เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
Politics เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
ดูทั้งหมด

ยกครัวบ้านใหญ่ “รัตนเศรษฐ” เปลี่ยนผู้คุมเสียง เสี่ยงรัฐบาลปริ่มน้ำ

07 พ.ย. 2564 | 11:31น.

ปรากฏการณ์ “ยกครัว” ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้อง “คดีทุจริตสนามฟุตซอล”

3 ชีวิต “บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ” ต้องเผชิญกับวิบากกรรม “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

“ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรค-มือกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ กลายเป็นโรคซึมเศร้า-ถอนใจด้วยน้ำเสียงยอมจำนน “ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”

“รัฐมนตรีก๊วนบ้านป่ารอยต่อ” บอกว่า “ยังไงก็ต้องโดน ป.ป.ช.สั่งอัยการสูงสุดสั่งฟ้องไปแล้ว ช่วยตั้งแต่ ป.ป.ช. แต่ช่วยไม่สำเร็จ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สำนวน “วิรัชและครอบครัว” ในคดี “ใบโควตา” ใช้เวลาอยู่ในชั้นอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.กว่า 7 ปี ตั้งแต่ปี 2555 ถึงวันที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 6 สิงหาคม 2562

เป็นยุคที่มี “พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ” อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง-หน้าห้อง พล.อ.ประวิตร ในยุครัฐบาล คสช.เป็นประธาน ป.ป.ช.

“ตัวเต็ง” ที่จะเป็น “ตัวตายตัวแทน” วิรัช เป็น “ผู้คุมเสียง” ถูก “ชูขึ้นมาเชือด” 5 ชื่อ ได้แก่ 1.นายนิโรธ สุนทรเลขา 2.นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์

3.นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และ 5.นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง 5 คนสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ชื่อ “ว่าที่ประธานวิปรัฐบาล” แม้ “พล.อ.ประวิตร” จะเป็น “คนเลือก” แต่ “พล.อ.ประยุทธ์” ต้องเป็น “คนเซ็น” ร่อนตะแกรงจาก “ตึกไทยคู่ฟ้า” ก่อน

สุดท้ายคนที่ “เข้าวิน” คือคนที่ถูก “ล็อกสเป็ก” เป็น “สายตรง” 3 ป. ทั้ง พล.อ.ประวิตร-พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เพื่อไม่ให้ “เสียงสะบัด” เหมือนที่ผ่านมาในการโหวตกฎหมายสำคัญ-การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเดิมพันด้วยการยุบสภา

แกนนำระดับคีย์แมนกลุ่มสามมิตรรายหนึ่งมั่นใจว่า ในสภาวะสุญญากาศ-ขาดผู้ควบคุมเสียง ไม่กระทบต่อการคุมเสียงในสภา แต่ได้ทิ้งปริศนาไว้ว่า การคุมเสียงในสภาไม่ให้แตกแถว ไม่ได้อยู่ที่ประธานวิปรัฐบาล-เกาไม่ถูกที่คัน

“ใครมาเป็นประธานวิปรัฐบาลก็เหมือนกัน คนที่ได้มาต้องมีคุณภาพอยู่แล้ว ส่วนเสียงขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่มีเสถียรภาพในสภาจะดีขึ้นหรือไม่คนละประเด็นกัน”

“ไผ่ ลิกค์” รองเลขาธิการพรรค-มือขวา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่าไม่กระทบต่อเสียงในสภา ถึงแม้ว่า ส.ส.ฝ่ายพรรครัฐบาลจะหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นใบไม้ร่วง แต่ยังมี “แต้มตุน” ไว้กว่า 40 เสียง

“ยังไหว ประธานวิปรัฐบาลเปลี่ยนตัวก็ยังทำงานกันได้ พลังประชารัฐยังมีคนเก่ง ๆ อีกเยอะ ไม่มีปัญหา ไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานวิปรัฐบาล เราก็ต้องทำงานกันได้”

“เสียงฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลยังห่างกันอยู่เกือบ 40 เสียง ยังห่างอีกเยอะ”

นอกจากวิรัช-เมีย-น้องเมีย 3 ส.ส.เสียงพรรคพลังประชารัฐ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว ยังมี 1 เสียงจากพรรคภูมิใจไทย “สำลี รักสุทธี” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยคุณสมบัติและสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายสำลีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

ส่วนจะเป็น “คดีเก่า” ที่ศาลพิพากษา “รอลงอาญา” ไปแล้วเมื่อ 32 ปีที่แล้ว กรณีข้อพิพาทกับสถานบันเทิงใกล้บ้านพักที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งศาลสั่งจำคุก 5 ปี รอลงอาญา 3 ปี หรือกรณี “คลิปเสียง” รับเงินย้ายพรรค ยังฝุ่นตลบ-โต้พัลวัน

ก่อนหน้ามี ส.ส. 8 คนที่อยู่ใน “ลิสต์หยุดปฏิบัติหน้าที่” จากคดี “ม็อบ กปปส.” 4 คน ได้แก่ 1.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพลังประชารัฐ 2.นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา 3.นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และ 4.นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์

คดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องในคดีที่ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พลังประชารัฐ

คดีเสียบบัตรแทนกัน ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ.2/2564 ที่ ป.ป.ช.ยื่นร้อง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ

ล่าสุดศาลฎีกาว่าได้มีคำสั่งรับคำร้องคดีหมายเลขดำที่ คมจ.3/2564-คดีเสียบบัตรแทนกันอีก 1 คดี 2 คน ได้แก่ 1.นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง และ 2.นายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง จากพรรคภูมิใจไทย

ปัจจุบันมี ส.ส.สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมดขณะนี้ 476 คน (ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิ 11 คน คดียุบพรรค) ดังนั้น คะแนน “มากกว่ากึ่งหนึ่ง” ในการลงมติคือ 238 เสียง

หากย้อนกลับไปคะแนนลงมติไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุด-วันที่ 4 กันยายน 2564 ซึ่ง ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนั้นคือ 482 เสียง คะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งคือ 242 เสียง

โดยผลของมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนั้น แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะได้คะแนนไว้วางใจ “เกินกึ่งหนึ่ง” หรือ 242 คะแนน แต่กลับได้คะแนนไว้วางใจ “รองบ๊วย” หรือได้เกินครึ่งเพียง 22 คะแนน และได้คะแนนไม่ไว้วางใจ “มากที่สุด”

ย้อนไปไกลกว่านั้นในการอภิปรายรอบที่ 1 เมื่อวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2563 ลงมติเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 พล.อ.ประยุทธ์ได้เสียงไว้วางใจ 272 เสียง ไม่ไว้วางใจ 49 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง

อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 เมื่อ 16-19 กุมภาพันธ์ 2564 และลงมติในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 พล.อ.ประยุทธ์ได้เสียงไว้วางใจ 272 เสียง ไม่ไว้วางใจ 206 เสียง งดออกเสียง 3

เป็น 11 เสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ถูกสอยเป็นใบไม้ร่วง-อยู่ในบัญชีหยุดปฏิบัติหน้าที่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังประชารัฐ