เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
Finance ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
ดูทั้งหมด

8 ปี 5 เดือน “ฐากร” เลขา “กสทช.” กับเส้นทางโทรคมไทย

23 มิ.ย. 2563 | 19:11น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ “กสทช.” ได้ส่ง “สารจากเลขาธิการ กสทช.” ถึงพนักงานสำนักงาน กสทช. ทุกคน ซึ่งนอกจากจะเป็น “จดหมายขอบคุณ” ในฐานะเป็นกำลังสำคัญร่วมกันสร้างเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และฝ่าฟันอุปสรรค ก่อนที่จะทำงานในวันที่ 30 มิ.ย. 2563 เป็นวันสุดท้าย

ยังเป็นการบอกเล่าเส้นทางการทำงานในตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ตลอด 8 ปี 5 เดือน 25 วัน ตั้งแต่การเริ่มข้ามห้วยมาจาก สำนักงบประมาณ มาทำงานในสำนักงาน กสทช. ตั้งแต่ยังเป็น “กทช.” (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เมื่อ ก.ค. 2548 ในผู้เชี่ยวชาญพิเศษเทียบเท่ารองเลขาธิการ

ที่เดิมก่อนจะเข้ามาคลุกคลี เขาเข้าใจว่า คือ การกำกับวิทยุสื่อสารหรือ walkie talkie แต่ด้วยในวัยเด็กที่อาศัยอยู่ในอำเภอที่ใกล้เคียงกับพื้นที่สีแดง (พื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการครอบงำของคอมมิวนิสต์) จึงได้เห็นอานุภาพของการสื่อสารอย่างชัดเจน

ยิ่งเมื่อศึกษาไปจึงได้พบว่า งานด้านโทรคมนาคมของไทยพัฒนาตามหลังประเทศอื่นค่อนข้างมาก ปี 2553 ยังใช้แค่เทคโนโลยี 2G ขณะที่ประเทศอื่นเริ่ม 3G ในปี 2543 ลาว และกัมพูชา มี 3G ใช้ตั้งแต่ปี 2548

ทำให้ตัดสินใจสมัครเป็น “เลขาธิการ กสทช.” และได้รับแต่งตั้งเมื่อ 5 ม.ค. 2555

และเขาระบุว่า “ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม”

แต่ด่านแรกที่เขาต้องเจอคือ การประมูลคลื่น 3G เมื่อ 16 ต.ค. 2555 ที่ “โชคไม่ดี”  เนื่องจากมีผู้เข้าประมูลเพียง 3 รายและเป็นรายใหญ่ทั้งหมด ขณะที่ “คลื่น” ที่นำออกประมูลถูกแบ่งเป็น  9 slot หารกันลงตัว

ทำให้แม้จะสร้างรายได้เข้ารัฐ  41,625 ล้านบาท แต่สื่อและสังคมส่วนใหญ่กังขาว่ารูปแบบการประมูลเอื้อให้ “ฮั้ว”

โดย “ฐากร” ระบุว่า เขาได้เขียนบันทึกเสนอต่อ กสทช. ให้เลื่อนการรับรองผลการประมูลออกไปก่อนเพื่อพิจารณาหาหนทางที่เหมาะสมต่อไป

“แต่ กสทช. ขอให้รับรองตามผลการประมูลที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญในฐานะผู้นำที่ต้องกล้าที่จะเสนอและพูดในสิ่งที่ตนเองคิดหากเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าหนทางนั้นจะนำผลประโยชน์มาสู่ประเทศชาติ”

หลังจากนั้นจึงเป็นความท้าทายยิ่งของเลขาธิการ กสทช. ที่จะต้องชี้แจงกับหน่วยงานตรวจสอบทุจริตทั้งหลาย ซึ่งกระบวนการใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะเสร็จสิ้น โดยคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยไม่พบการทุจริตในการประมูลแต่อย่างใด”

แต่สิ่งที่ดีใจมากในการประมูล 3G  คือได้ก่อให้เกิดการลงทุนสร้างโครงข่ายของผู้ให้บริการมือถือ

นับแสนล้านบาทจนปรากฏชัดในตัวเลข GDP ในช่วงปีนั้น  แต่ละโอเปอเรเตอร์ขยายฐานลูกค้าจาก 80 ล้านเลขหมายในยุค 2G เป็น 120 ล้านเลขหมายในยุค 3G ในเวลาเพียง 4 ปี ทำให้คนไทยเกือบทุกคนติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย เริ่มหันมาใช้อินเทอร์เน็ต เอื้อต่อธุรกิจการค้าออนไลน์ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

หลังจากนั้น “ฐากร” ระบุว่าได้ทำการบ้านกับทีมงานอย่างหนักเพื่อออกแบบการประมูล 4G ไม่ให้ซ้ำรอย 3G  ด้วยการใช้สูตร N-1

แต่อีกโจทย์ยากคือ จะนำคลื่นที่รัฐวิสาหกิจครอบครองอยู่เดิมออกมาประมูลสู่มือของภาคเอกชนได้อย่างไร ในเมื่อ บมจ.กสท โทรคมนาคม(แคท) ไม่คืนคลื่น 1800 MHz หลังสิ้นสุดสัมปทาน

