เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
Politics ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ต.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
Politics จับตา! ครม.ไฟเขียว หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เฟส 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาพืชเกษตร
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (20 ต.ค. 69) ปรับลง 0.43% อยู่ที่ 81,686 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (20 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
ดูทั้งหมด

“ทริส” หั่นเครดิตเรตติ้ง “เอสโซ่ (ประเทศไทย)” ลงเหลือ “A” จากเดิม “A+”

12 มิ.ย. 2563 | 16:04น.
“ทริส” หั่นเครดิตเรตติ้ง “เอสโซ่ (ประเทศไทย)” ลงเหลือ “A” จากเดิม “A+” แนวโน้ม “Stable” อ่วมผลกระทบโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทริสเรทติ้ง ได้ประกาศปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็น “A” จาก “A+” การปรับลดอันดับเครดิตเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานของบริษัทที่อ่อนแอลง ประกอบกับแนวโน้มของธุรกิจการกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีที่ยังคงอ่อนแอ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัทกับ Exxon Mobil Corporation และบริษัทในเครือ (ExxonMobil Group) ประกอบกับการมีโรงกลั่นน้ำมันที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร รวมถึงการมีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่ง ในทางตรงข้าม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงและการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันด้วย

บริษัทรายงานผลขาดทุนก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจำนวน 1.3 พันล้านบาทในปี 2562 ผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์นี้เป็นผลจากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับต่ำประกอบกับยังคงมีภาวะอุปทานส่วนเกินสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทได้หยุดโรงกลั่นเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่เป็นเวลา 60 วัน ทำให้อัตราการนำน้ำมันเข้ากลั่นลดลง 20% จากปีก่อนหน้า

ตลาดน้ำมันผันผวนอย่างหนักส่งผลให้ ผลประกอบการของบริษัทมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอลงไปอีกในปี 2563 โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ทำให้หลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินมาตรการในการสกัดการแพร่ระบาดที่เข้มข้น ซึ่งส่งผลเสียหายต่อความต้องการใช้น้ำมันของโลก ในขณะเดียวกันก็เกิดสงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ส่งผลให้เกิดการหดตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างฉับพลันและทำให้เศรษฐกิจของโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาดและความต้องการใช้น้ำมันที่หดตัวอย่างรุนแรงทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงจากประมาณ US$64 ต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม 2563 เหลือประมาณ US$21 ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน 2563

จากเหตุการณ์ข้างต้นส่งผลให้บริษัทขาดทุนจากสินค้าคงเหลืออย่างมากในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ในขณะที่ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นลดลงไปประมาณ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันเบนซินก็ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้บริษัทมีขาดทุนจากค่าการกลั่นรวม (หรือ ค่าการกลั่นฐาน รวมกับกำไรหรือขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ) ทั้งสิ้น 19.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับกำไร 4.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทขาดทุนก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ประมาณ 7.3 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามลดการกลั่นน้ำมันอากาศยานและควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

การปรับลดอันดับเครดิตได้รวมถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะอ่อนแอลง ทริสเรทติ้งมองว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันของโลกยังคงเปราะบางแม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มเปิดประเทศแล้ว แต่แนวโน้มของอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเนื่องจากอาจเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อีกครั้ง

จากแนวโน้มธุรกิจการกลั่นน้ำมันที่ยังคงอ่อนแอ ทริสเรทติ้งจึงได้ปรับประมาณการผลการดำเนินงานของบริษัทลง ทริสเรทติ้งประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ระหว่าง 30-35 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลสำหรับปี 2563 และเพิ่มขึ้นไปอยู่ในช่วง 50-55 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในระหว่างปี 2564-2565 นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะใช้กำลังการกลั่นน้ำมันดิบที่ประมาณ 70% หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่ 120 พันบาร์เรลต่อวันในปี 2563 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 135 พันบาร์เรลต่อวันในปี 2564-2565

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าค่าการกลั่นฐานของบริษัทจะยังคงลดลงต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีเป็นต้นไป โดยภาพรวม ทริสเรทติ้งคาดว่าค่าการกลั่นรวมของบริษัทยังคงติดลบอยู่สำหรับปี 2563 ก่อนจะเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 5-6 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2564-2565

ในประมาณการฐานของทริสเรทติ้งนั้นคาดว่าบริษัทจะยังคงมีผลขาดทุนก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายอยู่ระหว่าง 5-7 พันล้านบาทและยังคงมีขาดทุนสะสมอยู่ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70% ในปี 2563 จากประมาณ 59% ณ สิ้นปี 2562

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในแต่ละปีหลังจากนั้น และกลับมามีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ดีขึ้น ในปี 2564-2565 อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมีขาดทุนสะสมอยู่จนถึงปลายปี 2565 อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนคาดว่าจะอยู่ในช่วง 60%-65% ในระหว่างปี 2564-2565 ซึ่งสูงกว่าประมาณการในครั้งก่อน ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย จะอยู่ที่ประมาณ 4-5 เท่าในปี 2564-2565 ทริสเรทติ้งประมาณการว่ากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเฉลี่ย 3 ปี ระหว่างปี 2563-2565 จะอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาทต่อปี

ทริสเรทติ้งไม่มีความกังวลต่อสภาพคล่องของบริษัท โดย ณ เดือนมีนาคม 2563 บริษัทมีวงเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้กับธนาคารประมาณ 1.88 หมื่นล้านบาท และวงเงินสำรองจากกลุ่ม ExxonMobil อีก 5.4 หมื่นล้านบาท ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะยังคงไดัรับการสนับทางการเงินจากกลุ่ม ExxonMobil เมื่อมีความจำเป็น โดยจะเห็นได้จากวงเงินกู้ที่บริษัทได้รับในหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2563 ประมาณ 64% ของเงินกู้ของบริษัทเป็นเงินกู้ที่ได้รับจากกลุ่ม ExxonMobil

ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่บริษัทมีกับกลุ่ม ExxonMobil รวมถึงประโยชน์ต่าง ๆ ที่บริษัทจะได้รับจากกลุ่มด้วย นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจปิโตรเลียมภายในประเทศเอาไว้ได้และจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในหลายปีข้างหน้าอีกด้วย

ด้านปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง อยู่ที่โอกาสที่บริษัทจะได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้ามีค่อนข้างจำกัด แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้หากบริษัทกลับมามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญรวมถึงมีหนี้สินทางการเงินที่ลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตมีโอกาสที่จะลดระดับลงหากผลประกอบการของบริษัทอ่อนแอลงไปอีก ซึ่งอาจจะเกิดจากการฟื้นตัวของตลาดน้ำมันที่กินเวลานานหรือยังคงเกิดอุปทานส่วนเกินของน้ำมันอยู่ หรือหากมีข้อบ่งชี้ว่าบริษัทได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม ExxonMobil Group น้อยลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทริสเรทติ้ง เอสโซ่