ปลดล็อกเบิกจ่ายงบฯปี’63 รัฐติดเทอร์โบลงทุนปลุกเศรษฐกิจ
กระทุ้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจตั้งแท่นรอเบิกจ่าย หลัง พ.ร.บ.งบฯปี”63 ผ่านสภา “สมคิด” สั่งติดเทอร์โบลงทุน อัดฉีดเงินปลุกเศรษฐกิจ “คมนาคม” ขานรับ จ่อเปิดประมูลบิ๊กโปรเจ็กต์ 3.46 แสนล้าน “พลังงาน” ดัน กฟผ.-ปตท. หัวหอกลงทุน 1.3 แสนล้าน “พาณิชย์” ได้งบฯกลาง 7 หมื่นล้าน ประกันรายได้สินค้าเกษตรอุ้มรากหญ้า “กรมบัญชีกลาง” ปลดล็อกปมอุทธรณ์ เร่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 วาระที่ 2 และ 3 วงเงินรวม 3.2 ล้านล้านบาท คาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในเดือน มี.ค. 2563 ล่าช้ากว่าปีปกติ 4 เดือน โค้งสุดท้ายก่อนกฎหมายงบประมาณปี 2563 มีผล รัฐบาลจึงเร่งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เตรียมความพร้อมในการจัดซื้อจัดจ้าง และลงทุน ขณะที่กระทรวงการคลังจะปลดล็อกระเบียบ กฎหมายเพื่อความคล่องตัว เป้าหมายหลักเพื่อเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ให้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวขับเคลื่อนต่อได้
เร่งลงทุน-ดึงแบงก์อุ้มฐานราก
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต้องเร่งรัดเบิกจ่ายงบฯลงทุนส่วนที่เป็นการลงทุนใหม่ 1-2 แสนล้านบาท ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 6-7 เดือน ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากล่าช้ามากว่า 1 ไตรมาสแล้ว ส่วนไตรมาส 2 (ม.ค.-มี.ค. 2563) อาจช้าไปอีกเกือบ 2 เดือน สำหรับการเบิกจ่ายงบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจขณะนี้เร่งรัดอยู่แล้ว
นอกจากนี้ จากนี้ไปการขับเคลื่อนการเงินระดับฐานรากจะเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง จะเสนอจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระบบการเงินฐานราก มีตัวแทนภาคเอกชนจากสมาคมธนาคารไทยร่วมเป็นกรรมการด้วย นอกเหนือจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเน้นในเชิงปฏิบัติ ซึ่งแบงก์เอกชนมีเครือข่ายที่ใหญ่ จะมาช่วยดูว่าอะไรจะช่วยเติมเสริมกันได้ เพื่อดูแลการเงินฐานรากที่เป็นระดับบุคคล ชุมชน เพราะอยากเห็นเศรษฐกิจดีจริงตั้งแต่ฐานรากขึ้นมา
ปลดล็อกจัดซื้อจัดจ้าง
นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า วันที่ 15 ม.ค.นี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯจะประชุมติดตามความคืบหน้างบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจ เร่งการเบิกจ่ายงบฯลงทุน ให้เตรียมแผนการเบิกจ่ายให้รวดเร็ว
ทั้งนี้ เม็ดเงินลงทุนในปีงบฯ 2563 ของรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 3.5-3.6 แสนล้านบาท จะเน้นให้เกิดการเบิกจ่ายช่วงแรกของปีให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของคมนาคม ไม่ให้ไปกระจุกตัว ช่วงท้ายปีเพราะจะล่าช้า และเพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเดินหน้าได้เร็ว เบิกจ่ายงบฯลงทุนได้เร็วขึ้น โดยกรมบัญชีกลางได้ปรับกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ให้รวดเร็วขึ้น ปลดล็อกให้สามารถเร่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้เร็วขึ้น
คมนาคมเร่งประมูลทุกโปรเจ็กต์
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้รับจัดสรรงบฯปี 2563 จำนวน 208,315 ล้านบาท เป็นเงินลงทุน 1.7 แสนล้านบาท เมื่อรวมเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจจะอยู่ที่ 346,524.96 ล้านบาท ตามแผนเมื่อ พ.ร.บ.งบฯมีผลจะเริ่มเบิกจ่ายได้ปลายเดือน ก.พ.นี้ ก่อน 10-15% คิดเป็นวงเงิน 40,000 ล้านบาท ได้กำชับทุกหน่วยงานว่าต้องเร่งทำแผนเบิกจ่าย และ action plan โครงการต่าง ๆ ให้เร็วที่สุด เนื่องจากจะมีเวลาใช้จ่ายเพียงแค่ 6-7 เดือน ส่วนแผนลงทุนของหน่วยงานต่าง ๆ สำนักงบประมาณได้แจ้งให้เตรียมความพร้อมให้เรียบร้อย ถึงเวลาที่เหมาะสมจะได้เปิดประมูลจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที
“ได้เน้นย้ำว่าหากเป็นโครงการใหญ่ควรใช้โมเดลแบ่งสร้างหลายสัญญา เหมือนมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา ให้งานเดินหน้าและการเบิกจ่ายจะเร็วขึ้น ส่วนโครงการใหญ่ที่พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร่งเสนอมายังกระทรวง แต่ต้องทำให้รอบคอบทั้งผลการศึกษา รายงาน EIA การเวนคืนที่ดิน แหล่งเงินทุนจะใช้งบประมาณ เปิด PPP กองทุนหรือเงินกู้ ไม่ให้ซ้ำรอยบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ติดเวนคืนทำให้การเบิกจ่ายงบฯปี 2562 ล่าช้า”
