ปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์มีความก้าวล้ำและหลากหลาย ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกใช้งานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV (New Energy Vehicle) ที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเทคโนโลยีพลังงานใหม่นั้นหมายถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV หรือ BEV เท่านั้น
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยี NEV เป็นเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย เช่น BEV (Battery Electric Vehicle), HEV (Hybrid Electric Vehicle) และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาและนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในอนาคต
PHEV ตอบโจทย์สมรรถนะ-ความประหยัด และความสะดวกสบาย
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่ง เทคโนโลยียานยนต์ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ รถยนต์ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความประหยัด ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไกลในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว ที่ต้องรอต่อคิวกับการชาร์จตามจุดชาร์จสาธารณะ รถยนต์ PHEV จึงเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับความต้องการ

โดยพื้นฐานแล้ว PHEV เป็นนวัตกรรมที่ผสานข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว จุดเด่นของระบบนี้ คือ การเลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนในช่วงความเร็วต่ำหรือในสภาพการจราจรในเมือง เพื่อความเงียบ ประหยัด และลดการปล่อยมลพิษ ขณะที่เมื่อขับขี่ในช่วงที่ต้องการกำลังมากขึ้น เช่น การเร่งแซงในช่วงความเร็วต่างๆ หรือวิ่งทางไกล ระบบจะสลับไปใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างชาญฉลาด หรือจะขับด้วย EV mode เป็นหลักเพี่อใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ให้มากที่สุดและประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุด

นอกจากนี้ PHEV ยังสามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากแหล่งพลังงานภายนอกได้ เช่น จากที่บ้านในช่วงราคาค่าไฟฟ้าต่ำ (off-peak) ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทั้งยังช่วยขจัดข้อจำกัดของรถ EV ที่อาจกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดกลางทาง เพราะสามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ รวมถึงระบบ EV Mode ที่วิ่งได้เงียบ ประหยัด และปล่อยมลพิษต่ำในเมือง อีกทั้งสามารถใช้พลังงานจากการเบรกกลับมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทาง-ประสิทธิภาพโดยรวม
กล่าวได้ว่า PHEV เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความประหยัด รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถ EV เต็มรูปแบบ แต่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรกับโลกมากยิ่งขึ้น
GWM THAILAND เดินหน้ากลยุทธ์ Multi Powertrains
ในยุคที่โลกยานยนต์เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก GWM THAILAND คือ หนึ่งในแบรนด์ที่แสดงจุดยืนชัดเจน พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะเทคโนโลยี PHEV ที่ GWM ให้ความสำคัญในฐานะหนึ่งในกลยุทธ์หลักของแบรนด์ ควบคู่กับพัฒนา EV และเครื่องยนต์ประเภทอื่นๆ ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในระยะยาว

รถยนต์ PHEV ของ GWM อย่าง HAVAL H6 PHEV ได้รับการออกแบบให้ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างชาญฉลาด มีระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้า 100% ได้ไกลสูงสุดถึง 150 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) ซึ่งไกลที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในเทคโนโลยี PHEV ที่มีอยู่ในตลาดในปัจจุบัน โดยเครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงขับเคลื่อนล้อเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยปั่นไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เพิ่มประสิทธิภาพ ระยะทางในการขับขี่ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและทางไกลได้อย่างลงตัว ทั้งยังให้สมรรถนะสูงควบคู่ไปกับความประหยัด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียด รถยนต์คันนี้ยังโดดเด่นด้านเทคโนโลยีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ที่ล้ำสมัย ซึ่งตามปกติจะอยู่ในรถระดับพรีเมียมแบรนด์เท่านั้น ระบบ Multimedia ระบบ Telematics และระบบแผนที่นำทาง Petal Map ของหัวเหว่ยที่มีความเที่ยงตรง ฉับไว ใช้งานง่าย ด้านความปลอดภัย ซึ่งทาง GWM ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ นั้นมีฟังก์ชันเพื่อรองรับความปลอดภัย เรียกได้ว่าจัดให้มาแบบคุ้มเกินคุ้มและอาจจะใช้กันไม่หมดเลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน GWM ยังเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Multi Powertrains ที่พัฒนารถยนต์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มพลังงาน ได้แก่
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) ได้แก่ GWM ORA Goodcat
- รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ได้แก่ GWM HAVAL H6
- รถยนต์ ไฮบริด (HEV) ได้แก่ GWM HAVAL JOLION, GWM HAVAL H6, GWM TANK 500, GWM TANK 300, GWM POER SAHAR
- รถยนต์ดีเซล (DIESEL) ได้แก่ GWM TANK 500, GWM TANK 300
ข้อเสนอพิเศษฉลอง 4 ปี GWM ในประเทศไทย
เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี HAVAL ในประเทศไทย GWM ขอขอบคุณครอบครัว GWM ทุกท่านด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ยอดนิยม ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ที่รวมความสะดวก ประหยัด และพลังขับเคลื่อนที่ล้ำหน้า กับข้อเสนอ 3 ทางเลือก มูลค่ารวมสูงสุดกว่า 230,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มองหาความผ่อนคลายในการจ่าย ด้วยโปรแกรมช่วยผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน นานสูงสุด 12 เดือน* พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.95% และส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท หรือสายอัปเกรดที่ต้องการเทิร์นรถเก่ามาแลกรถใหม่ รับสิทธิประโยชน์เพิ่มสูงสุดถึง 60,000 บาท ใช้ร่วมกับโปรโมชันหลักได้อย่างคุ้มค่า
หรือผู้ที่วางแผนใช้งานระยะยาว GWM ยังเสนอแพ็กเกจที่รวมบริการดูแลรักษารถยนต์ GWM Pro Service Inclusive (GPSI) ครอบคลุมค่าแรงและอะไหล่สูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กม. พร้อมมูลค่าความคุ้มครองสูงสุด 43,820 บาท และสำหรับรุ่น PHEV ยังแถม GWM Home Charger พร้อมติดตั้งฟรี รวมมูลค่าไม่เกิน 25,000 บาท ทั้งนี้ ทุกแพ็กเกจสามารถเลือกใช้ร่วมกับส่วนลดเงินสดสูงสุดและดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าตั้งแต่วันแรก
- H6 HEV Pro ราคา 929,000 บาท
- H6 PHEV Pro ราคา 1,049,000 บาท
- H6 PHEV Ultra ราคา 1,149,000 บาท

อย่ารอช้า GWM พร้อมมอบสิทธิพิเศษสูงสุดถึง 230,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ภายในระยะเวลาโปรโมชันระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น สัมผัสสมรรถนะและความคุ้มค่าของเทคโนโลยี PHEV ได้แล้ววันนี้ที่ GWM Store ทุกสาขาทั่วประเทศ