เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
Biz Movement ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
Economic เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
Business อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69  ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
Uncategorized วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69 ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
Finance SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
Economic เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
ผู้นำเข้ารถยนต์ 60 ราย ผนึกกำลังช่วยน้ำท่วม ตรวจฟรี 30 รายการ ลดค่าแรง-อะไหล่ถึงสิ้น พ.ย.นี้
Biz Movement ผู้นำเข้ารถยนต์ 60 ราย ผนึกกำลังช่วยน้ำท่วม ตรวจฟรี 30 รายการ ลดค่าแรง-อะไหล่ถึงสิ้น พ.ย.นี้
ออมสิน ร่วมประชุม WSBI 2026 สถาบันธนาคารออมสินโลก ที่ประเทศไทย
Uncategorized ออมสิน ร่วมประชุม WSBI 2026 สถาบันธนาคารออมสินโลก ที่ประเทศไทย
CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
Tech CEA ผนึก Netflix ดัน“เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”บนเวที ‘IMF–WorldBank 2026’ มูลค่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

ซมพิษ ‘โควิด-เศรษฐกิจ’ เหล้า-เบียร์ บักโกรก ฟื้นยาก

29 มิ.ย. 2563 | 16:04น.
ร้านอาหาร
จับกระแสตลาด

ถึงวันนี้แม้ว่าศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จะคลายล็อกเฟส 4 ไฟเขียวให้ลูกค้านั่งดริงก์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ภัตตาคารได้แล้ว และคาดว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงคิวการจะปลดล็อกเฟส 5 ให้สถานบันเทิงกลางคืน ผับ-บาร์ “ร้านเหล้า” กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ต้องหยุดให้บริการมานาน 2-3 เดือนเลยทีเดียว

แต่ก็ดูเหมือนว่าจากสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลายมากขึ้นนี้ ยังไม่ช่วยให้ตลาด “เหล้า-เบียร์” ที่มีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 3 แสนล้านบาท ฟื้นตัวจากสภาพตลาดที่ชะลอตัวอย่างหนักขึ้นมาได้

“เบียร์” ทำใจตลาดหดตัว

แหล่งข่าวจากบริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์รายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ ศบค.ปลดล็อกและอนุญาตให้ลูกค้าสามารถนั่งดื่มในร้านอาหาร สวนอาหาร ภัตตาคาร ได้ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อม ๆ กับการยกเลิกเคอร์ฟิว ล่าสุดขณะนี้ตลาดเบียร์โดยรวมเริ่มค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมา และถัดไป หลังจาก ศบค.ปลดล็อกเฟส 5 อนุญาตให้สถานบันเทิงกลางคืน ผับบาร์ เปิดได้ อาจจะเป็นช่วงต้นเดือนกรกฎาคม คาดว่าแนวโน้มตลาดเบียร์ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ และน่าจะช่วยให้ตัวเลขในเดือนมิถุนายนเริ่มดีดกลับขึ้นมาได้บ้าง

“แต่ก็น่าเสียดายเพิ่งกลับมาขายได้ 2-3 อาทิตย์ แต่อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มเข้าสู่โลว์ซีซั่น ทั้งหน้าฝนและเทศกาลเข้าพรรษา (6 กรกฎาคม) ตัวเลขก็จะลดลงโดยปริยาย กว่าจะไปเริ่มขายได้อีกทีก็เป็นช่วงปลาย ๆ ตุลาคมเป็นต้นไป แต่ถึงตอนนั้นก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นอย่างไร หากโควิด-19 กลับมาระบาดใหม่ ตลาดก็คงจะสะดุดอีก”

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม เท่ากับว่าปีนี้ทั้งปีระยะเวลาการขายหายไป 6-7 เดือน ในแง่ของตัวเลขยอดขายก็คงหายไปไม่น้อย ปีนี้ทั้งปีตัวเลขทุกค่ายน่าจะหายไปพอสมควร แต่คงไม่สามารถคาดหรือประเมินตัวเลขที่ชัดเจนได้ ทุกค่ายคงต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีไม่ต่ำกว่า 30%

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการเบียร์อีกรายหนึ่งระบุว่า จริง ๆ แล้วในภาพรวมของตลาดเบียร์ ผู้ประกอบการทุกค่ายไม่ค่อยห่วงหรือกังวลเรื่องของกำลังซื้อ แต่สิ่งที่เป็นผลกระทบจากโควิด-19 คือ การไม่สามารถคาดการณ์และประเมินความต้องการของตลาดได้ ทำให้ที่ผ่านมาโรงเบียร์บางโรงต้องตัดสินใจหยุดการผลิต เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน เพราะหากผลิตออกมาก็จะต้องเสียภาษี แต่หากผลิตออกมาแล้วขายไม่ได้ก็จะเป็นภาระสต๊อก และที่สำคัญ เบียร์เป็นสินค้าที่มีอายุ

