เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
Tech รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งสูงขึ้น

05 มี.ค. 2564 | 18:28น.
ภาพประกอบข่าว เงินดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 1-5 มีนาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (1/3) ที่ระดับ 30.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (25/2) ที่ระดับ 30.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างมากโดยได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ระดับประมาณ 1.60% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีถือเป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น จะทำให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นในการชำระหนี้ นอกจากนี้ดอลลาร์สหรัฐยังได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพื่อควบคุมการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ หลังมีมุมมองว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากแจกจ่ายวัคซีน ทั้งนี้ในช่วงกลางสัปดาห์ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.4% หลังจากนายเกา ซู่ฉิง ประธานคณะกรรมการฝ่ายกำกับดูแลด้านการธนาคารและการประกันของจีน (CBIRC) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะฟองสบู่ในตลาดากรเงินทั่วโลก เนื่องจากการพุ่งขึ้นของตลาดกำลังอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกับภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง และมีแนวโน้มว่าตลาดจะเผชิญกับการปรับฐานในไม่ช้านี้ คำเตือนของนายกเกาส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าจีนอาจจะใช้นโยบายควบคุมการขยายตัวอย่างร้อนแรงของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนอีกครั้งหลังจากที่นายพาวเวลได้กล่าวในคืนวันพฤหัสบดี (4/3) ว่าการที่สหรัฐกลับมาเปิดเศรษฐกิจ หลังมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จะทำให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น พร้อมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรและภาวะตึงตัวด้านการเงินที่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของเฟด นอกจากนี้นายพาวเวลไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการควบคุมความผันผวนที่เกิดขึ้นซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังถ้อยแถลงดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับร้อยละ 1.5% ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด และผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้นักลงทุนรอจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มีนาคมนี้ นอกจากนี้นักลงทุนจับตาดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราการว่างงานของสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะประกาศในคืนวันศุกร์ (5/3) ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.21-30.49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (5/3) ที่ระดับ 30.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันจันทร์ (1/3) ที่ระดับ 1.2077/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (25/2) ที่ระดับ 1.258/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดและจะชะลอการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรได้ฟื้นตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์หลังจาก สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ECB จะสกัดกั้นไม่ให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมปรับตัวขึ้นเร็วเกินไปโดยจะใช้โครงการซื้อคืนพันธบัตรเป็นเครื่องมือสร้างความยืดหยุ่นในตลาด ประกอบกับตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.9 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี จากระดับ 54.8 ในเดือนมกราคม ส่วนการจ้างงานเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการคาดการณ์ที่ว่าความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้างจะช่วยควบคุมการแพร่ระบาด และหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินยูโรได้รับแรงกดดันจากนายฟาบิโอ พาเนตตา สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป กล่าวว่า อีซีบีควรขยายโครงการซื้อพันธบัตร หรือเพิ่มโควตาที่จัดสรรไว้ให้แก่พวกเขาหากจำเป็น เพื่อทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงหลังจากที่ต้นทุนการกู้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โดยผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึันตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับพันธบัตรสหรัฐ และผู้กำหนดนโยบายหลายคนของอีซีบีเรียกร้องให้เพิ่มการซื้อพันธบัตรผ่านโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme หรือ PEPP เพื่อทำให้ต้นทุนการกู้อยู่ในระดับต่ำ โดยนายฟาบิโอยังย้ำว่าต้องป้องกันการปรับตัวขึ้นของเส้นอัตราผลตอบแทนที่มีการถ่วงน้ำหนักด้วยจีดีพีเป็นสิ่งที่ไม่ถึงประสงค์และไม่ควรลังเลที่จะเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตร และใช้งบทั้งหมดในโครงการ PEPP หรือมากกว่านั้นหากจำเป็น ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1921-1.2112 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (5/3) ที่ระดับ 1.1922/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (1/3) ที่ระดับ 106.56/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (25/2) ที่ระดับ 106.09/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ทางญี่ปุ่นได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ล็อตที่ 3 จากบริษัทไฟเซอร์จำนวน 526,500 โดสเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ญี่ปุ่นได้เริ่มทำการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เฟสแรกให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ 40,000 รายตามโรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาและจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีกจำนวน 4.7 ล้านคน หลังทำการส่งมอบวัคซีนให้กับหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นที่รับผิดชอบการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ด้านสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ตามด้วยกลุ่มที่มีโรคประจำตัว และกลุ่มพนักงานในบ้านพักคนชรา ก่อนจะฉีดให้บุคคลทั่วไปเป็นลำดับสุดท้าย ทั้งนี้ในช่วงกลางสัปดา์ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงพร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ความหวังเกี่ยวกับการได้รับวัคซีนป้องกันเชื่อไว้รัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงท้ายสัปดาห์จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.5% ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 106.37-108.48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (5/3) ที่ระดับ 108.48/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