เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ด่วน ! คลังชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายอธิบดี “พรชัย” เต็งสรรพากร-“ธีรลักษ์” นั่งสรรพสามิต พรุ่งนี้ (22 ก.ย.)
Finance ด่วน ! คลังชง ครม. แต่งตั้งโยกย้ายอธิบดี “พรชัย” เต็งสรรพากร-“ธีรลักษ์” นั่งสรรพสามิต พรุ่งนี้ (22 ก.ย.)
‘BDI’ ผนึก ‘มติชน’ เติมข้อมูลคุณภาพสูง ร่วมพัฒนา ThaiLLM ปูฐานอธิปไตย AI ของไทย
Tech ‘BDI’ ผนึก ‘มติชน’ เติมข้อมูลคุณภาพสูง ร่วมพัฒนา ThaiLLM ปูฐานอธิปไตย AI ของไทย
กกร. จี้รัฐผลักดันการลงทุนใหม่ให้ถึงระดับจังหวัด เพิ่มขีดแข่งขัน-จ้างงาน-สร้างรายได้ให้ประเทศ
Finance กกร. จี้รัฐผลักดันการลงทุนใหม่ให้ถึงระดับจังหวัด เพิ่มขีดแข่งขัน-จ้างงาน-สร้างรายได้ให้ประเทศ
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องกลุ่ม ‘ซัมซุง’ รอบ 2 ปมจอขึ้นเส้น พบนิวไฮร้องเพิ่ม 2,103 ราย-เปลี่ยนแล้วเป็นซ้ำ
News สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องกลุ่ม ‘ซัมซุง’ รอบ 2 ปมจอขึ้นเส้น พบนิวไฮร้องเพิ่ม 2,103 ราย-เปลี่ยนแล้วเป็นซ้ำ
100 ปีกรมประมง ชูอุตสาหกรรม 2.23 แสนล้าน เปิดบ้านโชว์วิจัย-นวัตกรรม-สินค้าชุมชน
Economic 100 ปีกรมประมง ชูอุตสาหกรรม 2.23 แสนล้าน เปิดบ้านโชว์วิจัย-นวัตกรรม-สินค้าชุมชน
“เอกนิติ” ถก กกร. เร่งเครื่องดันประเทศรายได้สูง ชงแผน Quick Wins นายกฯ ใน 4 สัปดาห์
Finance “เอกนิติ” ถก กกร. เร่งเครื่องดันประเทศรายได้สูง ชงแผน Quick Wins นายกฯ ใน 4 สัปดาห์
ดูหนังเถื่อนอาจไม่ฟรี เสี่ยงเสียเงิน-ข้อมูลส่วนตัว คนปล่อยโดนคุกสูงสุด 4 ปี
Economic ดูหนังเถื่อนอาจไม่ฟรี เสี่ยงเสียเงิน-ข้อมูลส่วนตัว คนปล่อยโดนคุกสูงสุด 4 ปี
เอกนิติ พิจารณาใช้ภาษีสรรพสามิต บริหารราคาน้ำมัน ยันดูจังหวะเหมาะสม-ไม่ปรับก่อนสิ้น ก.ย. 69
Finance เอกนิติ พิจารณาใช้ภาษีสรรพสามิต บริหารราคาน้ำมัน ยันดูจังหวะเหมาะสม-ไม่ปรับก่อนสิ้น ก.ย. 69
“ศุภจี” ชูอาเซียนฐานอาหารโลก ไทยนำปิดดีล DEFA-ลงนามลงทุนฮ่องกง
Economic “ศุภจี” ชูอาเซียนฐานอาหารโลก ไทยนำปิดดีล DEFA-ลงนามลงทุนฮ่องกง
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
ดูทั้งหมด

บิ๊ก BEM พลิก 360 องศา รับดีมานด์รถไฟฟ้าโตก้าวกระโดด

27 ก.ย. 2560 | 08:00น.

สัมภาษณ์

หลังเปิดเดินรถต่อเชื่อม “เตาปูน-บางซื่อ” เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2560 ทำให้ปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้า 2 สาย 2 สี สปีดเพิ่มขึ้นทันตาไม่ว่าสายสีน้ำเงิน “เตาปูน-หัวลำโพง” จาก 339,323 เที่ยวคนต่อวัน เพิ่มเป็น 356,898 แสนเที่ยวต่อวัน ทุบสถิติสูงสุด 4 แสนเที่ยวคนต่อวันในบางวัน ขณะที่สายสีม่วง “เตาปูน-คลองบางไผ่” ไต่ระดับจาก 31,501 เที่ยวคนต่อวัน แตะอยู่ที่ 47,655 เที่ยวต่อวัน

“สมบัติ กิจจาลักษณ์” กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ระบุว่า จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์โดยรอบเริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นสิ่งที่บริษัทคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกก่อนที่รัฐบาลจะใช้มาตรา 44 มาแก้ไขปัญหาถึง 2 ครั้ง

“แนวโน้มผู้โดยสารจะเพิ่มอย่างต่อเนื่อง การเดินรถขาดไป 1 สถานี เหมือนเดินทางบนสวรรค์ นั่งจากฝั่งหนึ่งข้ามนรกเพื่อมาเกาะสวรรค์อีกฝั่งหนึ่ง ก็ได้ผลคนใช้สายสีม่วงและน้ำเงินเพิ่มสายละ 2-3 หมื่นคน โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น คนจะแน่น ต้องปรับตารางเดินรถ 19 ขบวนที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มความเร็ว วิ่งรถเปล่ามารับคนที่สถานีจตุจักร เพิ่มพนักงานประจำสถานีอำนวยความสะดวก”

ขณะเดียวกันบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ปรับไทม์ไลน์การเปิดบริการสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเปิดเร็วขึ้น 2 เดือน ช่วงหัวลำโพง-หลักสองจากตามสัญญาเดือน ก.ย.เป็น ก.ค. 2562 จะเร่งซีเมนส์ส่งมอบรถไฟฟ้า 3 ขบวนแรกที่ผลิตจากโรงงานประเทศออสเตรียภายในปลายปี 2561 จากเดิมเดือน ก.พ. 2562 จะใช้เวลาทดสอบ 6 เดือน

ส่วนที่เหลือจะทยอยส่งมอบ 18 ขบวนในเดือน ก.ย. 2562 และครบ 35 ขบวนพร้อมกับเปิดบริการช่วงเตาปูน-ท่าพระในเดือน มี.ค. 2563 ทั้งนี้อยู่ระหว่างพิจารณาอาจจะเปิดเดินรถช่วงสุดท้ายนี้เร็วขึ้น โดยทยอยเปิดบริการตั้งแต่ปลายปี 2562 เป็นต้นไป

“เราลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซื้อระบบรถจากซีเมนส์เมดอินจากยุโรป เป็นโรงงานเดียวกับรถที่ใช้สายสีน้ำเงินเดิม เราให้ซีเมนส์ทำเร็กคอร์ดใหม่ผลิตให้ได้ 24 เดือน เราก็มีค่าธรรมเนียมเพิ่มให้ หากจะต้องขนส่งกันมาทางเครื่องบินก็ต้องยอมเพราะจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ต้องเพิ่มรถใหม่และต้องมาให้เร็ว แต่ รฟม.ก็ต้องเร่งรัดงานโยธาเช่นกัน”

เมื่อเปิดบริการครบจะทำให้สายสีน้ำเงินวิ่งบริการเป็นวงกลม ระยะทาง 47 กม. เชื่อมการเดินทางฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ทำหน้าที่เหมือนเป็นระเบียงดึงคนจากชานเมืองเข้ามาทำงานในเมือง เพราะตามแนวสายสีน้ำเงินทั้งเก่าและใหม่มีที่อยู่อาศัย สำนักงาน ค้าปลีกและโครงการเป็นลักษณะมิกซ์ยูสเกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมาและในอนาคต

“บิ๊กบอสบีอีเอ็ม” ย้ำว่า การเปิดเดินรถเชื่อมต่อ 1 สถานี ส่งผลดีต่อผลประกอบการของบีอีเอ็ม มีรายได้เพิ่มเป็น 7.72 ล้านบาทต่อวันจากเดิม 6.99 ล้านบาทต่อวัน เพราะคนขึ้นที่สถานีเตาปูนและเสียค่าแรกเข้าครั้งแรก คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการในครึ่งปีหลังสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท จากครึ่งปีแรก มีรายได้รวม 7,505 ล้านบาท มาจากธุรกิจรถไฟฟ้า 2,230 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 1,432 ล้านบาท เติบโต 18.54% จากช่วงเดียวกันของปี 2559

“ปีนี้ทั้งปีคาดว่าผู้โดยสารสายสีน้ำเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2-3.5 แสนเที่ยวคนต่อวัน เพิ่ม 10% จากปีที่แล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8-2.9 แสนเที่ยวคนต่อวัน ปี 2561 เติบโต 5% อยู่ที่ 3.6 แสนเที่ยวคนต่อวันเพราะสายสีเขียวแบริ่ง-สมุทรปราการเปิดบริการ ปี 2562 อยู่ที่ 3.8-3.9 แสนเที่ยวคนต่อวัน และเพิ่มแบบก้าวกระโดด 5 แสนเที่ยวคนต่อวันในปี 2563 ที่สายสีน้ำเงินเปิดบริการครบโครงข่าย ส่วนสายสีม่วงคาดว่าจะอยู่ที่ 1 แสนเที่ยวคนต่อวัน”

การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแต่ละสายมีผลต่อระบบโครงข่ายจริง ๆ ซึ่งบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 10 ปีนับจากเปิดบริการวันแรก สถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังจากควบรวมธุรกิจกับทางด่วนภายใต้บริษัทบีอีเอ็ม ในปี 2560 เปิดสายสีม่วงเต็มปีทำให้บริษัทได้รับค่าจ้างเดินรถเต็ม จนทำให้ปีนี้ทั้งปีจะมีกำไรสุทธิเพิ่ม 20% อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท ส่วนปี 2561 จะพิจารณาปรับค่าโดยสารตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในทุก 2 ปี

นอกจากนี้บีอีเอ็มอยู่ระหว่างเตรียมเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง ปรับปรุงระบบจัดเก็บค่าโดยสารให้รองรับกับระบบตั๋วร่วมหรือบัตรแมงมุมของภาครัฐ รวมถึงบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย

รวมถึงมีความพร้อมและสนใจจะเดินรถไฟฟ้าสายใหม่ทั้งสายสีส้มศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีและสายสีม่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะที่รัฐบาลมีนโยบายจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนด้วย เพื่อเป็นโครงข่ายต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงที่บริษัทบริหารการเดินรถอยู่