แต่เมื่อมีการเจรจาเข้มโดยรัฐบาล ซึ่งนำโดยท่านรองนายกรัฐมนตรี “วิษณุ เครืองาม” เป็นคนกลาง การคืนคลื่นและการประมูลจึงเกิดขึ้น

โดยการประมูลทั้ง 5 ครั้ง  “ไม่มีใครกล่าวว่าราคาตั้งต้นต่ำเกินไป” และสร้างรายได้ให้รัฐเกือบ 4 แสนล้านบาท ทำให้ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อ กสทช. ดีขึ้น

และประชาชนได้ใช้บริการในราคาที่ถูกลง จากค่าโทรระบบเสียงเฉลี่ยในปัจจุบันอยู่ที่ 51 สตางค์ต่อนาที (หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 24 เทียบกับปลายปี 2558) และค่าบริการอินเทอร์เน็ตมือถืออยู่ที่ 10 สตางค์ ต่อ 1 เมกะไบต์ (หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 62 เทียบกับปลายปี 2558) ซึ่งต่ำกว่าอัตราค่าบริการขั้นสูงที่ กสทช. กำกับดูแลในขณะนี้

“การประมูลคลื่นเป็นสิ่งใหม่ สิ่งสำคัญที่สุด คือ การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง” เมื่อเริ่มเห็นจุดที่จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือข้อเท็จจริงใหม่ๆ ต้องพร้อมปรับเปลี่ยน

เช่นกรณีที่ “JAS ตัดสินใจทิ้งคลื่น 4G (900MHz)” จนทำให้เกิดกระแสกันอย่างกว้างขวางว่า JAS เข้ามาเพื่อ “ปั่นราคา” การประมูลหรือไม่  ทำให้ กสทช. ต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกด้วยการเพิ่มวงเงินประกัน

แม้การประมูล 4G จะทำให้ไทยตามทันประเทศอื่นๆ แต่ในฐานะหน่วยงานของรัฐ การมีวิสัยทัศน์และการดำเนินนโยบายอย่างทันท่วงทีจะทำให้ไทยสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ จึงเกิดการประมูล 5G ในวันที่ 16 ก.พ. 2563 ซึ่งทีมวิชาการของ สำนักงาน กสทช. ระบุว่าจะสร้างเม็ดเงินได้หลายแสนล้านบาทกระจายในทุกอุตสาหกรรม

และก่อนจะประมูลได้เพิ่มการสร้างการรับรู้ของประชาชนถึงประโยชน์ที่จะได้รับหากประเทศไทยมีคลื่น 5G นับตั้งแต่ปลายปี 2561 จนตลอดปี 2562

“เสียงของประชาชนเป็นกลไกสำคัญที่สามารถขับเคลื่อนภาคเอกชนให้ดำเนินธุรกิจที่เกิดผลดีในระยะยาวแก่ประชาชนหมู่มาก นับว่าเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ผมภาคภูมิใจ”

โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่ 5G สามารถใช้สนับสนุนทางการแพทย์ ตอกย้ำถึงความจำเป็นของการมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งเพื่อให้พร้อมรับกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในรูปแบบที่ยากจะคาดถึง

“เกือบ 10 ปี ได้จัดสรรคลื่นมากถึง 3,420 MHz นำส่งรายได้เข้ารัฐได้มากถึงห้าแสนล้านบาท และให้บริการ 5G เป็นรายแรกในอาเซียน”

นอกจากนี้ กสทช. ยังจัดให้มีบริการโทรคมนาคมซึ่งรวมถึงบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตฟรีพร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นเวลา 5 ปี ในทุกพื้นที่ตามตามโครงการ USO-Net การจัดระเบียบสายสื่อสารและนำสายสื่อสารลงใต้ดิน  การลงทะเบียนซิมการ์ดที่มียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 74 ล้านเลขหมายในเวลาเพียง 6 เดือน ทั้งยังวางรากฐานสำหรับการใช้งานภาคโทรคมนาคมและภาคธนาคาร เอื้อต่อการชำระเงินผ่านมือถือ (Prompt Pay) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินการ ทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนถูกนำไปใช่ในทางไม่ชอบ

“ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดธรรมดาคนหนึ่ง เริ่มต้นชีวิตรับราชการด้วยต้นทุนเพียงสองอย่างคือความรู้และความต้องการที่จะเห็นการพัฒนาของประเทศไทย ผมเชื่อว่าคนเราถ้าตั้งมั่นจะทำอะไรสักอย่างแล้ว ต้องกัดไม่ปล่อยและทำให้สำเร็จไม่ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคความยากลำบากระหว่างทางใดก็ตาม มาจนถึงวันนี้ ผมถือว่าตัวเองมาได้ไกลกว่าที่คาดหวังไว้มาก”

ท่ามกลางความท้าทาย ข้อกังขา และแรงเสียดทานจากสังคมที่เราต้องเผชิญในหลายโอกาส โดยเฉพาะในช่วงแรกเริ่ม ผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานและยึดหลักของ “เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์” นายกรัฐมนตรีที่นำอังกฤษชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ว่า

“Never waste a good crisis” ทุกความท้าทายมีโอกาสซ่อนอยู่ อยู่ที่ว่าเราจะพยายามมองเห็นและเข้าไปจัดการกับวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสหรือไม่