เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Finance SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
Biz Movement Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
News เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
Politics ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
ปิดฉากมหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ยอดขายทะลุหมื่นล้าน คนรุ่นใหม่แห่ซื้อคอนโดฯ 3-7 ล้าน
Real Estate ปิดฉากมหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ยอดขายทะลุหมื่นล้าน คนรุ่นใหม่แห่ซื้อคอนโดฯ 3-7 ล้าน
ปิดฉากเวทีการลงทุน “รัสเซีย–ไทย” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬาสานสัมพันธ์
Biz Movement ปิดฉากเวทีการลงทุน “รัสเซีย–ไทย” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬาสานสัมพันธ์
UNESCO ไฟเขียว ‘อุทยานธรณีขอนแก่น’ จ่อเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค UNESCO ไฟเขียว ‘อุทยานธรณีขอนแก่น’ จ่อเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของไทย
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
SCB FM คาดเลือกตั้งสหรัฐ เดโมแครตชนะ กระทบตลาดเงินระยะสั้น-ดึงบาทอ่อนลงอีก
Finance SCB FM คาดเลือกตั้งสหรัฐ เดโมแครตชนะ กระทบตลาดเงินระยะสั้น-ดึงบาทอ่อนลงอีก
สภาอุตฯ ตราด หนุนผลศึกษาค่าผ่านทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง ชี้คุ้มค่าเมื่อเทียบค่าเรือเฟอร์รี่ในอนาคต
เศรษฐกิจภูมิภาค สภาอุตฯ ตราด หนุนผลศึกษาค่าผ่านทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง ชี้คุ้มค่าเมื่อเทียบค่าเรือเฟอร์รี่ในอนาคต
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า ตัวเลขจีดีพี Q4/63-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

13 ก.พ. 2564 | 09:08น.
เงินบาท-เศรษฐกิจไทย

เงินบาทกลับมาแข็งค่า ขณะที่หุ้นไทยยืนเหนือ 1,500 จุดได้แม้เผชิญแรงขายก่อนปิดหยุดยาว จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ตัวเลขจดีพีไตรมาส4/63 ปัจจัยการเมือง สถานการณ์โควิด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับทิศทางของหลายสกุลเงินในเอเชียและแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงโดยมีแรงหนุนจากความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่องของประธานเฟด ขณะที่การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และข้อมูลที่สะท้อนว่า แรงกดดันจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ก็เป็นปัจจัยลบของเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน

ในวันพฤหัสบดี (11 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.87 เทียบกับระดับ 30.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (5 ก.พ.)

กราฟิก-เงินบาท

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-19 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/63 และปัจจัยทางการเมืองของไทย สถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลก และประเด็นเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค. นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามบันทึกการประชุมเฟด (เมื่อ 26-27 ม.ค.) จีดีพีไตรมาส 4/63 ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยลดช่วงบวกลงก่อนปิดหยุดยาว โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,508.35 จุด เพิ่มขึ้น 0.78% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 92,117.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.64% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 2.77% มาปิดที่ 380.18 จุด

ตารางตลาดหุ้น

หุ้นไทยดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ก่อนจะปรับตัวลงในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้น หลังตลาดตอบรับปัจจัยบวกดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ประกอบกับนักลงทุนปรับลดสถานะการลงทุนก่อนปิดหยุดยาวและรอติดตามปัจจัยทางการเมืองในประเทศในช่วงสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-19 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,500 และ 1,485 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,520 และ 1,530 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/63 ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)

ปัจจัยทางการเมืองของไทย สถานการณ์โควิด 19 ตลอดจนความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ บันทึกการประชุมเฟด ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. และดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/63 รวมถึงดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน