เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
ดูทั้งหมด

“ตลาดหุ้นฮ่องกง” สมรภูมิใหม่ โบรกฯ จีนเปิดศึกแย่งลูกค้า หั่นค่าคอมฯ เหลือ 0%

16 ก.ค. 2563 | 07:37น.

ฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อบริษัทสัญชาติจีนชั้นนำ ทยอยย้ายฐานระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ มาจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนทั่วโลกและนักลงทุนจากจีนจำนวนมากเข้ามาซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (เอชเคอีเอ็กซ์)

เรียกได้ว่า “ฮ่องกง” ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์จากจีนในการขยายธุรกิจเข้าสู่ศูนย์กลางทางการเงินแห่งนี้ ขณะที่การแข่งขันของโบรกเกอร์หุ้นในฮ่องกงก็รุนแรงอยู่แล้ว

ดังนั้นโบรกเกอร์จากจีนจึงเปิดสงครามราคาเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด บลูมเบิร์กรายงานว่า “หัวไท่ อินเตอร์เนชั่นแนล” (Huatai International) โบรกเกอร์ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ “หัวไท่ ไฟแนนเชียลส์ กรุ๊ปส์”โบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่อันดับที่ 3 ของจีน ได้ลดค่าคอมมิสชั่นซื้อขายหุ้นลงสู่ระดับ 0% เมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของตลาดหุ้นฮ่องกงที่มีการแข่งขันราคารุนแรงมากขนาดนี้

โดย “หัวไท่ อินเตอร์เนชั่นแนล” จะเรียกเก็บเพียงค่าบริการ 8 ดอลลาร์ฮ่องกง/เดือน ซึ่งการลดค่าคอมมิสชั่นเหลือ 0% ได้สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อบริษัทอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โบรกเกอร์ขนาดเล็ก”

สำหรับธุรกิจหลักทรัพย์ฮ่องกงมีสภาพตลาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีโบรกเกอร์ขนาดเล็กจำนวนมาก โดยนับตั้งแต่เมื่อปี 1980 ธุรกิจหลักทรัพย์ของฮ่องกงเติบโตเป็นอย่างมาก โดยมีโบรกเกอร์รายย่อยกว่า 900 แห่ง ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% เมื่อปี 2000

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากเทรนด์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่หันไปซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้รายได้จากค่าคอมมิสชั่นของโบรกเกอร์ลดลงเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้การพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ยังมีต้นทุนที่สูง ซึ่งมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ ดังนั้นบริษัทโบรกเกอร์ขนาดเล็กจึงค่อย ๆ ล้มหายตายจากไป จนในปัจจุบันเหลือโบรกเกอร์ขนาดเล็กเพียงราว 500 แห่งเท่านั้น ซึ่งครอบครองส่วนแบ่งตลาดเพียง 7% ซึ่งลูกค้าของโบรกเกอร์เหล่านี้แทบทั้งหมดเป็นนักลงทุนรายย่อย

ขณะที่การลดค่าคอมฯสู่ระดับ 0% ของหัวไท่จะยิ่งผลักดันให้โบรกเกอร์รายเล็กเหล่านี้ออกจากตลาดมากขึ้น โดยปัจจุบันค่าเฉลี่ยคอมมิสชั่นอยู่ที่ระดับ 0.073%

ในกรณีดังกล่าว “กอร์ดอน ซุย” ประธานสมาคมหลักทรัพย์ฮ่องกงชี้ว่า ค่าคอมมิสชั่นที่ระดับดังกล่าว โบรกเกอร์ขนาดเล็กที่มีช่องทางการหารายได้เพียงทางเดียวจากค่านายหน้า จะไม่สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายได้

“เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์” รายงานอ้างอิงข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (เอชเคอีเอ็กซ์) ซึ่งเปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 มีโบรกเกอร์ขนาดเล็กที่ยุติกิจการไปแล้วกว่า 23 แห่ง ซึ่งมากกว่าปี 2019 ทั้งปีที่มีโบรกเกอร์ขนาดเล็กปิดกิจการ 22 แห่ง

ในปัจจุบันฮ่องกงมีโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ 14 แห่ง ที่ส่วนใหญ่เป็นวาณิชธนกิจระดับโลก เช่น เอชเอสบีซี, โกลด์แมน แซกส์ และเจพี มอร์แกน เป็นต้น ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าครึ่ง และส่วนใหญ่เป็นลูกค้าสถาบัน ดังนั้นการเจาะตลาดกลุ่มนักลงทุนรายย่อยจึงเป็นกลยุทธ์ของ “หัวไท่” โดย “จู หย่าลี่” หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีการเงินและลูกค้ารายย่อยของ “หัวไท่ อินเตอร์เนชั่นแนล” กล่าวว่า กลุ่มนักลงทุนรายย่อยยังมีช่องว่างที่โบรกเกอร์จากจีนจะสามารถเอาชนะคู่แข่งจากต่างประเทศได้ เนื่องจากบริษัทมีแพลตฟอร์มฟินเทคที่สามารถดึงดูดรายย่อยมากกว่า นอกจากนี้โบรกเกอร์ต่างชาติยังสนใจเฉพาะลูกค้าสถาบันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีเวลามาพะวงในส่วนนี้มากนัก

แม้ว่ากลยุทธ์ลดราคาของ “หัวไท่” จะมีต้นทุนที่ต้องจ่ายจากค่าคอมมิสชั่นที่จะหายไปจำนวนหนึ่ง เพื่อแลกกับส่วนแบ่งตลาด 7% จากบริษัทเล็กกว่า 500 แห่ง

อย่างไรก็ตาม “จู หย่าลี่” กล่าวว่า แม้ว่าบริษัทจะต้องสูญเสียรายได้จากค่าคอมมิสชั่นราว 150-250 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง แต่ก็พบว่าลูกค้าของหัวไท่ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่าตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเสียอีก

โดยการทำสงครามราคาของ “หัวไท่” นอกจากจะสามารถดึงดูดลูกค้าในปัจจุบันได้แล้ว ยังเป็นการทำลายบริษัทคู่แข่งอีกด้วย “บลูมเบิร์ก” ชี้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างปักกิ่งและวอชิงตันจะส่งผลให้ตลาดหุ้นฮ่องกงน่าดึงดูดมากขึ้น

รายงานระบุว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2020 นักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ทุ่มเงินลงไปในตลาดหุ้นฮ่องกงราว 35,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เมื่อปี 2017

นอกจากนี้บริษัทชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีนจะหันมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงมากขึ้นอีกด้วย เช่น “เจดี ดอตคอม” รวมถึง “เน็ตอีส” เป็นต้น ดังนั้นนักลงทุนรายย่อย ชาวจีนทั้งในประเทศและทั่วโลกจะหันมาลงทุนในตลาดหุ้นของฮ่องกงมากขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น ฮ่องกง โบรกเกอร์