เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
ดูทั้งหมด

6 มาตรการ-ลดส่งออก รัฐเข็นยางสู่เป้าหมาย 60 บาท/กก.

30 ธ.ค. 2560 | 21:00น.

สถานการณ์ยางพาราช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ยังไม่รู้ว่าราคายางจะไปทางไหน เห็นได้จากช่วงกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ราคายางแผ่นดิบที่ซื้อขายกันในตลาดท้องถิ่นอยู่ในระดับ กก.ละ 40 บาท และเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 ก็ยังอยู่ในระดับ กก.ละ 41 บาท หากภาครัฐไม่เข็นมาตรการออกมาสู้ อาจได้เห็น กก.ละ 33 บาทอีกครั้งก็ได้ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอมาตรการผลักดันราคายางต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 6 มาตรการ ที่เสนอเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2560 ประกอบด้วย

(1) มาตรการให้สินเชื่อผู้ประกอบกิจการยาง วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซื้อยางได้ประมาณ 3.5 แสนตัน ซึ่งรัฐจะชดเชยดอกเบี้ยตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 3% ต่อปี

(2) มาตรการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานรัฐ เป้าหมาย 2 แสนตัน ซึ่งนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมจะเสนอ ครม. ขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ให้ กยท.นำไปซื้อน้ำยางสด ยางก้อนถ้วยจากเกษตรกรที่กำลังหารือวิธีการซื้ออยู่ประมาณ 1.8 แสนตัน คิดเป็นยางแห้งประมาณ 9 หมื่นตัน ตามวงเงินที่หน่วยงานรัฐแต่ละแห่งมีวงเงินจัดซื้อยางปี 2561 อยู่แล้ว พร้อมทั้งให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานต่าง ๆ ออกทีโออาร์ในการประมูลงานว่าเอกชนผู้ชนะการประมูลต้องไปซื้อยางจาก กยท.

(3) มาตรการควบคุมปริมาณผลผลิต โดยมีเป้าหมายลดปริมาณผลผลิตทั้งจากภาคเกษตรกรและหน่วยงานรัฐ โดยในส่วนของเกษตรกรกำหนดให้มีแรงจูงใจช่วงเวลาเร่งด่วนไตรมาสแรกปี 2561 ด้วยการสนับสนุนเงินรายละ 4,000 บาท เพื่อโค่นยางและปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้น เช่น ไม้ผล ไม้เพื่อการแปรรูปและอื่น ๆ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ จำนวน 2 แสนไร่ที่ยางออกสู่ตลาด เป็นการลดปลูกยางแบบถาวร

สำหรับหน่วยงานภาครัฐที่มีสวนยางประมาณ 1 แสนไร่ จะร่วมกันหยุดกรีดยาง เพื่อลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 6,780 ตัน ในระยะเวลาช่วงไตรมาสแรกปี 2561

(4) มาตรการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลเห็นชอบแนวทางปฏิบัติการสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ในอัตรา 0.49% ต่อปี

(5) มาตรการชดเชยดอกเบี้ย 3% เพื่อสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยรัฐจะสนับสนุนเงินชดเชยและค่าเบี้ยประกัน ค่าบริหารโครงการแก่สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

(6) มาตรการชดเชยดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิต/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ ปัจจุบันมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 29 ราย และได้รับอนุมัติสินเชื่อเข้าร่วมโครงการ 16 ราย วงเงิน 8,887 ล้านบาท ปริมาณการใช้ยางเพิ่มขึ้น 35,500 ตันต่อปี ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอีกหลายราย ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางในประเทศเพิ่มมากขึ้น

นอกเหนือจาก 6 มาตรการแล้ว ไทยยังได้ร่วมกับ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งมีปริมาณผลผลิตยางกว่า 70% ของผลผลิตทั่วโลก ลดปริมาณการส่งออกยาง โดยที่ประชุมสภาไตรภาคียางพารา (ITRC) มีมติลดปริมาณการส่งออกยางลง 3.5 แสนตัน ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2560-31 มี.ค. 2561 เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา

