เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
ดูทั้งหมด

ผวาเศรษฐกิจโลกถดถอย ชาติยักษ์ใหญ่ GDP ทรุดถ้วนหน้า

17 ส.ค. 2562 | 17:01น.

ความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองประเทศยักษ์ใหญ่ใช้ตอบโต้กันไปมาหลายต่อหลายครั้ง ได้สร้างแรงกดดันต่อภาคการค้าและอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของหลายประเทศที่ร่วงลงอย่างรุนแรง ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าความขัดแย้งครั้งนี้อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

ขณะที่เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น (inverted yield curve) ที่เกิดขึ้นกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และ 2 ปีเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี สร้างความกังวลต่อความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับภาวะถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐและหลายประเทศทั่วโลกทรุดหนักนักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยง 

เศรษฐกิจสหรัฐ-จีนฉุดทั่วโลก

บลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐในฐานะประเทศต้นทางของสงครามการค้า จำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะการที่ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามความต้องการของรัฐบาลสหรัฐ รวมถึงการอุดหนุนภาคธุรกิจต่าง ๆ ทำให้สหรัฐยังมีการเติบโตของจีดีพีในไตรมาส 2 ของปีนี้อยู่ที่ 2.1% ลดลงจากไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 3.1% แต่ก็ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เดิมว่าจะเติบโตเพียง 1.8%

ความกังวลจากประเด็นความขัดแย้งทางการค้าของ 2 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก กำลังลุกลามสู่ “สงครามค่าเงิน” จากการที่จีนปล่อยให้เงินยวนอ่อนค่าที่สุดในรอบ 11 ปี ปัญหาที่ยืดเยื้อสร้างความวิตกมากขึ้นว่าจะส่งผลทำให้เกิด “ภาวะเศรษฐกิจถดถอย” นักวิเคราะห์จาก “โกลด์แมน แซกส์” ประเมินว่า สหรัฐและจีนไม่น่าจะบรรลุข้อตกลงการค้าได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า พร้อมได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4 ของปีนี้ลงสู่ระดับ 1.8% จากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ 2.0% ด้วยผลกระทบจากสงครามการค้าที่จะเห็นชัดมากขึ้น

ขณะที่จีนประกาศจีดีพีไตรมาส 2 ออกมาที่ 6.2% ลดลงจากไตรมาสแรก อยู่ที่ 6.4% นับว่าเติบโตต่ำสุดในรอบ 27 ปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวถือว่ามีความผันผวนต่ำจนนักวิเคราะห์มองว่าตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ประกาศออกมาดู “ราบรื่นเกินความเป็นจริง” 

แม้ว่าสหรัฐประกาศชะลอการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า (บางรายการ) จากจีน มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกไปเป็นต้นเดือน ธ.ค. 62 จากเดิมที่กำหนดไว้ที่เดือน ก.ย. แต่ “หลุยส์ คุจส์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียของสำนักวิจัยออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ในฮ่องกง ระบุว่า การเลื่อนกำหนดการดังกล่าวยังคงไม่สามารถเปลี่ยนภาพของความตึงเครียดทางการค้าได้

ยูโรโซนอ่วม-เยอรมนีป่วยหนัก

ขณะที่เศรษฐกิจในยุโรปก็กำลังเข้าสู่โซนอันตราย โดยเฉพาะเยอรมนีที่ประกาศจีพีดีไตรมาส 2/62 หดตัว -0.1% จากไตรมาสแรกขยายตัว 0.4% ปัจจัยสำคัญมาจากตัวเลขส่งออกที่อ่อนแอ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเยอรมนีได้รับผลกระทบถ้วนนห้า จากความต้องการสินค้าที่ลดลงโดยเฉพาะจากตลาดจีน โดย “เฮงเค็ล เอจี” ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของเยอรมนี ระบุว่า เยอรมนีกำลังเผชิญแรงกดดันสองด้าน คือ การชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และตลาดจีนที่หดตัว รวมถึงธุรกิจยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีอย่าง “ซีเมนส์” บริษัทด้านพลังงานและสุขภาพขนาดใหญ่ และ “เดมเลอร์” บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและยอดขายที่ลดลง ซึ่งส่งผลต่อการหดตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี

“วอลล์สตรีตเจอร์นัล” ระบุว่า ชะตากรรมเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (อียู) ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของเยอรมนี เพราะหลังวันที่ 31 ต.ค.นี้อียูจะต้องสูญเสียสหราชอาณาจักร (ยูเค) ที่เคยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ตามกำหนดการถอนตัวออกจากอียู หรือ “เบร็กซิต”

“อเล็กซานเดอร์ ครูเกอร์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Bankhaus Lampe ของเยอรมนี ระบุว่า นอกจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ภาวะการกีดกันทางการค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเด็นความไม่ชัดเจนของแนวทางการ “เบร็กซิต” รวมถึงความขัดแย้งในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ได้ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของยูโรโซนทั้งทางตรงและทางอ้อม

ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ยูโรโซนจะเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากเศรษฐกิจของทั้งฝรั่งเศสและสเปนก็กำลังชะลอตัว ขณะที่อิตาลีก็เผชิญปัญหาหนี้สาธารณะสูงก็ย่ำแย่หนักไปอีก โดยสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตต) ระบุว่า จีดีพีกลุ่มประเทศยูโรโซนในไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 0.2% ลดลงจากไตรมาสแรกที่ 0.4%

ด้านยูเคที่กำลังเผชิญหน้ากับการเข้าสู่ “เบร็กซิต” เศรษฐกิจก็ชะลอตัวหนักขึ้น โดยอัตราการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาส 2/62 หดตัว -0.2% จากไตรมาสแรกจีดีพี 0.5% 

สิงคโปร์โตต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หลายประเทศในเอเชียก็กำลังประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไม่ต่างจากภูมิภาคอื่นทั่วโลก โดยเฉพาะสิงคโปร์ประกาศจีดีพีขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปีลงมา อยู่ที่ 0.1% จากไตรมาสแรก 1.1% ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2562 ลงมาอยู่ที่ราว 0-1% เป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งที่ 2 จากเดิมที่คาดว่าปีนี้จีดีพีจะโต 1.5-2.5%

“เออร์วิน ซีห์” นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารดีบีเอสของสิงคโปร์ ระบุว่า สถานการณ์จีดีพีที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์นี้ยิ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้กระทบต่อสิงคโปร์เต็ม ๆ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมดังกล่าว

นอกจากนี้ “อินโดนีเซีย” ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศจีดีพีไตรมาส 2 อยู่ที่ 5.05% ลดลงมาจากไตรมาสแรก อยู่ที่ 5.07% ซึ่งถือว่าอ่อนแอที่สุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งกำลังเปิดศึกการค้าคู่ใหม่กับ “เกาหลีใต้” รายงานข้อมูลจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ระบุว่า จีดีพีไตรมาส 2/62 ของญี่ปุ่นขยายตัว อยู่ที่ 1.8% จากไตรมาสแรก อยู่ที่ 2.2%

“ซิตี้กรุ๊ป” บริษัทการเงินข้ามชาติ สรุปว่า 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ คือ 1.การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน 2.สงครามการค้า และ 3.เบร็กซิต ซึ่งล่าสุดสัญญาณเตือนจากตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐและอังกฤษได้สะท้อนว่า เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งใหญ่นับแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2551