ศักดิ์สยามลั่นไม่มีรื้อแล้ว
สำหรับความคืบหน้าเมกะโปรเจ็กต์ 44 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนต่อเนื่องถึงปี 2568 จะเร่งผลักดันทุกโครงการให้เปิดประมูล ไม่มีรื้อแน่นอน เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) วงเงิน 122,041 ล้านบาท ใกล้เสนอขออนุมัติ ครม.แล้ว โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้เสนอ เนื่องจากเป็นโครงการให้เอกชนร่วมลงทุน PPP net cost 30 ปี สร้างงานโยธาช่วงตะวันตกและเดินรถตลอดสาย เปิดประมูลสัญญาเดียว คาดว่าเปิดประมูลเดือน มิ.ย. เซ็นสัญญาเดือน มี.ค. 2564
ส่วนสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 23.6 กม. 124,959 ล้านบาท ครม.อนุมัติโครงการแล้ว จะเปิดประมูลปีนี้เช่นกัน
ยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย 3 เส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ผ่าน ครม.ต้นปี 2562 ได้แก่ ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ 6,570.40 ล้านบาท ตลิ่งชัน-ศาลายา 10,202.18 ล้านบาท ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช 6,645.03 ล้านบาท เตรียมประมูลพร้อมกันทั้ง 3 เส้นทาง คาดว่าจะได้ผู้รับเหมาก่อสร้างเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กำลังเปิดประมูลสร้างรันเวย์ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ 21,795.941 ล้านบาท ส่วนอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ 41,261 ล้านบาท ให้พิจารณาให้รอบคอบก่อนเสนอขออนุมัติ เป็นต้น
วันที่ 15 ม.ค.นี้จะร่วมประชุมกับรองนายกฯ สมคิด ติดตามโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่ยังล่าช้าด้วย เช่น การก่อสร้างทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก วงเงินกว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่ยังติดเรื่องการร้องเรียนผลการประมูล เป็นต้น
เร่งกดปุ่มงบฯซ่อมสร้างถนน
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า วันที่ 13 ม.ค.จะเริ่มประมูลโครงการใหม่ในปีงบฯ 2563 วงเงิน 100,000 ล้านบาท แยกเป็นโครงการใหญ่ 106 โครงการ 80,000 ล้านบาท ผูกพัน 3 ปี และงานย่อยกว่า 4,000 โครงการ กว่า 20,000 ล้านบาท
“วันที่ 15 ก.พ.นี้เริ่มเซ็นสัญญา ปลาย ก.พ.เงินจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท จากผลเบิกจ่ายงบฯหลังเซ็นสัญญา งานใหญ่จะอยู่ที่ 20% คิดเป็นวงเงิน 18,000 ล้านบาท งานย่อย 15% วงเงิน 20,000 ล้านบาท และมีงบฯผูกพันของปี 2562 อีก 40,000 ล้านบาท ที่จะนำมาเบิกจ่ายอยู่แล้ว เท่ากับเม็ดเงินจากการก่อสร้างของกรมจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจถึง ก.ย.นี้ ร่วม ๆ 80,000-90,000 ล้านบาท”
ด้านนายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าว่า กรมได้รับงบฯปี 2563 จำนวน 48,005 ล้านบาท เป็นงบฯลงทุน 38,000 ล้านบาท หรือ 97% ส่วนใหญ่เป็นงบฯซ่อมบำรุงทาง ซื้อครุภัณฑ์บางส่วน จะเปิดประมูล 3,000-4,000 สัญญา วงเงินสัญญาละ 10 ล้านบาท และไม่มีโครงการเกิน 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าจะเบิกจ่ายได้ทั้งหมด 90% เดือน ก.ค.จะเป็นช่วงที่มีเบิกจ่ายงบฯสูงสุด
ลุยประกันรายได้-ดันส่งออก
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นโยบายประกันรายได้พืชเศรษฐกิจสำคัญ 5 รายการ คือ ข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และมันสำปะหลัง เป็นนโยบายหลักที่จะขับเคลื่อนต่อในปีนี้ ซึ่งได้จัดสรรงบฯกลางปี 70,000 ล้านบาทรองรับ ถือเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจรากหญ้าในส่วนของงบฯปี 2563 ซึ่งกระทรวงได้รับจัดสรรเฉลี่ยปีละ 8,000-10,000 ล้านบาท จะเน้นดำเนินการตามแผนงานหลักจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก เป็นเซลส์แมนนำคณะไปเจรจาเปิดตลาด 18 ตลาด ไตรมาสแรกนำนักธุรกิจ 100 ราย ไปเปิดตลาดไม้ยางในอินเดีย
สั่ง ปตท.-กฟผ.สปีดลงทุน
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ได้รับนโยบายจากรองนายกฯสมคิด ให้เร่งรัดลงทุนในจังหวะที่เงินบาทแข็งค่า ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีงบฯลงทุนเฉลี่ยปีละ 30,000 ล้านบาท และ บมจ.ปตท.งบฯลงทุนปีละ 100,000 ล้านบาท เร่งลงทุนโครงการหลักที่ ปตท.จะลงทุนระบบการขนส่ง LNG เพื่อตามนโยบายผลักดันให้ไทยเป็น LNG hub และ กฟผ.จะเร่งลงทุนสายส่ง และพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายไฟฟ้าในอาเซียน