เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

บริษัทมะกันเมินคำขู่ ‘ทรัมป์’ ผลสำรวจชี้ 92% ไม่ย้ายหนีจีน

12 ก.ย. 2563 | 17:00น.
บริษัทมะกันเมินย้ายกลับ
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

ถึงแม้ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” จะส่งเสียงขู่มาเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง ให้บริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจในจีนต้องย้ายออกจากจีนและกลับมาดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างงานและรายได้ให้กับชาวอเมริกัน แต่ดูเหมือนว่าบริษัทอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ได้เอาใจใส่คำขู่นั้น เพราะความต้องการของทรัมป์ขัดกับหลักธรรมชาติของการทำธุรกิจ ที่จะต้องมีกำไร-ขาดทุนเป็นตัวตั้ง และมีแรงผลักดันทางการเมืองนำหน้า

ผลสำรวจประจำปีล่าสุดของหอการค้าอเมริกันในเซี่ยงไฮ้ล่าสุด ที่ทำการสำรวจบริษัทสหรัฐในจีน พบว่า 92.1% ของสมาชิกที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า ไม่มีแผนจะย้ายออกจากจีน ส่วนบริษัทที่มีแผนจะย้ายออกนั้น ในจำนวนนี้มีเพียง 4.3% ที่ตอบว่าจะย้ายเพียงบางส่วนกลับอเมริกา ที่เหลือย้ายไปที่อื่นที่ไม่ใช่อเมริกา โดยสถานที่ยอดนิยมคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เคอร์ กิบส์” ประธานหอการค้าอเมริกันในเซี่ยงไฮ้ บอกว่า ผลการสำรวจบ่งบอกว่าบริษัทอเมริกันเหล่านี้ไม่ได้มาลงทุนในจีนระยะสั้นเพียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แต่เป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่า เพราะ 85% ของบริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจในจีนมาแล้วอย่างน้อย 10 ปีหรือมากกว่า มีเพียง 4.6% เท่านั้นที่อยู่มาไม่ถึง 5 ปี

ด้วยเหตุนั้นบริษัทอเมริกันส่วนใหญ่จึงมีความมั่นคงไม่คลอนแคลนเกี่ยวกับความเป็นจริงในการทำงานและลงทุนในจีน จึงแทบจะไม่หวั่นไหวต่อความผันผวนระยะสั้นของตลาดและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าจีนเป็นประเทศแรกที่สามารถก้าวออกจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ส่วนประเทศอื่น ๆ ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก จึงน่าดึงดูดน้อยกว่าจีน

“บริษัทที่เป็นสมาชิกของเรามีเสถียรภาพพอสมควร ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาอยู่มาเป็นเวลานานและหยั่งรากลึกแล้ว ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงรู้สึกไม่สบายใจต่อเสียงเรียกร้องให้ (2 ประเทศ) แยกตัวออกจากกัน สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคือความพยายามที่จะเข้าใจให้ได้ว่าเป้าหมายของทำเนียบขาวคืออะไร และเรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน”

ความกังวลที่ประธานหอการค้าอเมริกันในเซี่ยงไฮ้กล่าวถึงข้างต้นก็คือ เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลสหรัฐจะสั่งแบนไม่ให้บริษัทอเมริกันในจีนใช้แอปพลิเคชั่น “วีแชต” เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาจะรวมถึงธุรกิจสหรัฐในจีนด้วยหรือไม่ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์มีคำสั่งแบนการใช้วีแชตในสหรัฐภายใน 45 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 20 กันยายนนี้ “ถ้าหากธุรกิจอเมริกันในจีนจะต้องหยุดใช้วีแชต ก็จะเกิดความเสียหายในระดับทำลายล้างทีเดียว” ประธานหอการค้าอเมริกันระบุ

ผลการสำรวจยังพบว่า บริษัทอเมริกันเห็นว่าปัญหาใหญ่ที่สุดที่พวกเขากังวลก็คือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ปัญหาลักษณะนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่อันดับ 1 ของภาคธุรกิจนับตั้งแต่มีการสำรวจมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของพวกเขาในจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย 1 ใน 3 ตอบว่าปัญหาดังกล่าวทำให้บริษัทอเมริกันมีความยากลำบากที่จะรักษาพนักงานชาวจีนให้ทำงานด้วย

โดยเฉพาะในภาคการศึกษาและฝึกหัด ซึ่งบริษัทอเมริกัน 55.5% ที่อยู่ในธุรกิจนี้ ยอมรับว่ากำลังมีปัญหาเรื่องพนักงาน ส่วนบริษัทที่อยู่ในธุรกิจคลังสินค้าและกระจายสินค้า 50% ตอบว่ากำลังประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานเช่นกัน

แม้จะมีปัญหา แต่ผลตอบแทนก็ออกมาดี นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทอเมริกันส่วนใหญ่ยังชอบที่จะทำธุรกิจในจีน เพราะท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้า กลับปรากฏว่าบริษัทอเมริกัน 78.2% มีกำไรเพิ่มขึ้น 32.5% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ถึงแม้ทั่วโลกจะประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้ามาซ้ำเติมก็ตาม

“บริษัทสมาชิกรู้สึกกังวล แต่ก็อุทิศตนให้กับตลาดที่น่าดึงดูด มีขนาดใหญ่และกำลังเติบโต เราตระหนักเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงของชาติ และหวังว่าทั้ง 2 ประเทศจะสามารถหาจุดสมดุลความสัมพันธ์ ช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมาสมาชิกหลายบริษัทรู้สึกเจ็บปวดและต้องการจะเห็นกลยุทธ์ระยะยาว”

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในเชิงหาเสียงในวันแรงงานที่ผ่านมาว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเขา จะทำให้อเมริกากลายเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตของโลกและจะเลิกพึ่งพาจีนโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการแยกตัวออกจากจีนหรือขึ้นภาษีมาก ๆ อย่างที่เขาได้ทำมาแล้ว

การเล่นงานจีนทางการค้า ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ยังดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด ล่าสุดอดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ทำเนียบขาวเตรียมจะบล็อกการนำเข้าเสื้อผ้าบางส่วนจากจีนที่สหรัฐเชื่อว่าผลิตจากฝ้ายในซินเจียงที่มีการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์อย่างผิดกฎหมาย หากเป็นเช่นนั้นจะกระทบต่อบริษัทอเมริกันที่นำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสิ่งทอจากจีน ขณะเดียวกันจะเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาเล่นงานผู้ปลูกฝ้ายในสหรัฐ หากว่าจีนใช้มาตรการตอบโต้แบบเดียวกัน

มาตรการดังกล่าวของสหรัฐจะไม่เรียกว่าการแบนเสียทีเดียว แต่เรียกว่ามาตรการ WRO กล่าวคือหากสินค้านั้นถูกตัดสินจากเจ้าหน้าที่รัฐว่ามีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ก็จะถูกบังคับให้ส่งออกกลับไปอีกครั้งหรือทำลาย ทั้งนี้ ปีที่แล้วสหรัฐนำเข้าสิ่งทอจากจีนประมาณ 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์

ประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย บังกลาเทศ และศรีลังกา ล้วนแต่ใช้ผ้าฝ้ายจากซินเจียงในการผลิตเสื้อผ้า ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหว กล่าวหาว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาดิดาส ลาคอสต์ ไนกี้ ซาร่า H&M ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานในซินเจียง