รม.เกษตรฯ คิดได้ ! จำนำกุ้ง กู้วิกฤตโควิดทุบสินค้าประมง
รัฐมนตรีเกษตรฯ “เฉลิมชัย” สั่งสศก.หามาตรการกู้วิกฤตสินค้าเกษตร หลังโควิดฉุดความต้องการกุ้งร่วงหนัก แง้มอาจใช้วิธีจำนำสินค้ากุ้ง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันประชาสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าสินค้าประมงมีความปลอดภัยจากโควิด-19 ทุกตลาดที่ยังเปิดให้บริการอยู่ 100% บริโภคได้ ปลอดภัย
วันที่ 23 ธันวาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 และแนวโน้มปี 2564 หัวข้อ เดินหน้าเกษตรวิถีใหม่ ขับเคลื่อนไทยอย่างยั่งยืน ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เชื่อว่าเกษตรกรสามารถรับตัวได้เช่นเดียวกับตอนที่เกิดการระบาดในช่วงแรก หรือประมาณเดือนเมษายน
ถึงแม้เกษตรกรส่วนใหญ่จะสามารถตั้งรับกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ แต่ยังมีชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ เนื่องจากตรวจพบผู้ติดเชื้อในแพกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้ประชาชนไม่กล้าซื้อกุ้ง
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า จากความกังวลดังกล่าว ขณะนี้ ขณะนี้ได้สั่งการให้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรมประมง และกรมปศุสัตว์ เร่งจัดทำมาตรการช่วยเหลือ เบื้องต้นอาจใช้วิธีจำนำสินค้าเกษตร กุ้ง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันประชาสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าสินค้าประมงมีความปลอดภัยจากโควิด-19 ทุกตลาดที่ยังเปิดให้บริการอยู่ 100%
ส่วนในเรื่องของแรงงานประมง ทางกระทรวงฯ มีการตรวจเข้มอยู่แล้ว ทุกอย่างยังดำเนินการตามมาตรฐาน และมีการเข้าไปควบคุมดูแลในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด โดยรัฐบาลเน้นการดำเนินการแบบเชิงรุก
“วิกฤตในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนในประเทศต้องร่วมมือร่วมใจกันให้ผ่านวิกฤตไปให้ได้ มั่นใจว่าไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศได้ สินค้าประมงปลอดภัย บริโภคได้” นายเฉลิมชัย กล่าว
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ในส่วนของภาพรวมสินค้าเกษตรอื่นๆ ปัจจุบันกระทรวงฯ ได้ผลักดันนโยบายเกษตรผลิต พาณิชย์ขาย โดยมีเป้าหมายผลักดันราคาสินค้าเกษตร ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้า และยกระดับราคาให้สูงขึ้น เพื่อให้เกษตรสามารถอยู่ได้และได้รับประโยชน์สูงสุด สุดท้ายรัฐก็ไม่ต้องประกันรายได้ให้เกษตรกร และลดการใช้งบประมาณรัฐในส่วนนี้อีกด้วย
สำหรับราคายางพาราปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ดี เกษตรกรพอใจ แต่ยังไม่พอใจ เพราะต้องการให้ราคายางพาราทุกตัวเกินราคาประกันรายได้ โดยหลังจากนี้จะผลักดันการใช้ยางพาราในประเทศ โดยเฉพาะการใช้งานของภาครัฐให้มากขึ้นต่อไป
สำหรับการดำเนินการในปี 2564 ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีการทำงาน รวมทั้งนโยบายด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศและทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายใต้หลักตลาดนำการผลิต ซึ่งจะให้ความสำคัญตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด
ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงกับการวางแผนการผลิต และนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับ
ตลอดจนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาในทุกด้านจะยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น