เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
Biz Movement KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
Finance คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
Tech นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
Politics รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
Finance บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
Politics รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
เปิดมุมมองนักวิชาการ ปมเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ
Politics เปิดมุมมองนักวิชาการ ปมเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ
ดูทั้งหมด

ปี’64 กำไร 9 แบงก์ 1.6 แสนล้าน โต 33.6% อานิสงส์รายได้ค่าฟี-สำรองลด

21 ม.ค. 2565 | 12:41น.
แบงก์พาณิชย์-ตั้งสำรอง

ปี’64 กำไร 8 ธนาคาร ในตลาดหุ้นไทยรวมกัน 160,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% อานิสงส์รายได้ค่าฟี-สำรองลด “SCB” ขยายฐานรายได้ธุรกิจเวลธ์-ประกันพุ่ง “กสิกรไทย” ตั้งสำรองลดลง 3,216 ล้านบาท “กรุงเทพ” รวมรายได้ดอกเบี้ย “เพอร์มาตา” เต็มปี “กรุงศรีฯ” บุ๊กกำไรขายหุ้นเงินติดล้อ “TTB” คุมหนี้เสียดี-ค่าใช้จ่ายสำรองลง “ทิสโก้” รายได้กองทุนพุ่ง “KKP” รายได้หลักทรัพย์กระฉูด “CIMBT” รายได้ขายประกัน-กองทุนพุ่ง “LHFG” ตั้งสำรองเพิ่มตามนโยบาย CTBC

วันที่ 21 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย (SET) เซ็กเตอร์แรกอย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) ทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2564 และทั้งปี 2564 ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการของธนาคาร 10 แห่ง โดยขณะนี้พบว่า 9 ธนาคาร (SCB, KBANK, BBL, BAY, TTB, TISCO, KKP, CIMBT, LHFG) มีกำไรสุทธิของปี 2564 รวมกันทั้งสิ้น 160,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 119,814 ล้านบาท

รายได้ค่าฟี-สำรองลด ดัน SCB กำไร 3.5 หมื่นล้าน โต 30%

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 35,599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน

เป็นผลจากความสามารถในการทำกำไรจากของธุรกิจที่ดีขึ้นและการตั้งเงินสำรองที่ลดลง โดยมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ที่ 7,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7%

โดยในปี 64 มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 95,171 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิลดลง ภายใต้สภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบันและการมุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพ

ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 55,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลของการรับรู้กำไรตามราคาตลาดในปัจจุบันของพอร์ตการลงทุนของธนาคารและบริษัทในเครือ และการขยายฐานรายได้ที่แข็งแกร่งของธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์ประกัน

ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 63,547 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากปีก่อน เป็นผลจากการที่ธนาคารสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ของธนาคารในปี 64 ปรับตัวดีขึ้นเป็น 42.3% นอกจากนี้ในปี 64 ธนาคารได้ตั้งสำรองจำนวน 42,024 ล้านบาท ลดลง 9.9% จากปีก่อน ภายหลังที่ธนาคารได้ตั้งสำรองในระดับสูงกว่าสภาวะปกติในปีก่อนหน้า

ส่วนอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 64 อยู่ที่ 3.79% เพิ่มขึ้นจาก 3.68% ในปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลของการจัดชั้นลูกหนี้เชิงคุณภาพในกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารยังอยู่ในระดับสูงที่ 139.4% และเงินกองทุนตามกฎหมายของธนาคารยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.7%

ตั้งสำรองลด กสิกรไทย กำไร 3.8 หมื่นล้าน โตเฉียด 30%

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 38,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,566 ล้านบาท หรือ +29.05% ส่วนหนึ่งเกิดจากการลดลงของสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 3,216 ล้านบาท หรือประมาณ 7.38%

