เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
Biz Movement แมริออทฯ เผยอนาคตวงการอาหาร รสชาติท้องถิ่นครองใจนักชิมทั่วเอเชียแปซิฟิก
ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
World ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง
กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
Finance กรุงศรีฯ ชี้คนไทย ‘คิดก่อนใช้’ กลุ่มไฮเอนด์โตช้าลง ส่ง JCB Ultimate เจาะรายได้ 7 หมื่นบาท
SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
Finance SAM ช่วยลูกค้าน้ำท่วม 22 จังหวัด พักหนี้ 3 เดือน ผ่อนตามกำลังอีก 6 เดือน
ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
Finance ศุลกากร สกัดลักลอบส่งออกมือถือเก่า 1,000 เครื่อง มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ส่องกองทุนใหม่เดือน ธ.ค. ‘RMF-SSF’ ลดหย่อนภาษี ลงทุนต่างประเทศ

01 ธ.ค. 2563 | 12:40น.
ภาพประกอบข่าวกองทุน-การลงทุน

บลจ.เข็นสารพัดกองทุนน่าลงซื้อช่วงโค้งสุดท้าย ‘บัวหลวง’ ส่งกองทุนคู่แฝด ‘RMF-SSF’ ชูลงทุนใช้สิทธิลดหย่อนภาษีท้ายปี ฝั่ง ‘ไทยพาณิชย์-กรุงไทย’ ลุยออกกองทุนลงทุนต่างประเทศ

นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงสนับสนุนให้นักลงทุนเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อเป้าหมายการใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างสุขสบาย รวมทั้งลงทุนเพื่อเป้าหมายในระยะ 10 ปีข้างหน้า ผ่านกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) โดยที่ผ่านมา กองทุนบัวหลวง ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ดูแลเงินลงทุนระยะยาวมากที่สุดในอุตสาหกรรม

“ตลอดเส้นทางการลงทุนนั้น อาจจะต้องเจอความผันผวนบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเราจะผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไปได้ ถ้าเรามองตรงไปยังเป้าหมายการลงทุน แล้วยืนหยัดลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยระยะเวลาที่ยาวเพียงพอ และรู้จักจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น แทนที่จะลงทุนแต่ในประเทศอย่างเดียว ถ้ามีความสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้สูงขึ้นอีกนิด ก็อาจเริ่มลองจัดสรรเงินบางส่วนลงทุนในต่างประเทศบ้าง เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุนกับธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลก ที่เมืองไทยอาจยังไม่มี” นายวศิน กล่าว

สำหรับ กองทุนบัวหลวง มีกองทุนรวม RMF ให้เลือกถึง 19 กองทุน เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INNOTECHRMF) สำหรับผู้ลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาสินค้า บริการ เพื่อวันนี้และอนาคต กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BCARERMF) เพื่อผู้ที่สนใจนวัตกรรมการดูแลและรักษาสุขภาพ หรือกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีนเอแชร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (B-CHINAARMF) สำหรับผู้ที่อยากลงทุนในแผ่นดินจีนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกและจะกลายเป็นอันดับ 1 ในไม่ช้า เป็นต้น

ส่วนใครที่ตั้งใจลงทุนเพื่อเป้าหมายในอีก 10 ปีข้างหน้า กองทุนบัวหลวงมีกองทุน SSF ให้เลือกทั้งหมด 4 กองทุน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นฟิวเจอร์เพื่อการออม (B-FUTURESSF) สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนกับผู้ผลิตนวัตกรรมสินค้าและบริการ กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัมเพื่อการออม (B-INCOMESSF) สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย หรือถ้าอยากเน้นลงทุนในหุ้นไทยก็มีให้เลือก ทั้งกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นไทยเพื่อการออม (BEQSSF) และกองทุนผสมบัวหลวง 70/30 เพื่อการออม (BM70SSF)

“ไม่ว่าจะมีเป้าหมายเก็บเงินเพื่อวัยเกษียณ หรือจะเตรียมเงินก้อนไว้ใช้ทำอะไรในอนาคต กองทุนบัวหลวงก็มีทั้งกองทุน RMF และ SSF ที่ตอบความต้องการของนักลงทุนได้ เลือกกองทุนที่ใช่ สไตล์ที่ชอบ แล้วลงทุนเลย” นายวศิน กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ผู้ลงทุนมอบความไว้วางใจให้กองทุนบัวหลวงบริหารเงินกองทุน RMF ให้ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) รวม 71,679.64 ล้านบาท สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ทั้งยังไว้วางใจให้ดูแลเงินลงทุนในกองทุน SSF ถึง 2,221.12 ล้านบาท อยู่ในอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเห็นโอกาสจากการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จึงได้นำเสนอขายกองทุนคอมเพล็กซ์รีเทิร์นต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับ MSCI Emerging Markets Index (USD) พร้อมโอกาสลดความเสี่ยงการขาดทุนของเงินต้นผ่านการเลือกลงทุนในตราสารที่มีคุณภาพ

โดยบริษัทฯ ได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 1YJ (SCB Complex Return 1YL : SCBCR1YL) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนมีอายุ 1 ปี มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งเดียว ระหว่างวันที่ 1 – 9 ธันวาคม 2563 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท

