เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

แปลงร่างกองทุนศก.ฐานราก คลังสบช่องเติมเงิน “บัตรสวัสดิการ” เฟส 2

19 ก.ย. 2560 | 09:17น.

ขุนคลังเดินหน้าตั้งกองทุนถาวรดูแลคนจนแหล่งเงินเติมบัตรสวัสดิการระยะยาว ชี้กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากมีข้อจำกัดเติมงบฯไม่ได้ แจงเป็นสาเหตุสำคัญต้องแยก “ค่าน้ำ-ค่าไฟ” ออกไป ระบุถ้าใส่ไว้ต้องใช้งบฯ 5.7 หมื่นล้านบาทต่อปี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการคลังจะแปลงกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นแหล่งเงินสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากที่เป็นกองทุนภายใต้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ไปเป็นกองทุนที่มีกฎหมายจัดตั้งเป็นการเฉพาะ เพื่อให้รัฐบาลสามารถใส่งบประมาณเพิ่มเติมเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งบฯกลางปีที่จัดทำเพิ่มเติม หรือเงินโอนระหว่างปีงบประมาณ โดยการประชุมคณะกรรมการการบริหารกองทุนหมุนเวียน ครั้งต่อไปก็อาจมีการหารือกันถึงเรื่องนี้

“กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2561 เป็นการเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถรับการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไปได้ เพราะไม่ใช่หน่วยรับงบประมาณ ดังนั้นแนวคิดเราคือ จะแปลงไปเป็นกองทุนนิติบุคคล ซึ่งจะสามารถรับงบประมาณเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นงบฯกลางปี หรือการโยกงบประมาณที่เขาตัดทิ้งระหว่างปีโอนมาให้กองทุนแทนได้ โดยจะต้องยกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งขึ้นมา” นายอภิศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ การทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะแจกแก่ผู้มีสิทธิราว 11.4 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.นี้ และเริ่มใช้จ่ายผ่านบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นั้น ต้องดำเนินการภายใต้งบประมาณของกองทุนที่มีอยู่ 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ได้รวมกรณีค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าเข้ามาในบัตร เพราะหากรวมเข้ามาก็จะต้องใช้เงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นายอภิศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะทำให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น โดยต้องทำให้คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนหมดไป ที่ขณะนี้พบว่ามีอยู่ 5.3 ล้านคน ซึ่งการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และออกบัตรสวัสดิการให้แก่ผู้ที่มีสิทธิถือเป็นจุดเริ่มต้น อย่างไรก็ดี ในระยะยาวหวังว่าจะสามารถต่อยอดจากข้อมูลที่ทำอยู่แล้วได้ โดยไม่ต้องเปิดลงทะเบียนใหม่อีก

รมว.คลังกล่าวด้วยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเรื่องที่ทำให้คนที่รับเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องมีการพัฒนาตัวเองด้วย เช่น ต้องไปอบรม ไปเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง โดยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงานจะช่วยหางานให้ เช่น ร่วมมือกับโฮมโปรในการฝึกอาชีพด้านช่างซ่อม เป็นต้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า เดิมกระทรวงการคลังเสนอ ครม. ขอให้อนุมัติให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5.7 หมื่นล้านบาท หรือจัดสรรเพิ่มเติมอีก 1.1 หมื่นล้านบาท จากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่มีเงินอยู่ 4.6 หมื่นล้านบาท แต่สุดท้ายก็มีการปรับรายละเอียดสวัสดิการใหม่ โดยแยกค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าออกไปอุดหนุนตามมาตรการเดิมไปก่อน เนื่องจากสำนักงบประมาณไม่สามารถจัดสรรงบประมาณเพิ่มให้ได้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การให้สิทธิประโยชน์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี้จะต้องมีการเพิ่มค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้า กลับเข้ามาอีกในเฟสที่ 2 โดยระยะนี้ต้องประเมินผลการให้สวัสดิการระยะแรกที่จัดสวัสดิการให้แก่ผู้ผ่านคุณสมบัติ 11.4 ล้านคนก่อน

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า งบประมาณที่ใช้กับบัตรสวัสดิการที่จะใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2561 อยู่ที่ประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท เพราะตัดค่าน้ำประปากับค่าไฟฟ้าออกไป ซึ่งหากรวมเข้ามา วงเงินจะเกินเงินกองทุนที่มีอยู่

“การจัดตั้งกองทุนเป็นการถาวรจะดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2561 นี้ เพราะยังมีเวลา เนื่องจากกองทุนเดิมมีเงินให้ใช้ได้ตลอดปีงบประมาณอยู่แล้ว

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติได้รับบัตรสวัสดิการอยู่กว่า 2.7 ล้านคนซึ่งจะมีการเปิดให้ตรวจสอบรายชื่อ และยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 15-29 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ ผลการอุทธรณ์จะประกาศภายในวันที่ 24 ต.ค.ต่อไป หากมีรายที่อุทธรณ์ผ่านก็จะจัดทำบัตรสวัสดิการให้ทันที