รายงานข่าวจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล้าเบียร์รายใหญ่ ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์โดยระบุว่า ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (ม.ค.-มี.ค.) บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจเหล้า-เบียร์ลดลง โดยธุรกิจเหล้ามีรายได้ 29,841 ล้านบาท ลดลง 3.9% ธุรกิจเบียร์ 23,653 ล้านบาท ลดลง 23.5%

“เหล้า” ยอดร่วง-เอาคืนไม่ได้

แหล่งข่าวจากวงการสุราเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงผลกระทบจากโควิด-19 ที่เกิดขึ้นว่า ส่งผลทำให้ตลาดเหล้าหดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเหล้านอกที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วง ๆ แรกที่เกิดการแพร่ระบาด และนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง และถัดมาสถานบันเทิงที่เป็นตลาดใหญ่ของเหล้านอกต้องปิด โดยรวม ๆ แล้วตัวเลขหายไปไม่ต่ำกว่า 40% อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ทางการจะมีมาตรการผ่อนปรนเฟส 4 ออกมา โดยอนุญาตให้นั่งดื่มในร้านได้ แต่การปลดล็อกดังกล่าวมาพร้อม ๆ กับเป็นเงื่อนไขและข้อจำกัด ตลาดจึงไม่สามารถจะกลับมาเหมือนเดิมได้ และเป็นเพียงการเปิดให้ธุรกิจได้มีช่องหายใจมากกว่า

และถึงตอนนี้ตลาดเหล้ายังไม่ดีขึ้น และปัญหาเศรษฐกิจก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กระทบ หรือแม้จะมีการปลดล็อกเฟส 5 ให้สถานบันเทิงกลางคืนกลับมาเปิดได้ แต่ก็ขายได้อีกไม่กี่วันก็จะเข้าช่วงโลว์ซีซั่น หน้าฝน-เข้าพรรษา กว่าจะกลับมาขายได้จริง ๆ ก็อีก 3 เดือน แต่จริง ๆ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเป็นอย่างไร

“เวลาที่เหลืออยู่คงเอาคืนไม่ได้ อยู่ที่ว่าจะลดน้อยหรือมากเท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าว

ตัวเลขภาษีสะท้อน “ขาลง”

แหล่งข่าวจากวงการเหล้าเบียร์ระบุว่า หากย้อนกลับไปดูรายงานผลการจัดเก็บภาษีเหล้า-เบียร์ของกรมสรรพสามิต ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมาจะพบว่า ตัวเลขมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกเดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงยอดขายที่ลดลงในช่วงที่เกิดไวรัสโควิด-19 และทางการมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเพื่อลดการแพร่ระบาด

โดยในส่วนของภาษีเบียร์ล่าสุดเดือนพฤษภาคม จัดเก็บได้เพียง 28.73 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่เคยจัดเก็บได้ถึง 7,086 ล้านบาท หรือลดลงถึง 99% จากเดือนเมษายน จัดเก็บได้เพียง 8,071 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 9,277 ล้านบาท หรือลดลง 13%

ขณะที่เดือนมีนาคม จัดเก็บได้ 7,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 6,709 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14% ซึ่งเป็นผลพวงจากการเตรียมสต๊อกสินค้าไว้ขายในช่วงเดือนเมษายนที่เป็นหน้าขายสำคัญ ส่วนเดือนกุมภาพันธ์จัดเก็บได้ 6,159 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 6,362 ล้านบาท หรือลดลง 3% จากเดือนมกราคม 2563 จัดเก็บภาษีเบียร์ได้ 8,726 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 8,774 ล้านบาท หรือลดลง 48%

เช่นเดียวกับภาษีสุราที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ เดือนพฤษภาคมจัดเก็บได้ 3,144 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่เคยจัดเก็บได้ถึง 4,650 ล้านบาท หรือลดลงถึง 26.6% เดือนเมษายนจัดเก็บได้เพียง 1,491 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 4,743 ล้านบาท หรือลดลง 68.5% เดือนมีนาคมจัดเก็บได้ 5,923 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่จัดเก็บได้ 6,449 ล้านบาท หรือลดลง 8% จากก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จัดเก็บได้ 5,225 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 5,623 ล้านบาท หรือลดลง 7% และเดือนมกราคม 2563 จัดเก็บได้ 6,324 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 6,982 ล้านบาท หรือลดลง 9.4%