เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
ดูทั้งหมด

“ระบอบประยุทธ์” ตั้งรับภัยการเมือง สารพัดม็อบ วิ่งไล่มาราธอน ปักธงล้มรัฐบาล

17 ม.ค. 2563 | 08:37น.

รายงานพิเศษ

เสร็จจากศึกงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้าน “รากเลือด” 4 วัน 3 คืน ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 253 งดออกเสียง 196 เสียง ไม่มีเสียงไม่เห็นด้วย ก่อนถึง “วันซักฟอก” การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังตรุษจีน-กุมภาพันธ์ 63

แม้ “เกมในสภา” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะ “เอาตัวรอด”ได้ไม่ยากเย็น เพราะมีเสียง “งูเห่า” เป็นตัว “พลิกเกม” ทว่า “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” ยังต้องเผชิญกับวิกฤตรอบด้าน ทั้งการเมือง-เศรษฐกิจ และการบริหารอารมณ์คนเมืองจากปัญหาฝุ่นพิษ

วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุงลามทุ่ง

ปรากฏการณ์ “วิ่งไล่ลุง” ที่สวนวชิรเบญจทัศ หรือ “สวนรถไฟ” และ “เดินเชียร์ลุง” ที่ “สวนลุมพินี” ของกลุ่มหนุน-ต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “ยกแรก” เมื่อวันที่ 12 มกราคม “วัดพลัง”เชิงปริมาณ ต่างเกทับ-บลัฟกันเรื่องจำนวนตัวเลขผู้เข้าร่วมกิจกรรมใกล้เคียงกัน 13,000 คน

นอกจากกิจกรรม “มินิมาราธอนการเมือง” ในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว “วิ่งไล่ลุง” ยังปฏิบัติการ “ดาวกระจาย” 30 จังหวัดทั่วประเทศ บ่มเพาะเชื้อต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-เติมฟื้นขับไล่ “ระบอบลุงตู่” ที่อยู่ยงในการเมืองตั้งแต่ยุค คสช.

“ยกที่สอง” แกนนำผู้จัดกิจกรรม-นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนัดออกสตาร์ต “วิ่งไล่ลุง” สนามที่ 2 อีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่

ส่วนกลุ่ม “เดินเชียร์ลุง” แม้ยังไม่กำหนด วัน ว. เวลา น. จัดกิจกรรมคู่ขนาน สนับสนุน-ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ แต่พร้อมปลุก “กองหนุนลุงตู่” ให้ลุกขึ้นมาแสดง “พลังเงียบ” ทั้งในพื้นที่ออนไลน์-ออฟไลน์

“ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ใครจะเชียร์ จะไล่ จะอะไร ก็ตามสบาย แต่ทุกคนควรร่วมมือกัน ขับเคลื่อนประเทศชาติไปข้างหน้า ดีกว่ามาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้มากนัก แต่ก็เคารพความคิดของทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงเป็นประธานเปิดโครงการยุวชนสร้างชาติ

ชนวนยุบพรรคอนาคตใหม่ “คดีล้มล้างการปกครอง” ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 21 มกราคม อาจจะทำให้การวิ่ง-เดินเพิ่มดีกรีความเข้มข้น สะสมระยะทางการวิ่ง-การเดิน ก่อนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ก็เป็นได้

ตั้งวอร์รูมสู้วิกฤตภัยแล้ง

นอกจาก “ภัยการเมือง” ที่รุมเร้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์รอวัน “สุกงอม” และสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ “ความขัดแย้งรอบใหม่” แล้ว รัฐบาลยังต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ-วิกฤตภัยแล้งในรอบ 60 ปี จนพล.อ.ประยุทธ์ต้องตั้ง “วอร์รูม” เกาะติด-แก้วิกฤต ภายใต้โครงสร้าง 3 ระดับ

ระดับ 3 ภาวะวิกฤต (คาดว่าจะเกิดวิกฤต) แนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นในพื้นที่มากกว่าร้อยละ 60 ภายใต้ “ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ” มี พล.อ.ประยุทธ์-นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บัญชาการ อำนาจ-หน้าที่ 1.ควบคุม สั่งการ บัญชาการและอำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำเป็นการชั่วคราว จนกว่าปัญหาวิกฤตน้ำจะผ่านพ้นไป

2.ออกคำสั่งเพื่อการป้องกัน แก้ไข ควบคุม ระงับ หรือบรรเทาผลร้ายจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และประกาศคำสั่งในราชกิจจานุเบกษา และ 3.บัญชาการร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ในกรณีที่เป็นสาธารณภัยด้านทรัพยากรน้ำหรือวิกฤตน้ำ

