เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
Economic จับตาแผน PDP 2026 ฉบับ ‘เอกนัฏ’ ผุดทางเลือกที่ 5 ดันไฟสะอาดเกิน 70% ชั่งใจต้นทุน CCS
ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
Biz Movement ปาเจราจาบัลย์ พาผู้อ่านสำรวจความตายและความสัมพันธ์ในครอบครัว
80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
Columns 80 ปี IMF : จากโรงแรมกลางหุบเขา สู่เวทีโลกที่กรุงเทพฯ
ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
Finance ออมสินชู AI ปล่อยสินเชื่อรีเจ็กต์เรตต่ำ-ช่วยคนลืมตาอ้าปาก
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณขายออก 66,100 บาท
โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
Columns โลกคู่ขนาน…ข้างเวที IMF-World Bank
‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
Economic ‘สุริยะ’ แจงคุ้มครองพันธุ์กะเพรา ปลูกกินได้ปกติ ห้ามขยายพันธุ์ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
Finance ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ Crowdfunding จ่อเปิดทางปิดขายก่อนกำหนด ลดภาระผู้ลงทุน
ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
Politics ปชน.ย้ำซักฟอก ’18 รมต.’ ต้องได้เวลาเหมาะสม พร้อมเลื่อนไป พ.ย.ได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

“ดิเอราวัณ” โหมลงทุนฮ็อปอินน์ ดันขึ้น No.1 “บัดเจตโฮเทล” เอเชีย-แปซิฟิก

28 ก.พ. 2564 | 13:58น.
ดิเอราวัณ

“ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” กางแผน 5 ปีลงทุนหมื่นล้านบาท เผยมุ่งโฟกัสลงทุนโรงแรม “ฮ็อป อินน์” แบรนด์บัดเจตโฮเทลครบ 100 แห่งในไทย ตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 เครือข่ายโรงแรมกลุ่มบัดเจตในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เร่งเพิ่มสัดส่วนกำไรจากตลาดภายในประเทศได้เกิน 40% หวังลดการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า 80% พร้อมชะลอลงทุนโรงแรมกลุ่มลักเซอรี่-มิดเดิร์นสเกล ชี้หาทำเลยาก ลงทุนสูง มาร์จิ้นต่ำ

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มโรงแรม “ฮ็อป อินน์” ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมระดับ “บัดเจต” เป็นเซ็กเมนต์ที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวได้เร็วที่สุดเช่นกัน

บริษัทจึงเชื่อมั่นว่าแนวทางการหันมาโฟกัสและเพิ่มการลงทุนในโรงแรมในกลุ่มบัดเจตสามารถเพิ่มความหลากหลายและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ (diversify portfolio) ได้อย่างยั่งยืน

เพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW
เพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW

5 ปีลงทุน 8,000-หมื่นล้าน

ขณะเดียวกันบริษัทยังเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่ายังเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวได้ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก บริษัทจึงวางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2564-2568) จะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในกลุ่มโรงแรมบัดเจตเป็นหลัก ภายใต้งบฯลงทุน 8,000-10,000 ล้านบาท ทั้งในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และประเทศที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

โดยมีแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยให้ได้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ หรือมีจำนวนห้องพักรวมกว่า 7,000 ห้อง จากปัจจุบันที่มี 46 แห่ง รวมกว่า 3,600 ห้อง โดยมีโครงการที่สรุปแล้ว 7 แห่ง รวม 648 ห้องพัก ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 3 แห่ง คือ อ่อนนุช (สถานีรถไฟฟ้า), บางนา (ตรงข้ามศูนย์แสดงสินค้าไบเทค) และกรุงธนบุรี (สถานีรถไฟฟ้า) และในต่างจังหวัด 4 แห่ง คือ นครราชสีมา, น่าน, มหาสารคาม และชัยภูมิ

No.1 “บัดเจต” เอเชีย-แปซิฟิก

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนเพิ่มในประเทศฟิลิปปินส์ให้ได้ 15 แห่ง กระจายไปตามเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ โดยเมืองที่สรุปได้แล้วคือ Cebu, Ortigas, Davao, North EDSA และ lloilo จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการไปแล้ว 5 แห่งในกรุงมะนิลา ขณะเดียวกันบริษัทยังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกด้วย โดยมีเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดกลุ่มบัดเจตโฮเทลของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายใน 5 ปี

“สำหรับรูปแบบนั้นมีทั้งในการลงทุนและพัฒนาโดยบริษัทเอง และการเข้าซื้อกิจการ โดยมองว่าจะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ และขยายสัดส่วนกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าตลาดการเดินทางในประเทศได้ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 40% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 16% เท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน”

เพิ่มทุน 3 พันล้านรับแผน 5 ปี

นายเพชรกล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการสร้างความพร้อมทางการเงินสำหรับรองรับการเติบโตตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงได้อนุมัติแผนเพิ่มทุนจำนวน 3,000 ล้านบาท ประกอบด้วยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนโดยการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวน 2,000 ล้านบาท คาดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2564 และการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีอายุ 3 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีกำหนดการใช้สิทธิในเดือนมิถุนายน 2567

“การเพิ่มทุนของบริษัทจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2564”

อย่างไรก็ตาม มองว่าการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินของบริษัท และช่วยให้บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมต่อการขยายการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ โดยมีอัตราส่วนทางการเงินอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จึงมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นในการจัดหาเงินลงทุนในครั้งนี้

คาดอีก 2-3 ปีตลาด ตปท.ฟื้น

สำหรับโรงแรมในกลุ่มลักเซอรี่และมิดเดิร์นสเกลนั้น นายเพชรกล่าวว่า บริษัทจะยังคงมุ่งเน้นทำการตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ที่ลงทุนไปแล้ว ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพียงแต่จะยังไม่ลงทุนเพิ่ม เนื่องจากโรงแรมในเซ็กเมนต์ดังกล่าวนี้หาทำเลยาก ลงทุนสูง และกำไรขั้นต้นต่ำกว่า บวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคาดว่าจะยังไม่กลับมาในเวลาเร็ว ๆ นี้

“วิกฤตโควิดในช่วงที่ผ่านมาเราพบว่าโรงแรมเซ็กเมนต์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และกลับมาได้ช้าที่สุดคือกลุ่มโรงแรมลักเซอรี่และโรงแรมระดับกลาง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึงกว่า 80% ขณะเดียวกันเชื่อว่ากว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเท่ากับปี 2562 อีกครั้งน่าจะต้องใช้เวลาถึง 2-3 ปี ในแผนระยะสั้น 5 ปีนี้เราจึงยังจะไม่โฟกัสลงทุนเพิ่มในกลุ่มโรงแรมระดับบน” นายเพชรกล่าว

เข้มลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง

นางสาววรมน อิงคตานุวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการสายบริหารเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมาด้วยว่า บริษัทมีรายได้รวม 2,348 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 64% โดยมีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 1,715 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 446 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากประเมินตัวเลขในช่วงไตรมาส 4/2563 พบว่ามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากไตรมาส 2/2563 ค่อนข้างชัดเจน และยังคงดีต่อเนื่องกระทั่งถึงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2563 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 45 จากปีก่อนหน้า และมีเงินสดคงเหลือ (สภาพคล่อง) 1,600 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 5,200 ล้านบาท และสำหรับปี 2563 บริษัทได้รับการอนุมัติจากธนาคารเจ้าหนี้ทุกแห่งในการขอผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนทางการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรับมือภายใต้ภาวะวิกฤตและความไม่แน่นอนของธุรกิจท่องเที่ยวต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิ เอราวัณ กรุ๊ป