เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
นับถอยหลัง ‘เลือกตั้งประกันสังคม’ 11 ต.ค.นี้ ‘จุลพันธ์’ ตรวจความพร้อม กางแผนสำรองรับมือน้ำท่วม
News นับถอยหลัง ‘เลือกตั้งประกันสังคม’ 11 ต.ค.นี้ ‘จุลพันธ์’ ตรวจความพร้อม กางแผนสำรองรับมือน้ำท่วม
“โฆษกรัฐบาล“ กระตุก “สสส.”ชี้ งบ4,000 ล้าน เพื่อสุขภาพทุกคน ไม่ใช่ “จัดอบรม-ซื้อโฆษณา”
Politics “โฆษกรัฐบาล“ กระตุก “สสส.”ชี้ งบ4,000 ล้าน เพื่อสุขภาพทุกคน ไม่ใช่ “จัดอบรม-ซื้อโฆษณา”
ปริศนา ! ไวน์การบินไทย ยันงบฯ ซื้อแค่ ปีละ 100 กว่าล้าน
Business ปริศนา ! ไวน์การบินไทย ยันงบฯ ซื้อแค่ ปีละ 100 กว่าล้าน
‘เอกนิติ’ ต้อนรับ ‘จอร์เจียวา’ ไทยหวังสะเทือนโลก ประชุม IMF–World Bank
Finance ‘เอกนิติ’ ต้อนรับ ‘จอร์เจียวา’ ไทยหวังสะเทือนโลก ประชุม IMF–World Bank
พิษน้ำท่วมเปิดแผล ‘ทุเรียนไทย’ ถึงเวลารื้อระบบ ตั้งแต่สวน-ตลาด
Economic พิษน้ำท่วมเปิดแผล ‘ทุเรียนไทย’ ถึงเวลารื้อระบบ ตั้งแต่สวน-ตลาด
ดูทั้งหมด

ป้าเป้ากับพวกรวม 7 คน ศาลอาญาสั่งจำคุก ร่วมชุมนุม 11 สิงหาไล่ล่าทรราช

02 ส.ค. 2565 | 14:13น.
ป้าเป้ากับพวกรวม 7 คน ศาลอาญาจำคุก ร่วมชุมนุม 11 สิงหาไล่ล่าทรราช

ศาลอาญาจำคุก “ป้าเป้า” กับพวกรวม 8 คน ร่วมชุมนุม 11 สิงหาไล่ล่าทรราช ผิดฐานชุมนุมแพร่เชื้อโควิด คนละ 1 ปี ปรับเงินคนละ 20,000 บาท 

วันที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 11.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 713 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีม็อบ 11 สิงหาไล่ล่าทรราช หมายเลขดำ อ.2693/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นางวรวรรณ หรือป้าเป้า แซ่อั้ง อายุ 67 ปี กับพวกรวม 8 คน ประกอบด้วย

  1. นายนพดล สินบุญเชิญ
  2. นายธนา กำพูล
  3. นายเอกณัฏฐ์ สมบัติ ยิ่งวัฒนา
  4. นายวีรวัฒน์ คำภีร์ทูล (หนีประกัน)
  5. นายกฤษณะ มินา
  6. นายปภังกร โพธิ์เจริญ
  7. นายกัณฐกะ พรมโต

ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ โดยมีหรือใช้อาวุธและโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป, ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคนฯ, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 จำเลยทั้งแปดกับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 200 คน ร่วมจัดกิจกรรม “11 สิงหาไล่ล่าทรราช” เพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก ซึ่งมีผู้ร่วมชุมนุม รถยนต์ รถยนต์พร้อมเครื่องขยายเสียง รถจักรยานยนต์ ที่บริเวณถนนราชวิถี วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

โดยมีการลงมาเดินบนถนนทำกิจกรรมเผาหุ่นฟาง กล่าวปราศรัยวิจารณ์รัฐบาลเรื่องจัดหาวัคซีนป้องกันการระบาดโควิด-19 และโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการใช้มาตรการดำเนินการจับกุมและสลายการชุมนุม ซึ่งการรวมกลุ่มลักษณะปิดกั้นการสัญจรไปมา และมีการขว้างปาวัตถุสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนระหว่างที่ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรดังกล่าวมีผลบังคับใช้

จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

โดยในช่วงเช้าวันนี้ นางวรวรรณ หรือป้าเป้า และจำเลยรวม 7 คน มาฟังคำพิพากษาพร้อมกับทนายความ ยกเว้นเพียงนายวีรวัฒน์ จำเลยที่ 5 ซึ่งหลบหนีประกัน

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งหมดได้ร่วมกันชุมนุม หรือทำกิจกรรมของบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19 จึงเป็นการกระทำผิดกฎหมาย มีความผิดตามประกาศการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 9 และ 30

ส่วนข้อหาความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธฯ, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ โดยมีหรือใช้อาวุธและโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ให้ยกฟ้อง

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด-19 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน

อีกทั้งประกอบอาชีพและมีภาระต้องเลี้ยงดูแลครอบครัว บางคนกำลังศึกษาอยู่ จึงอยากให้เอาเป็นบทเรียนและทบทวนตัวเอง โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติ 2 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจำนวน 8 ครั้ง ภายในระยะเวลาที่กำหนด และทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามรายงานมติชน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุม-ม็อบ