เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณขายออก 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณขายออก 67,050 บาท
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังน้ำมันคงคลังสหรัฐปรับลดมากกว่าคาด
Economic ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังน้ำมันคงคลังสหรัฐปรับลดมากกว่าคาด
เริ่มแล้ว! เปิดกระเป๋าต้องสงสัย ไม่แจ้งล่วงหน้า เพิ่มความปลอดภัยสนามบิน
News เริ่มแล้ว! เปิดกระเป๋าต้องสงสัย ไม่แจ้งล่วงหน้า เพิ่มความปลอดภัยสนามบิน
ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินราคาทองวันนี้ (16 ต.ค.) ‘Sideways Down’ ติดตามแถลงการณ์ ‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟด 10.30 น.
Finance ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินราคาทองวันนี้ (16 ต.ค.) ‘Sideways Down’ ติดตามแถลงการณ์ ‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟด 10.30 น.
พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
เศรษฐกิจภูมิภาค สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
Tech จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
Finance มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
Economic ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
ดูทั้งหมด

“สมคิด”โชว์วิชั่นนักลงทุนญี่ปุ่น เร่งโครงสร้างพื้นฐานทุกโครงการ มั่นใจ 4 แฟกเตอร์ไทยได้ปรับอันดับโลกขึ้น

12 ก.ย. 2560 | 21:47น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้หัวข้อ “Symposium on Thailand 4.0 towards Connected Industries”ว่า ปัจจุบัน ญี่ปุ่นยังคงเป็นชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากสุดเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนสูงถึง 40% ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด และเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 2 รองจากจีน โดยในช่วงครึ่งปีแรกญี่ปุ่นมีเงินลงทุนโดยตรงไปแล้วกว่า 4.73 หมื่นล้านบาท มีปริมาณเงินลงทุนในการยื่นขอส่งเสริมสูงที่สุดคิดเป็นอีก 55% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การผลิต Hybrid Vehicle มูลค่า 19,547 ล้านบาท กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ชนิดพิเศษ หรือเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ มูลค่า 15,182 ล้านบาท กิจการผลิตตัวยึดจับฮาร์ดดิสก์ มูลค่า 3,083 ล้านบาท ฯลฯ นอกจากนี้จำนวนสมาชิกของหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศไทยยังมีจำนวนถึง 1,748 บริษัท

นายสมคิด กล่าวต่อว่า สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศยังต้องมีการพึ่งพาซึ่งกันและกันอีกมาก และหลังจากนี้หน่วยงานต่างๆ ของไทยเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งผลักดันนโยบายการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมเกิดการขยายความร่วมมือกับญี่ปุ่นในบริบทและรูปแบบที่กว้างและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของรัฐบาลเองกำลังอยู่ในช่วงของการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยให้เกิดการร่วมมือในระดับต่างๆ ที่สูงขึ้นได้ต่อไป

สำหรับการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งพิเศษของคณะผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 11-13 ก.ย.นี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญอีกครั้ง เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจร่วมคณะเดินทางมากที่สุดถึง 570 คน ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการเดินทางที่นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตร่วมกันในการพัฒนาเศรษฐกิจตามเป้าหมายของทั้ง 2 ประเทศ

นายสมคิด กล่าวว่า การจัดสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ Symposium on Thailand 4.0 towards Connected Industries ครั้งนี้เพื่อนำเสนอโอกาสแห่งความร่วมมือของภาครัฐบาล ภาคเอกชนของไทยและญี่ปุ่นในการส่งเสริมและยกระดับการค้าการลงทุนของทั้ง 2 ประเทศให้กับผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่เดินทางมายังประเทศไทย ทั้งยังได้ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการไทย ผู้ประกอบการญี่ปุ่นทั้งในระดับ LEs และ SMEs ตลอดจนนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว ด้วยการเปิดโอกาสให้เข้าร่วมสัมมนากับคณะ METI ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,200 คน

โดยเนื้อหาการสัมมนาจะอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) ที่ METI ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมดังกล่าวของไทยผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนไทยไปสู่ Industry 4.0 (ญี่ปุ่นเรียกแนวคิดนี้ว่า Connected Industries) พร้อมด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์และผสมผสานกับเทคโนโลยีอุตสาหกรรมให้เป็นรูปแบบจนเกิดเป็นการทำงานอย่างชาญฉลาด รวมทั้งการลงนามบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายในหลายๆ เรื่อง อาทิ ความร่วมมือในการขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรม ฝั่งภาคเอกชนระหว่าง Keidanren, Japan Chamber of Commerce and Industry สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย, ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนา EEC ระหว่าง สำนักงาน EEC กับ JICA และบริษัท Hitachi,

ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมเพื่อรองรับ Industry 4.0 โดยอาศัยองค์ความรู้จากฝั่งญี่ปุ่น ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยเพื่อช่วยพัฒนาวิศวกรและอาชีวศึกษาของไทยในอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ ผ่านโครงการ “Flex Campus”, ความร่วมมือในการยกระดับศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือ SMEs ของไทยระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับองค์การสนับสนุน SMEs แห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ), ความร่วมมือด้านการค้า ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กับ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ฯลฯ

อีกทั้ง ยังได้มีการจัด Business Matching ระหว่างนักธุรกิจญี่ปุ่นและไทยในกลุ่ม 5 อุตสาหกรรม 1) ยานยนต์ 2) ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3) เกษตร อาหาร และสุขภาพ 4) ธุรกิจบริการ และ 5) หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงิน

ส่วนความร่วมมือด้านแผนงาน EEC ที่เป็นนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในอนาคตนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายจะผลักดันให้เกิดการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่มธุรกิจญี่ปุ่นและหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน โดยในวันที่ 13 ก.ย.นี้ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม จะนำ Mr. Hiroshige Seko รมว.เศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นพร้อมคณะ เดินทางไปยังพื้นที่จริงของ EEC ณ สนามบินอู่ตะเภา รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เพื่อเป็นการแสดงถึงความพร้อมและศักยภาพในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ท่าเรือ ระบบสาธารณูปโภค นิคมอุตสาหกรรม รวมไปถึงความตั้งใจอย่างเป็นรูปธรรมในการผลักดัน EEC ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นายสมคิด กล่าวว่า ในการจะเข้าลงทุนประเทศใดจะต้องมีเรื่องของ Hard Factor ซึ่งประเทศไทยเตรียมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลังจากหยุดชะงักมานาน ทุกโครงการพยายามเร่งให้เกิดขึ้นภายในช่วงปี 2 ปีนี้ให้ได้ นอกจากนี้ยังมี Soft Factor ซึ่งสำคัญมากกว่า Hard Factor

“นักธุรกิจญี่ปุ่นอยู่ในไทยส่วนใหญ่ 40-50 ปี เป็นประเทศที่ลงทุนที่ไหนจริงจังที่นั่น อยู่เป็นบ้านที่สองที่สาม แม้เมืองไทยจะไม่เพียบพร้อม 100% แต่นักธุรกิจญี่ปุ่นหลายกลุ่มทำไมยังอยู่ในประเทศไทย ก็เพราะว่าวัฒนธรรม เป็นมิตร อยู่แล้วสบายใจ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Soft Factor และรัฐบาลไทยพยายามขจัดอุปสรรคให้เร็วที่สุด คอยดู Ranking ทั้งหลายที่ต่างประเทศจัดอันดับให้ไทย เร็วๆนี้ World Bank จะประกาศรอบใหม่ อย่างน้อยๆ 4 Factor ที่เรายกระดับขึ้นมา ขณะเดียวกันเรากำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ แต่ต้องอิงเกษตรเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ และจะต่อยอดไปสู่นวัตกรรมมูลค่าเพิ่มให้มาดขึ้น รวมทั้งไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เรามั่นใจว่าด้วยความร่วมมือเราทำได้

นายสมคิด กล่าวต่อว่า เราไม่เคยลืมว่าเราเคยเป็นประเทศเกษตรกรรม และจะต้องไม่ลืมว่าเรามาสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ได้เพราะใคร ญี่ปุ่นมีบทบาทสูงสุดในการช่วยเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย แต่ขณะนี้ประเทศไทยมาถึงอีกจุดหนึ่งแล้ว เศรษฐกิจเราฟื้นตัวขึ้นมา ทุกอย่างเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมา เราเสียเวลาไปนานพอแล้วใน 10 ปีที่ผ่านมา แต่ข้างหน้านายกรัฐมนตรีกำลังขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตให้ได้ เมื่อถามว่าเราจะร่วมอะไรกันได้บ้าง เราเห็นชัดในวันนี้รัฐมนตรีญี่ปุ่นนำคณะมาไทย จะเชื่อมต่อยังไงระหว่าง 4.0 กับ Connected Industries