GWM WEY G9 หรูหรา เหนือระดับ นั่งสบาย
คอลัมน์ : เทสต์ คาร์
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
ถือเป็นรถยนต์ MPV ขนาด 7 ที่นั่งอีกหนึ่งคันที่น่าสนใจ สำหรับ GWM WEY G9 ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV)
ทาง GWM เคลมไว้ว่ารถคันนี้สามารถวิ่งได้กว่า 1,000 กิโลเมตร
จากขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ Permanent-Magnet Synchronous
เกียร์ DHT ให้กำลังสูงสุด 325 kW หรือ 442 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 642 นิวตัน-เมตร
โดยรองรับการขับด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ไกล 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ใช้แบตเตอรี่ Lithium Ternary ความจุ 44.28 kWh และถังน้ำมันขนาด 58 ลิตร
แน่นอนว่าเมื่อเกิดคำถามที่คาใจ ครั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ทดสอบรถคันนี้โดยมุ่งหน้าจากสำนักงานใหญ่ “ประชาชาติธุรกิจ” ย่านประชาชื่น เลือกเส้นทางล่องใต้
โดยกำหนดหมุดหมายตั้งใจลงไปให้ถึงใต้สุด เท่าที่น้ำมัน 1 ถัง และไฟฟ้า 1 ชาร์จ ของรถคันนี้จะทำได้แค่ไหน
หลังจากรับรถจากทีมงาน GWM บนถนนรามอินทรา เปอร์เซ็นต์ไฟในแบตเตอรี่มีอยู่ 96% ส่วนระยะทางที่รถคันนี้จะวิ่งไปได้ตามระยะแจ้งที่หน้าจอ อยู่ที่ 1,049 กิโลเมตร เบนหัวออกจากจุดรับรถ เจอสภาพการจราจร ที่ค่อนข้างหนึบหนับ แต่ไร้ปัญหา แถมรถยังคงความคล่องตัวใช้ได้ มีระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย ระบบเตือนต่าง ๆ ยิ่งทำให้เรามั่นใจ
แวะรับสมาชิกผู้ร่วมเดินทางอีก 3 คน พร้อมสัมภาระ
เรียกว่าทั้ง 4 คนเราจะใช้ชีวิตเดินทางไปกับ WEY G9 คันนี้ ซัดไปกลับยาว ๆ ออกเดินทางเวลา 20.30 น. เลือกปักหมุดหมายไปที่ จ.พัทลุง
เราเลือกเส้นทางวิ่งมุ่งหน้าสู่ถนนพระรามสอง ซึ่งต้องบอกว่า ตลอด 170 กิโลเมตรแรกที่รถคันนี้ทำงานนั้น เป็นการดึงพลังงานจากมอเตอร์และแบตเตอรี่ไฟฟ้ามาใช้ก่อนในโหมด EV
เมื่อแบตเตอรี่ต่ำกว่า 20% รถจะตัดไปที่โหมด HEV แต่เมื่อเราถอนเท้าจากคันแรงพลังงานไฟฟ้าจะถูกกักเก็บมาไว้ที่แบตเตอรี่
ขับยังไงไฟฟ้าก็ไม่หมด ถ้าเราไม่ดื้อให้น้ำมันหมดถังจนเข้าโหมดไฟฟ้า
เราใช้โหมด Normal ด้วยความอัจฉริยะของเทคโนโลยี Hi4 Technology เราไม่ต้องคิดเยอะรถจัดการระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ของเราแล้ว และด้วยโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ iTVC ที่เปลี่ยนแรงบิดของล้อหน้าและหลังตามสถานการณ์การขับขี่ได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น ระบบ Hi4 ให้สมรรถนะของการขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ใช้พลังงานในระดับรถขับเคลื่อน 2 ล้อ
ขับด้วยความเร็วเฉลี่ย 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประคองเท้า-ความเร็วไปกันตลอดระยะทาง วิ่งข้าม จ.เพชรบุรี เข้าสู่ จ.ประจวบฯ ราว ๆ 23.00 น. เสียงที่เบาะกัปตันซีตด้านหลังค่อย ๆ เงียบลงไปตามเวลาที่ล่วงเลย เรียกว่านั่งกันสบายสุด ๆ
ที่ตำแหน่งของเบาะคู่หน้า โดยเฉพาะตำแหน่งของคนขับนั้นถือว่า GWM เซตมาได้ดี นั่งสบาย เพียงแต่จะดีกว่านี้หากเพิ่มฟังก์ชั่นนวดมาเสริมให้ผู้ขับได้ผ่อนคลายบ้าง
แต่โดยรวมถือว่า WEY G9 คันนี้เป็นรถที่ขับดี คุมง่าย แถมการตอบสนองของเครื่องยนต์ค่อนข้างสมูท เรียบเท้า ฟีลลิ่งหลังพวงมาลัยใช้ได้…
เรียกว่าขับกันเพลิน จนลืมเรื่องความใหญ่โตของรถคันนี้
เข้าสู่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ในเวลาเกือบตี 3 แวะพักคน พักรถกันสักงีบ ได้ขอเข้าไปนั่งสัมผัสเบาะนั่งแถวที่สอง ปรับเบาะเอนนอน แบบ Zero-Gravity เปิดเบาะนวดช่วยคลายความเมื่อยล้า เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไป 40 นาที โดยที่เราจอดนิ่ง ๆ เปิดระบบปรับอากาศในรถยนต์ เบาะนวดยังคงทำงานโดยใช้โหมด EV เข้ามาจากไฟฟ้าที่เหลือ 17-20% ช่วยเพิ่มความสบายและความประหยัดได้ดี
ก่อนผ่าน จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช น้ำมันแจ้งเตือนว่าพลังงานใกล้หมด กัดฟันวิ่งต่อไปให้สุด จนถึงเขต อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รอยต่อ จ.พัทลุง กับน้ำมันที่เหลือเป็นเส้นตรงมาพักใหญ่กว่า 30 กิโลเมตร และแบตเตอรี่เหลือ 17% ทำให้เราต้องเบนหัวเข้าเติมน้ำมันเพื่อไปกันต่อ เบ็ดเสร็จเราวิ่งไปทั้งสิ้น 824 กิโลเมตรหย่อน ๆ จากอัตราที่ GWM เคลมไว้เกือบ ๆ 200 กม. ซึ่งถือว่ารับได้ !
โดยเฉพาะความสะดวกสบายตลอดระยะเวลาในการเดินทางกว่า 13 ชั่วโมง ครั้งนี้ถือว่าสอบผ่าน
ส่วนใครที่กำลังมองหารถยนต์ประเภทนี้ไว้ใช้งาน GWM WEY G9 เป็นรถน้ำมันที่ให้ฟีลลิ่งของรถยนต์อีวี มาเต็ม ๆ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
แถมความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารอัดแน่นเหนือระดับ
กับราคาค่าตัวที่ 2,349,000 บาท