เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

“รัฐบาลเยอรมนี” ถูกกดดันรอบด้าน ยกเลิก “แบล็กซีโร่” เพิ่มงบฯรายจ่ายปลุกเศรษฐกิจ

27 ธ.ค. 2562 | 15:35น.

ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปี 2019 สร้างผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะ “สหภาพยุโรป” (อียู) ที่ธนาคารกลางยุโรปหมดกระสุนสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเกิดข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมันเพิ่มงบประมาณรายจ่ายและการลงทุนภาครัฐเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เยอรมนีมีแนวทางการดำเนินนโยบายทางการคลังที่เข้มงวด เรียกว่า “แบล็กซีโร่” ซึ่งห้ามรัฐบาลจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล จึงทำให้เกิดแรงกดดันทั้งจากในประเทศและต่างประเทศให้ยกเลิกกฎเหล็กดังกล่าว

“กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (ไอเอ็มเอฟ) เคยออกรายงานประเมินภาวะเศรษฐกิจปี 2019 เรียกร้องให้ทางการเยอรมนีดำเนินมาตรการทางการคลังเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจของยุโรปมาแล้ว นอกจากนี้ “บีบีซี” ยังรายงานว่า “คริสตีน ลาการ์ด” ประธานคนใหม่ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก็เคยกล่าวต่อรัฐสภายุโรป เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ให้รัฐบาลเยอรมันเพิ่มรายจ่ายภาครัฐและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจยุโรปจากภาวะชะลอตัวด้วยเช่นกัน

จากรายงานของ “ฟอร์จูน” นิตยสารด้านธุรกิจชั้นนำระบุว่า “แบล็กซีโร่” ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2009 โดย “วอล์ฟกัง ชอยเบลอ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จาก “พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (ซีดียู)” ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลเยอรมันในปัจจุบัน โดยหลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า เป็นนโยบายที่มีเหตุผล เนื่องจากภายหลังวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ทางการเยอรมนีต้องเข้าอุ้มภาคธุรกิจของประเทศที่มีปัญหา ส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสูงถึง 81.8% ต่อจีดีพี ในปี 2010 ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และในปีนั้นเองที่รัฐบาลขาดดุลงบประมาณถึง 4.2% ของจีดีพี

แต่ภายใต้แนวทางแบล็กซีโร่ รัฐบาลเยอรมันมีสถานะทางการคลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นตามลำดับ โดยจัดทำงบประมาณแบบเกินดุลติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2012 และสามารถลดหนี้สาธารณะลงมาอยู่ที่ระดับ 61.9 % ต่อจีดีพี ในปี 2018 กลายเป็นประเทศที่มีสถานะทางการคลังที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป

อย่างไรก็ตาม นโยบายแบล็กซีโร่ซึ่งห้ามการทำงบประมาณขาดดุล รัฐบาลสามารถลงทุนในโครงการที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศด้วยเงินงบประมาณที่เกินดุลเท่านั้น ส่งผลให้เยอรมนีขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่จำเป็น

“ดาเนียล สเตลเตอร์” อดีตคณะกรรมการบริหารของ “บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป” บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า รัฐบาลเยอรมันจำเป็นต้องลงทุนประมาณ 120,000 ล้านยูโร เพื่อชดเชยการขาดแคลนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รัฐบาลยังจำเป็นต้องจัดสรรงบฯลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างน้อย 3.2% ของจีดีพี หรือประมาณ 33,000 ล้านยูโรต่อปี ในอีก 30 ปีข้างหน้าด้วย

อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในปี 2019 ยังสร้างแรงกดดันจากภาคธุรกิจในประเทศให้รัฐบาลพิจารณาเปลี่ยนแนวทางการดำเนินนโยบายการคลังที่เข้มงวด โดย “ดีเทอร์ เคมปฟ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมเยอรมนี กล่าวว่า “แบล็กซีโร่เคยมีความจำเป็นสำหรับสร้างสถานะทางการคลังที่แข็งแกร่ง แต่รัฐบาลควรละทิ้งกฎเหล็กดังกล่าว เพื่อเพิ่มรายจ่ายภาครัฐในการช่วยพยุงเศรษฐกิจในปัจจุบัน”

นอกจากนี้ แรงกดดันต่อนโยบายดังกล่าวมาจากภายในพรรคร่วมรัฐบาลเช่นกัน โดยภายหลังการลงมติเลือกผู้นำของ “พรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี)” ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีบทบาทสูงเมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผลค่อนข้างพลิกความคาดหมาย เมื่อ “นอร์เบิร์ต ไวเตอร์ โบยัน” และ “ซัสเกีย เอสเคิน” ได้รับชัยชนะ โดยทั้งคู่เป็นนักการเมืองปีกซ้ายที่มีความเห็นที่ไม่ตรงกับแนวทางการทำงานของรัฐบาลผสมเยอรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทาง “แบล็กซีโร่” อีกทั้งมีความคิดเห็นที่ชัดเจนว่า ต้องการเพิ่มงบฯรายจ่ายรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้งขู่ว่า พรรคเอสพีดีเตรียมถอนตัวออกจากรัฐบาล หากพรรคซีดียูปฏิเสธข้อเสนอเหล่านี้

ทั้งนี้ “รอยเตอร์ส” ได้รายงานถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทางพรรคเอสพีดี ผ่านการลงทุนโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการลงทุนสร้างถนน, รางรถไฟและโรงเรียน มูลค่ารวมกว่า 240,000 ล้านยูโร โครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านดิจิทัลอีก 100,000 ล้านยูโร เป็นต้น นับเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับงบประมาณของรัฐบาลในปี 2018 ที่เกินดุลที่ 58,000 ล้านยูโรเท่านั้น โดยการลงทุนในโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ พรรคเอสพีดีได้เสนอให้ละทิ้งแนวทางการจัดทำงบประมาณที่เข้มงวด ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ขัดกับแนวทางของทางซีดียูอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ความขัดแย้งในประเด็น “แบล็กซีโร่” ระหว่างพรรคซีดียูและพรรคเอสพีดี อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลจนถึงขั้นจำเป็นต้องยุบสภาในปี 2020 อย่างไรก็ตาม แรงกดดันต่อรัฐบาลของ “แองเกล่า แมร์เคิล” และพรรคซีดียู ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวสภาวะเศรษฐกิจโลกและเยอรมนีในปี 2020 ด้วยเช่นกัน หากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่น่าพอใจอาจพอคลายแรงกดดันลงได้บ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหภาพยุโรป(อียู) เยอรมนี