โดยธนาคารและบริษัทย่อยพิจารณาตั้งสำรองในปี’64 จำนวน 40,332 ล้านบาท ซึ่งยังคงเป็นสำรองภายใต้หลักความระมัดระวัง และมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 64 สูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 159.08% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ที่อยู่ที่ระดับ 149.19% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% ประมาณ 7,822 ล้านบาท หลักๆ เกิดจากการให้สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพ และมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ปกติ

รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้ธนาคารยังคงต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ระดับ 3.21%

ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 4.17% ประมาณ 1,910 ล้านบาท เกิดจากรายได้จากการขายหุ้น และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้น 7.01% ประมาณ 2,312 ล้านบาท หลัก ๆ จากค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน และค่านายหน้ารับจากการซื้อขายหุ้น ในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,048 ล้านบาท หรือ 1.50% เกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน

รวมรายได้ดอกเบี้ย “เพอร์มาตา” กรุงเทพ กำไร 2.6 หมื่น ล. โต 54%

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) รายงานว่า ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 26,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.6% เป็นผลจากการรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารเพอร์มาตาเต็มปี และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการบริหารต้นทุนเงินรับฝาก ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.10%

ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 25.7% มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากธุรกิจหลักทรัพย์ การอำนวยสินเชื่อและบริการประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด

ด้านค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2% จากการรวมค่าใช้จ่ายของธนาคารเพอร์มาตาทั้งปี โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงเป็น 50%

นอกจากนี้ ธนาคารได้พิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 34,134 ล้านบาท จากการพิจารณาปัจจัยผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสายพันธุ์โอมิครอน รวมถึงความไม่แน่นอนของความเสี่ยงจากการกลายพันธุ์ของไวรัสที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง

บุ๊กกำไรขายหุ้น “เงินติดล้อ” กรุงศรีฯ กำไร 3.3 หมื่นล้าน โต 46%

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทในเครือ มีกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 33,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,754 ล้านบาท หรือ +46.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ปัจจัยหนุนหลักคือกำไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นในบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (TIDLOR) ช่วงไตรมาส 2/64 หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจปกติในปี 64 อยู่ที่ 25,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% ส่งผลให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 12,243 ล้านบาท หรือ +37.5% จากการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นเงินติดล้อ

ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.24% ลดลงปีก่อนหน้าจาก 3.47% โดยจากการออกมาตรการช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคธุรกิจผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ

ด้านอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 2.20% (สิ้นเดือน ธ.ค. 64) เทียบกับ 2% (สิ้นเดือน ธ.ค. 63) โดยกรุงศรีฯยังคงรักษาระดับการตั้งเงินสำรองอย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยมีสัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมที่ระดับ 167 เบสิสพอยต์ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้น

ตั้งสำรองลด ทีเอ็มบีธนชาตกำไร 1.04 หมื่นล้าน โต 4%

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต (TTB) กล่าวว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิปี’64 อยู่ที่ 10,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากกำไรไตรมาส 4/64 ทำได้ 2,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นและค่าใช้จ่ายตั้งสำรองที่ลดลง เนื่องจากสามารถลดอัตราส่วนหนี้ด้อยคุณภาพลงมาอยู่ที่ 2.81% จาก 2.98% ในไตรมาส 3/64

ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี’64 อยู่ที่ 31,219 ล้านบาท ลดลง 3% เป็นผลจากการรับรู้ประโยชน์จากการรวมกิจการด้านต้นทุนและการมีวินัยด้านค่าใช้จ่าย จึงทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงได้ แม้ว่าเป็นปีที่มีกระบวนการรวมกิจการ (Integration) และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 48%

รายได้กองทุนพุ่ง-ตั้งสำรองลด ทิสโก้ กำไร 6.7 พันล้าน โต 11%

บริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลประกอบการปี 64 ว่า มีกำไรสุทธิจำนวน 6,781.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 717.99 ล้านบาท หรือ +11.8% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้กำไรจากเงินลงทุน และสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง

โดยบริษัทมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัว 9.7% เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้น 46.2% ซึ่งมาจากการออกกองทุนใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี ประกอบกับค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาส 4

อีกทั้ง รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้น 8.1% ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังรับรู้กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่เพิ่มขึ้น และค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารชะลอตัวลง ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมืองในระหว่างปี และผลจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การปรับลดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมของ ธปท.

รายได้หลักทรัพย์กระฉูด หนุนกำไร KKP 6.3 พันล้าน โต 23%

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP รายงานผลประกอบการปี 64 ว่า ธนา8ารเกียรตินาคินภัทรและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.3% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับธุรกิจหลักด้านต่าง ๆ ยังคงความสามารถสร้างรายได้ในระดับที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนที่มีผลการดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 40.1%

โดยหลักเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจ Private Wealth Management ตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน รายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดที่ 14.04% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดอันดับที่ 1 อย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจวานิชธนกิจสามารถทำรายได้ในระดับที่ดีจากการทำธุรกรรมที่สำคัญหลายรายการในระหว่างปี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจการจัดการกองทุนตามสินทรัพย์ภายใต้การจัดการที่ปรับเพิ่มขึ้น ในส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้นที่ 7% จากการที่สินเชื่อของธนาคารยังคงเติบโตได้ในระดับที่ดีตลอดปี’64 ในด้านของค่าใช้จ่ายธนาคารยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมได้

ส่วนการตั้งสำรองของธนาคารปี’64 ลดลงอยู่ที่ 39% โดยยังคงรักษาความระมัดระวังในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยธนาคารมีการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับปี’64 เป็น 5,201 ล้านบาท ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตลอดปี’64 และได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานธนาคารโดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจการให้สินเชื่อ

รายได้ค่าฟี “ประกัน-กองทุน” พุ่ง CIMBT กำไร 2.4 พันล้านโต 89%

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) รายงานว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิปี’64 อยู่ที่ 2,440.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,150 ล้านบาท หรือ +89.1% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 337.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% จากการเป็นนายหน้าขายประกันและหน่วยลงทุน ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 723.3 ล้านบาท หรือลดลง 8.1% จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น

ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงาน ปรับตัวดีขึ้นเป็น 57% จาก 59.6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) สำหรับปี’64 อยู่ที่ 3.1% ลดลงช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าอยู่ที่ 3.2% เป็นผลจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและธุรกิจเช่าซื้อ

หนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 7.9 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 3.7% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ 4.6% สาเหตุหลักจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในปี’64 การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และกระบวนการในการเก็บหนี้

ด้านอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 64 อยู่ที่ 117.5% เพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ธ.ค. 63 ซึ่งอยู่ที่ 93.3% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 8.3 พันล้านบาท เป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ ธปท.จำนวน 1.5 พันล้านบาท

LHFG กำไร 1.3 พันล้าน หดตัว 32% ตั้งรองเพิ่ม นโยบาย CTBC

บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลประกอบการปี’64 ว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,383.72 ล้านบาท ลดลง 32.7% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อ CTBC เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งมีนโยบายให้ธนาคารตั้งสำรองเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ระบาดโควิดที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

บริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ จำนวน 7,769.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสุทธิ 2,636.2 ล้านบาท ลดลง 12.8% ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของกำไรจากเงินลงทุน และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น ๆ จำนวน 3,223.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% เป็นการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน

มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 3,283.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.9% เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินกลยุทธ์เร่งขยายธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยในปี’65

ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 148.4% ในไตรมาส 3/64 เป็น 179.1% ในสิ้นปี’64 มีอัตราสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPLs) ที่ 2.44%

ด้านราคาหุ้นของ 9 ธนาคารปิดภาคเช้าวันนี้พบว่า SCB -0.40%, KBANK -0.71%, BBL -1.52%, BAY +1.40%, TTB 0.00%, TISCO -0.51%, KKP +1.89%, CIMBT +3.41%, LHFG -0.70%)