แยกเป็นไทยลดส่งออก 2.3 แสนตันเศษ อินโดนีเซีย 9.5 หมื่นตันเศษ และมาเลเซีย 2 หมื่นตันเศษ เพราะผลผลิตทั่วโลกมีมากกว่าความต้องการถึง 3.5 แสนตันต่อปี ซึ่ง นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า การลดการส่งออกจะผลักดันราคายางจาก กก.ละ 40 บาท ให้เพิ่มขึ้นเป็น 60 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม มีคำถามตามมาว่า6 มาตรการและการลดปริมาณการส่งออกจะผลักดันราคาขึ้นสู่เป้าหมาย กก.ละ 60 บาทได้จริงหรือไม่ ในเมื่อพื้นที่ปลูกยางพาราที่ผลิตในปัจจุบันเมื่อเทียบกับปี 2553 เพิ่มขึ้นถึง 11.9 ล้านไร่ เฉพาะพื้นที่ปลูกในไทยที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานในปี 2556 มีพื้นที่ปลูก 17.39 ล้านไร่ เพิ่มเป็น 19.22 ล้านไร่ ในปี 2560 แต่ตัวเลข กยท.ที่เกษตรกรทั้งในพื้นที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิมาแจ้งสูงถึง 22 ล้านไร่ ในขณะที่ดาวเทียมจิสด้า ของสำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ตรวจสอบว่ามีถึง 30 ล้านไร่ กยท.จึงได้ให้จิสด้าสำรวจใหม่ เนื่องจาก กยท.ยังจำกัดสิทธิให้เกษตรกรผู้ปลูกยางในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิแจ้งได้ไม่เกินรายละ 25 ไร่

“นอกจากนี้ กลุ่ม 5 เสือผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของไทย ล้วนมีจีนที่เข้ามาร่วมทุ่นแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผยอีกมาก เช่น บริษัท ไทยก๋วงเขิ่น รับเบอร์ บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจจีนยางรายใหญ่ เข้ามาถือหุ้นถึง 59% ในบริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) กลุ่มเต็กบี้ห้างที่มี “ซิโนเค็ม” รัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของจีนเข้ามาฮุบ และผู้ถือหุ้นจากบริษัทจีน สิงคโปร์ เข้ามาถือหุ้นในกลุ่ม 5 เสือ แบบไม่เปิดเผยหรือนอมินีอีกมาก แน่นอนว่าการดึงราคายางขึ้นสูง ย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทแม่ในจีน” แหล่งข่าวระดับสูงใน กยท.กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ”

ถึงแม้ทั่วโลกหรือไทยจะมีพื้นที่ปลูกยางมากขึ้น แต่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2554 ที่ราคายางขึ้นไปสูงเกือบ กก.ละ 200 บาท หลังจากนั้นราคาก็ตกต่ำมาตลอด ยกเว้นช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2560 ที่ราคายางพุ่งขึ้น กก.ละ 100 บาท จากภาวะน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ การกรีดยางในภาคใต้ก็ระส่ำระสาย เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกยางเกือบ 7 ล้านไร่ ที่จ้างคนกรีดยางแล้วแบ่งรายได้กัน ขณะที่ตัวเองรับราชการ เป็นพ่อค้าหรือทำอาชีพอื่น สวนยางเป็นแค่อาชีพเสริม เมื่อราคายางตกต่ำเช่นปัจจุบัน 2 สามีภรรยาที่รับจ้างกรีดจะมีรายได้รวมกันเพียงวันละ 500 บาท ต่ำกว่าค่าแรงวันละ 300 บาท/คน จึงมีการละทิ้งไปทำอาชีพอื่นค่อนข้างมาก ผลผลิตที่ออกมาจึงน้อย ไม่สัมพันธ์กับพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ในขณะที่แผนการโค่นยางเพื่อลดพื้นที่ปลูกยางปีละ 4 แสนไร่ เป็นเวลา 7 ปี จนถึงปี 2564 ที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จตามแผนทุกปี และเกษตรกรจะขอโค่นมากกว่านี้ด้วย

“มั่นใจว่า 6 มาตรการที่ออกมา และการลดปริมาณส่งออกของ3 ประเทศครั้งนี้ จะช่วยดันราคายางในเดือน ม.ค. 2561 นี้ 50 บาท/กก.ขึ้นไปแน่ เพราะคราวนี้รัฐเอาจริง สร้างเสือตัวที่ 6 มารับซื้อแข่งกับกลุ่ม 5 เสือเดิม รวมทั้งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ปลดล็อกการจัดซื้อยางระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนย. กยท. ยางพารา