เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
Real Estate แสนสิริ กวาดยอดขาย 3.64 หมื่นล้าน ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้าได้บ้าน ลุยเปิดโค้งสุดท้าย 12 โครงการ
ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
Real Estate ASW พรีเซล 9 เดือนแรกทะลุ 83% ลุยเปิด 2 คอนโดใหม่ภูเก็ต ดึงดีมานด์ไฮซีซั่น
XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
Finance XSpring AM เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยสู่ Neutral ปักเป้า SET ปีนี้ 1,650 จุด-ปี’70 ลุ้น 1,700 จุด
เอกนิติ ชี้ไทยติด 1  ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
Finance เอกนิติ ชี้ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
ดูทั้งหมด

“สุพันธุ์” ชงรัฐรับ 12 ข้อเสนอ ประคองจีดีพี-ต่อลมหายใจ SME

14 พ.ค. 2563 | 13:58น.

ต่อลมหายใจธุรกิจ “สุพันธุ์” จี้รัฐพิจารณา 12 ข้อเสนอค้างจาก 34 ข้อเสนอภาคเอกชน หวังฟื้นธุรกิจ การจ้างงาน ประคองเศรษฐกิจไทยปี 2563 ก่อนติดลบหนัก 5% หวั่น SMEs เจ๊งระนาว กระทบการจ้างแรงงาน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และในฐานะกรรมการภายใต้คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)เปิดเผยว่า ตามที่ภาคเอกชนในนามของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ได้รวบรวมมาตรการความช่วยเหลือทั้งด้านภาษี การเงิน แรงงาน สาธารณูปโภคและเสนอต่อทางภาครัฐ เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูภาคธุรกิจจากภัยโควิด-19 จำนวน34 มาตรการไปแล้วนั้น ล่าสุดภาครัฐเห็นชอบตามข้อเสนอแล้ว 11 มาตรการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 11 มาตรการเหลือเพียง 12 มาตรการเท่านั้นที่ยังไม่รับเข้าไปพิจารณาและจำเป็นต้องผลักดันต่อไป

“หากรัฐสามารถทำตามข้อเสนอได้ ไม่เพียงจะทำให้ภาคธุรกิจกลับมาฟื้นเร็วขึ้น แต่ยังจะส่งผลให้แรงงานไม่ถูกเลิกจ้างเพราะจากการประเมินเศรษฐกิจปี 2563 ที่คาดว่า GDP จะทรุดหนักโตติดลบ 5.0% ถึงติดลบ 3.0% ขณะที่ส่งออกจะหดตัวหนักมาก อยู่ที่ติดลบ 10.0% ถึงติดลบ 5.0% ดังนั้นรัฐจะต้องรับพิจารณามาตรการทั้งหมดที่เอกชนเสนอ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจทรุดลงมากกว่านี้ ซึ่งก็ต้องลุ้นว่าอีก 12 ข้อเสนอนั้น รัฐจะตอบสนองอย่างไร”

สำหรับมาตรการที่เหลืออีก 12 ข้อ เช่น ช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน15,000 บาท โดยขอให้รัฐจ่าย 50% บริษัทจ่าย 25% สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและยังมีการผลิตอยู่บางส่วน, ปรับอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกประเภทเป็นอัตราเดียวคือ 1% เฉพาะปี 2563 ขอให้คืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ เพื่อจะได้นำมาเป็นเงินหมุนเวียนธุรกิจช่วงวิกฤต, ชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยกเว้นค่าเบี้ยประกันทุกประเภทในช่วงที่ธุรกิจปิดให้บริการ, สถาบันการเงินปรับลดระยะเวลาพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโรจาก 3 ปี เหลือ 1 ปี รวมถึงให้รัฐจัดสรรงบประมาณในการจ้างงาน ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) และให้เพิ่มแต้มต่อสำหรับธุรกิจ SMEs และขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน เป็นต้น โดยจะต้องเร่งให้รัฐรับพิจารณาให้ได้

ส่วนข้อเสนอ 11 ข้อเสนอ ที่อยู่ระหว่างพิจารณาจากภาครัฐ คือ 1.ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนที่ชำระเกินภายใน 30 วัน 2.ให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SMEs 3 ปีทุกธุรกิจ (ปีภาษี 63-65) โดยจะต้องเข้าระบบ e-Filling 3.ขยายเพดานค่าลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในปี 2563 โดยไม่จำกัดเพดาน 4.ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้งบประมาณเพื่อป้องกันโควิด-19 5.ให้ภาคเอกชน ผู้ให้เช่าสถานที่ นำส่วนลดค่าเช่าและค่าบริการที่ให้กับ SMEs มาลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า  6.ให้ขยายระยะเวลาการใช้ “ขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงตามประมวลรัษฎากร” จากยกมาไม่เกิน5 รอบ เป็น 7 รอบ

7.บริษัทนำค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างแรงงานในช่วงโควิด หักภาษีได้ 3 เท่า ระยะเวลา 3 เดือน โดยขอให้เทียบกับเดือน มี.ค. 63 (จากเดิมที่สรรพากรกำหนดเดือน ธ.ค. 62) 8.ขอให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชนในการจัดตั้ง private equity trust ภายใต้กำกับของ ก.ล.ต. โดยเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจโรงแรมที่มีปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้  9.ขอให้ยกเลิกการคิดไฟฟ้าตามเกณฑ์การใช้กระแสไฟฟ้าขั้นต่ำ (demand charge) จนถึงสิ้นปี 2563 โดยคิดเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง 10.เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 11.อนุญาตให้ปรับการจ้างงานเป็นรายชั่วโมงได้ ในอัตรา 40-41 บาท/ชม. โดยจ้างขั้นต่ำ 4-8 ชม.

ส่วนข้อเสนอและมาตรการภาครัฐยอมรับและประกาศไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่ชำระเกินภายใน 30 วัน 2.ให้ภาคเอกชนหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า กรณีใช้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและสัมมนา 3.ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน 4.ผ่อนผันการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ (work permit) รวมถึงแรงงานต่างด้าวไป 6 เดือน 5.กรณีเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ยังคงรักษาสถานภาพไว้เป็นการชั่วคราว แม้ว่านายจ้างหรือลูกจ้างจะหยุดส่ง หรือจ่ายสมทบเป็นการชั่วคราว

6.ปรับลดค่าไฟฟ้าลง 5% ทั่วประเทศ และขอให้ค่า Ft สะท้อนราคาน้ำมันที่ลดลง 7.ขอเลื่อนการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟออกไป 4 เดือน 8.ลดค่าจดจำนองและค่าโอนที่ดินเหลือ 0.01% เฉพาะปี”63 9.สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย.ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80% 10.ขอให้ธนาคารพาณิชย์และรัฐ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิม ให้ลดเพิ่มจาก 0.4% เป็น 1% และ 11.สนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานประเมินความเสี่ยงตัวเองโดยใช้ application เช่น หมอชนะ