สำหรับกองทุนนี้มีกลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 นําเงินต้นประมาณ 98% ของทรัพย์สินกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ขึ้นไป เมื่อครบกําหนดอายุกองทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมโอกาสรับผลตอบแทนซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินต้น การลงทุนส่วนนี้มีความผันผวนต่ำช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินต้นได้ ซึ่งกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน

ส่วนที่ 2 ประมาณ 2% ของทรัพย์สินกองทุน จะนำไปลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อิงกับผลตอบแทนของ MSCI Emerging Markets Index (USD) เน้นสร้างผลตอบแทนตามผลการดำเนินงานของตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ผ่าน MSCI Emerging Markets Index (USD) ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งดัชนีประกอบด้วยหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางที่จดทะเบียนซื้อขายในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จำนวน 26 ประเทศ ครอบคลุม 1,387 หุ้น หรือประมาณ 85% ของตลาดในแต่ละประเทศ โดยคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (free float-adjusted market capitalization)

สำหรับสัญญาวอแรนต์ดังกล่าวมีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบ Shark fin ซึ่งเป็นส่วนสร้างผลตอบให้กับกองทุน โดยแบ่งการจ่ายผลตอบแทนเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่ 1 จ่ายผลตอบแทน 40% ของผลตอบแทนของดัชนี เมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นระหว่าง 0 ถึง 15% กรณีที่ 2 จ่ายผลตอบแทนชดเชยประมาณ 0.25% เมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นเกิน 15% ระหว่างอายุกองทุน และกรณีที่ 3 ไม่จ่ายผลตอบแทนหากดัชนีปรับตัวลงต่ำกว่าราคา ณ วันลงทุนเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน

โดย MSCI Emerging Markets Index (USD) มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่เฉลี่ย -1.16% ต่อปี ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 10.54% ต่อปี ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 2.42% ต่อปี และย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 8.97% ต่อปี (ที่มา: MSCI Emerging Markets Index (USD) ณ Bloomberg ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า การลงทุนในหุ้นยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากนโยบายทางด้านการค้าของโจ ไบเดน คาดว่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะในทวีปเอเชีย เช่น จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ หลังจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่ายังคงมีความเสี่ยงด้านความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงความผันผวนในกลุ่มประเทศอเมริกาใต้และยุโรปตะวันออกจากนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดและราคาน้ำมันที่ยังมีความผันผวนสูงอยู่

ดังนั้นกองทุน SCBCR1YL ที่มีรูปแบบการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามผลการดำเนินงานของตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ประกอบกับมีโอกาสได้รับผลตอบแทนชดเชยในระดับที่น่าสนใจหากตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นมากกว่าที่คาด จึงเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในสภาวะเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี

ส่วน นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดขายซีรีส์ กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก อายุโครงการประมาณ 1 ปี มาแล้ว 10 รุ่น และได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่องจนสามารถระดมทุนได้กว่า 26,900 ล้านบาท โดยบริษัทยังเดินหน้าเปิดเสนอขายอีก1 กองทุน คือ กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y11 (KTGF1Y11) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 ธันวาคม 2563 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่มองหากองทุนที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอนหรือสามารถรักษาเงินต้นให้อยู่ครบ

นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวยังเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนที่เน้นตราสารหนี้ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจผันผวนด้วยความไม่แน่นอนของยอดผู้ติดเชื้อโควิด ที่ในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกไปแล้วกว่า 63 ล้านคน และยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 620,000 รายต่อวันทั่วโลก

กองทุนเปิดกรุงไทย โกลบอล ฟิกซ์ อินคัม 1Y11 เป็นกองทุนตราสารหนี้ โดยจะลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมี นโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และ/หรือตราสารการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับ ที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และ/หรือลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินประเภท ตราสารหนี้

อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่า ที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้ลงทุนได้ ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่า ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือ ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (F X Derivatives) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ

โดยหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนของกองทุน KTGF1Y11 คือ Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 VI (Class C USD Acc) ที่บริหารโดย Invesco บลจ.ระดับโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในเน้นสร้างรายได้ผ่านช่วงเวลาการลงทุนที่กำหนด และคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน (ทั้งนี้ กองทุนไม่ได้รับประกันเงินต้น) รวมถึงมุ่งหมายที่จะบรรลุจุดประสงค์การลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ buy-and-maintain ในตราสารหนี้สกุลเงิน USD ผ่านการพิจารณาความเสี่ยงเชิงรุก ในระยะเวลาการลงทุน 1 ปีนับจากช่วง Initial Offer Period ไป จนถึงช่วงครบอายุกองทุน

ซึ่งกองทุนมีนโยบายลงทุน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในตราสารหนี้ ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงิน USD ที่ออกโดยผู้ออกตราสารที่ถูกพิจารณาคัดเลือกโดยดุลยพินิจของผู้จัดการ (เช่น รัฐบาล หน่วยงานรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational Entities) กลุ่มบริษัท สถาบันการเงิน และกลุ่มธนาคาร) ซึ่งอาจรวมถึงผู้ออกตราสารที่อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ในกองทุนนี้ หมายถึง ประเทศทุกประเทศในทวีปเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ktam.co.th หรือขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 ในเวลาทำการ และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน กองทุน RMF กองทุน SSF