เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
ดูทั้งหมด

ดัน “ชิม ช้อป ใช้” ภาคอินเตอร์ สารพัดมาตรการกระตุ้นเข้า ครม.ศก.

26 ม.ค. 2563 | 12:50น.

จากรายงานของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ปี 2562 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 3.01 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.37% แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 39.79 ล้านคน สร้างรายได้ 1.93 ล้านล้านบาท และชาวไทยเที่ยวไทยมูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวชี้ชัดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในปีที่ผ่านมา ยังขยายตัวได้ทั้งในส่วนของจำนวนที่เติบโต 4.24% และรายได้ที่เติบโต 3.05%

สำหรับปี 2563 นี้ ดูเหมือนหลายฝ่ายจะแสดงความหนักใจบ้าง เนื่องจากการขยายตัวของปี 2562 ที่ผ่านมานั้นแม้จะยังเติบโตอยู่ แต่ก็ถือว่าเป็นการขยายตัวได้ในอัตราที่ต่ำกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลจากปัญหาเรื่องของสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงจีนชะลอตัว บวกค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้สินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวของไทยมีราคาที่สูงขึ้น (จากอัตราแลกเปลี่ยน)

และก็ยังเชื่อว่า “ค่าเงินบาท” ที่แข็งค่าต่อเนื่องนี้ จะยังเป็น “ปัจจัยลบ” ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยต่อไปในปีนี้ ซึ่งประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้รับรู้และได้พยายามหาแนวทางรับมือและช่วยภาคเอกชนกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยในหลากหลายรูปแบบในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมา

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า สำหรับปีนี้ภาครัฐยังคงพยายามเฟ้นหามาตรการต่าง ๆ เพื่อนำมากระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

โดยขณะนี้ได้มีการหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวลอตใหญ่กว่า 10 มาตรการ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ในวันที่ 31 มกราคมนี้ เพื่อขอมติเห็นชอบและขอใช้งบประมาณกลางในการจัดทำมาตรการต่อไป

“มาตรการไฮไลต์หนึ่งที่กำลังคุยกัน คือ มาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เวอร์ชั่นอินเตอร์แจกคูปองเงินสดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปใช้ช็อปปิ้ง เพื่อทดแทนความรู้สึกจ่ายแพงของนักท่องเที่ยวอันมาจากค่าเงินบาทที่ทวีความแข็งค่า”

และพร้อมกันนั้นยังเตรียมที่จะดันมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียต่อ โดยเชื่อว่ามีโอกาสสำเร็จมากกว่าครั้งก่อน เพราะครั้งนี้ได้ผ่านการหารือร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ, กลาโหม, มหาดไทย, ต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว โดยทุกหน่วยงานไม่ติดขัด ยกเว้นกระทรวงการต่างประเทศที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้

“หากมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับ 2 ชาติสำเร็จจะผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนให้ทะลุ 12 ล้านคน และอินเดียมากกว่า 2 ล้านคนอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากไม่ได้ก็อาจจะต้องรับความเสี่ยงที่

นักท่องเที่ยวจีนจะเปลี่ยนพื้นที่หันไปท่องเที่ยวในประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามที่มีราคาทัวร์ถูกกว่า เนื่องจากค่าเงินบาทของเราแข็งค่ามาก”

“พิพัฒน์” บอกด้วยว่า กระทรวงตั้งเป้าที่จะผลักดันรายได้ด้านการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้ให้ได้มากกว่า 3.4 ล้านล้านบาท จาก 3.01 ล้านล้านบาทในปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.5-41 ล้านคนสร้างมูลค่า 2.1 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวชาวไทย 172 ล้านคน-ครั้ง สร้างมูลค่าการท่องเที่ยว 1.2-1.3 ล้านล้านบาทและถ้าหากมีมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับจีนและอินเดีย เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 41.8 ล้านคน

เช่นเดียวกับ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่บอกว่า ปัจจัยบวกสำคัญของปี 2563 น่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งครอบคลุมตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในวันที่ 31 มกราคมนี้ จะนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นตลาดต่างประเทศเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ)

โดยแต่ละมาตรการจะครอบคลุมการอำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองให้กับนักท่องเที่ยว การกระตุ้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ การชดเชยค่าเงินบาทแข็งค่า และอื่น ๆ รวมถึงมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเป็นเวลา 14 วัน

อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะสามารถให้การยกเว้นวีซ่าได้หรือไม่ เนื่องจากอาจขัดกับมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง ที่ระบุให้ต้องมีการตรวจลงตราเกิดขึ้น

ทั้งนี้ หากมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ที่เตรียมนำเสนอที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจไม่เห็นชอบ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯก็เตรียมที่จะยื่นขอต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองแทน (VOA) ที่จะหมดอายุวันที่ 30 เมษายนนี้ ไปจนสิ้นสุดปี 2563

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้