาพคล่องยังดีอยู่แบบนี้” นายไพบูลย์กล่าว

ทั้งนี้ ถ้าหากมองในมุมราคาหุ้น หรือมูลค่าที่เหมาะสม (valuation) ในทุกช่วงเทียบกับปัจจัยที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้ดอกเบี้ยของไทยต่ำมาก ฉะนั้น P/E ก็ต้องสูงกว่าในอดีตเป็นธรรมดา ซึ่งก็ไม่ได้แพงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียน โดยหุ้นหลาย ๆ ตัวยังถือว่ายังมี valuation ที่ยังน่าสนใจ

ส่วนกรณีที่จีนลดค่าเงินหยวน “ไพบูลย์” มองว่าไม่ได้กระทบตลาดหุ้นไทย เนื่องจากไทยยังเป็นตลาดปลอดภัยและน่าลงทุน ในขณะที่ถ้ามองพื้นฐานของจีนในแง่บัญชีเดินสะพัดก็ต่ำแทบจะติดลบ ซึ่งจริง ๆ ควรจะลดลงไปนานแล้ว เพราะส่งออกจีนก็ต่ำมาก

“แต่ที่ผ่านมาจีนประคองไว้ พอตอนนี้ปล่อยก็เลยทำให้อ่อนค่าลงมา ซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ โดยสงครามการค้าแทบจะเบาลงหลังจากนี้ เพราะว่าประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ต้องพักรบ เนื่องจากว่าขณะนี้สหรัฐใกล้จะมีการเลือกตั้งแล้ว” นายไพบูลย์กล่าว

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า มรสุมลูกใหม่ ๆ ที่เข้ามาในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ จะส่งผลกระทบตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องไปอีกในช่วง 4-5 เดือนที่เหลือหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนก็คงหวังว่า

รัฐบาลจะช่วยสร้างปัจจัยบวกให้กับตลาดได้