ระดับ 2 ภาวะรุนแรง (คาดว่าจะรุนแรง) มีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นในพื้นที่มากกว่าร้อยละ 30 ภายใต้ “กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ” มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ

อำนาจ-หน้าที่ 1.บริหารจัดการน้ำซึ่งอยู่ในเกณฑ์วิกฤตน้ำรุนแรง หรือคาดการณ์ว่าจะรุนแรง 2.ติดตาม วิเคราะห์แนวโน้ม ควบคุม กำกับ ดูแลสถานการณ์น้ำ รวมถึงประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการน้ำ เพื่อประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำต่อ บกปภ.ช. และสร้างการรับรู้ให้แก่สาธารณชน โดยบูรณาการร่วมกับ บกปภ.ช. เพื่อพิจารณาระดับความรุนแรงสถานการณ์ภาวะวิกฤตน้ำ

ระดับที่ 1 แนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น-เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความรุนแรงในพื้นที่มากกว่าร้อยละ 10 ภายใต้ “ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ” มีเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เป็นผู้อำนวยการอำนาจ-หน้าที่ 1.อำนวยการ บริหารจัดการ รวบรวม บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ 2.ติดตาม วิเคราะห์แนวโน้ม ควบคุม กำกับ ดูแลสถานการณ์น้ำ รวมถึงประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการน้ำ

3.วิเคราะห์สถานการณ์ รายงานกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แล้วแจ้งเตือนไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อรับทราบข้อวิเคราะห์คาดการณ์พื้นที่เป้าหมายในการปฏิบัติการ รวมทั้งแนวโน้มความรุนแรงเป็นการล่วงหน้า

ทั้งนี้ ในภาวะปกติ ให้ใช้โครงสร้างภายใต้ผู้อำนวยการน้ำแห่งชาติ (เป็นหน่วยงานภายใน สทนช.) ในการติดตาม/เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำของประเทศ ทั้งภาวะน้ำท่วม/น้ำแล้งอย่างใกล้ชิด

ล้างฝุ่นพิษ PM 2.5

ขณะที่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน-เข้าขั้นวิกฤต ถึงแม้ดูเหมือนว่าเป็นปัญหา “ขี้ผง” ของรัฐบาลประยุทธ์ แต่อาจส่งผลถึง “อารมณ์คนเมือง” กระทบชิ่งการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของพรรคแกนนำรัฐบาล-พลังประชารัฐ และการบริหารจัดการปัญหาไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล

ที่ผ่านมาในยุค คสช.-รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 ออกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องแนวทาง-มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ใน กทม.-ปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัด 3 ระยะ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง (2562-2564) และระยะยาว (2565-2562) แต่ปัญหา “แก้ไม่หายขาด”

ล่าสุด สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ภายใต้การนำของ “พล.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ” ในฐานะ “ตัวตั้งตัวตี” ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อตั้ง “คณะกรรมการอากาศสะอาด” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน

สาระสำคัญของอำนาจ-หน้าที่ของคณะกรรมการอากาศสะอาด อาทิ การกำหนดนโยบาย-ยุทธศาสตร์ กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด เสนอแนะมาตรการด้านการเงิน การคลัง ภาษี และการส่งเสริมการลงทุนต่อ ครม. รวมทั้งแผนปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพอากาศของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

ตั้งรับ ศก.ขาลง-ค่าบาทแข็ง

อีก 1 ปัญหาที่เข้าขั้นวิกฤต คือ เศรษฐกิจขาลง-ค่าเงินบาทแข็ง ที่มาจากปัจจัยจากเศรษฐกิจโลก-สงครามการค้าซ้ำเติมด้วยความไม่แน่นอนจากแนวโน้มการเกิดสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “ลงนามเด็ดขาด” ตั้ง “คณะกรรมการที่ปรึกษาเสถียรภาพการเงิน” ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินบาทอย่าง “ใกล้ชิด”

โดย พล.อ.ประยุทธ์เตรียมเรียกประชุม “ครม.เศรษฐกิจ” ในวันที่ 31 มกราคม เตรียมออก “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” เพื่อประคอง-รับมือสารพัดปัจจัยลบทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ รวมถึงการ “เรียกความเชื่อมั่น” จากปัจจัยทางการเมืองที่คอย “บั่นทอน” ซ้ำเติมเศรษฐกิจช่วงขาลง