AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
ต้องยอมรับว่าประเทศไทยถือเป็นฐานผลิตที่สำคัญโดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ในฐานะฐานผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน จนได้ชื่อว่าเป็น“ดีทรอยต์แห่งเอเชีย”
ค่ายรถยนต์ชั้นนำใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ แลเพื่อการส่งออก สร้างเม็ดเงิน กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยมาช้านาน เรียกว่าค่ายรถยนต์ชั้นนำใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ทั้ง โตโยต้า, อีซูซุ, มิตซูบิชิ, มาสด้า, นิสสัน, ฟอร์ด เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการสูง มีกลุ่มลูกค้าอย่างเหนียวแน่น
จำเป็นอย่างยิ่งที่ค่ายรถต้องพัฒนารถยนต์ให้เหมาะกับความต้องการใช้งานของลูกค้าแล้ว
ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ นำรถยนต์ของตนเองเข้าไปพิสูจน์สมรรถนะการใช้งาน เพื่อเก็บสถิติข้อมูล จุดบกพร่อง จุดแก้ไข เพื่อพัฒนาและปรับโปรดักต์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
นอกจากการทดสอบกันในสภาพภูมิประเทศสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันแล้ว
การนำรถมาร่วมลงในการแข่งขันรายการต่าง ๆ ก็ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการเลือกใช้ ทั้งการแข่งขันทางเรียบ และทางออฟโรด นอกจากการพัฒนาโปรดักต์แล้ว ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ สร้างภาพจำที่ผ่านการพิสูจน์การใช้งานจริง บนสนามแข่งขันจริง
ล่าสุดในรายการแข่งขันแรลลี่ครอสคันทรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย รายการ Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ถือเป็นอีกหนึ่งรายการหลักที่ถูกบรรจุในตารางการแข่งขันของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ใช้เป็นเวทีประกาศศักดา พิสูจน์สมรรถนะอันเหนือชั้น ผ่านรูปแบบการแข่งขันอัน หฤโหดบนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งทางออฟโรด ออนโรด ผ่านป่าเขา ข้ามลำน้ำ อุปสรรคสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ตลอดระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ในสภาพอากาศร้อนชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากพิสูจน์สมรรถนะของรถแล้ว ยังพิสูจน์ทักษะการตัดสินใจของนักแข่งและผู้นำทาง ศักยภาพการทำงานของทีม ตลอดจนความน่าเชื่อถือของรถ
จากจุดสตาร์ตจากเมืองพัทยา ผ่าน จ.ปราจีนบุรี, นครสวรรค์ และกำแพงเพชรเข้าเส้นชัยที่ จ.พิษณุโลก รถเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 79 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 43 คัน และรถจักรยานยนต์ 36 คัน การแข่งขันแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ
ค่ายรถยนต์ปีนี้มีหน้าใหม่ GWM ที่ร่วมทำศึก ท้าชน กับรุ่นพี่อย่าง โตโยต้า, อีซูซุ, ฟอร์ด, มิตซูบิชิ และเพื่อน ๆ ร่วมการแข่งขันจากทีมนักแข่งต่างชาติ
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) เข้าร่วม นำทีมรถกระบะไทรทัน จำนวน 3 คันเข้าร่วม ตั้งเป้าคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2
นำทัพของ “ฮิโรชิ มาซูโอกะ” ผอ.ทีม โดยตั้งเป้าว่าจะร่วมมือกันคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล และรักษาตำแหน่งผู้ชนะนี้ไว้ให้ได้แล้ว
ทีมมิตซูบิชิ ยังต้องการนำองค์ความรู้ที่ได้รับตลอดการแข่งขันในครั้งนี้ไปต่อยอดในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต เช่นเดียวกับออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ด้วย

“โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย” ระดมสรรพกำลังเครือข่ายทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand, ทีมวิศวกรชาวไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด – TMA (TH) และบริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด ร่วมส่งรถยนต์ Hilux TRAVO ลงแข่งขันรวม 3 คัน ลงแข่งขันในรุ่น T1D 2 คัน และรุ่น T2A-D เพื่อร่วมพิสูจน์สมรรถนะรถและคน และถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของโตโยต้า เพื่อเดินหน้าร่วมกันศึกษาเก็บข้อมูลที่สำคัญทุกช่วงเวลาในสภาวะการแข่งขันที่กดดัน และนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งกว่าให้กับผู้ใช้รถคนไทยในอนาคต ตามแนวคิด MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS พัฒนาจากสนามแข่งสู่รถที่ดียิ่งกว่า
ค่ายฟอร์ด ยังคงเดินหน้าเข้าร่วมและมุ่งมั่นในการป้องกันแชมป์ ด้วยการส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนาม 2 คันเพื่อป้องกันแชมป์ภายใต้การสนับสนุนจาก Ford Racing หน่วยงานด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี
ส่วนทีมน้องใหม่ GWM (Thailand) แบรนด์รถจีนรายแรกที่ทำตลาดในไทยเข้าร่วมศึกแรลลี่ครั้งนี้ โดยจับมือกับ EK Group (เอก กรุ๊ป) ภายใต้ทีม GWM EK Group Racing Team พร้อมส่ง GWM TANK 300 ถือเป็นการประกาศจุดยืนครั้งใหม่ของแบรนด์บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่ GWM มุ่งใช้การแข่งขันครั้งนี้เป็นสนามพิสูจน์เทคโนโลยี วิศวกรรม และคุณภาพการผลิตภายใต้สภาพการใช้งานจริงที่หนักหน่วงที่สุด ผ่านเส้นทางครอสคันทรีกว่า 2,000 กิโลเมตรครั้งนี้
สำหรับการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี แรลลี่ 2026 เริ่มต้นขึ้นแล้ว และจะสิ้นสุดการแข่งขันในวันที่ 15 ส.ค. นี้ ที่ จ.พิษณุโลก
รถยนต์จากค่ายรถใดจะพิชิตเส้นทางสุดท้ายครั้งนี้ไปได้ ต้องติดตามกัน
เพราะนอกจากชัยชนะ และความเร้าใจ สะใจที่ได้จากการแข่งขันแล้ว ผลงานจากทีมแข่งต่าง ๆ จะถูกเก็บไปเป็นสถิติในเชิงวิศวกรรม เพื่อการต่อยอด และพัฒนารถยนต์ในเจเนอเรชั่นต่อไป ๆ ให้ผู้ใช้ได้ใช้งานรถยนต์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และดียิ่ง ๆ ขึ้นไป