กลุ่มยานยนต์ ห่วงนำเข้ารถอีวี ทะลัก 62.58% วอนรัฐเร่งปรับโครงสร้างภาษี สร้างความเป็นธรรม
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เผยยอดผลิตรถยนต์ 7 เดือน ทะลุ 8.34 แสนคัน รถยนต์อีวีผลิตแค่ 47,452 คัน ส่วนทางยอดนำเข้าอีวี ทะลัก 62.54% วอนรัฐเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถอีวี สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตในประเทศ ส่วนปิกอัพยอดขายยังลดลงต่อเนื่องผลจากไฟแนนซ์คุมเข้ม
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยยอดการผลิตรถยนต์ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 2569) พบว่า ผลิตได้ทั้งสิ้น 834,595 คัน ลดลง 0.09% แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 299,878 คัน ลดลง 1.05% หรือคิดเป็น 35.93% ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด
โดยเมื่อแยกประเภท พบว่า รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine (ICE) มีจำนวน 92,184 คัน ลดลง 34.49%, รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มีจำนวน 47,452 คัน เพิ่มขึ้น 73.13%, รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) มีจำนวน 13,980 คัน เพิ่มขึ้น 34.98%, รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle (HEV) มีจำนวน 146,262 คัน เพิ่มขึ้น 17.41%
ส่วนรถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ผลิตได้ทั้งสิ้น 534,717 คัน เพิ่มขึ้น 0.46%

รถกระบะขนาด 1 ตัน ผลิตได้ทั้งสิ้น 524,483 คัน ลดลง 0.51% คิดเป็น 62.84% ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด โดยแบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก มีจำนวนสะสม 87,107 คัน เพิ่มขึ้น 2.56%, รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวนสะสม 327,624 คัน ลดลง 3.10%, รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มีจำนวนสะสม 2,447 คัน เพิ่มขึ้น 1,726.12%, รถกระบะ PPV มีจำนวนสะสม 107,305 คัน เพิ่มขึ้น 3.19%, รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน ถึงมากกว่า 10 ตัน ผลิตได้ 10,234 คัน เพิ่มขึ้น 100.12%
ส่วนยอดผลิตเพื่อการส่งออกนั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 521,840 คัน คิดเป็น 62.53% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 4.97% ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ มีทั้งสิ้น 312,755 เพิ่มขึ้น 9.27% รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวน 42,801 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 32.70

สำหรับยอดขายในเดือนกรกฎาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 20.07% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ขายได้ 20,989 คัน เพิ่มขึ้น 122.08% มีสัดส่วนเป็น 35.46% ของยอดขายทั้งหมด
ขณะที่รถยนต์นั่งสันดาปภายในขายได้แค่ 7,654 คัน ลดลง 34.58% มีสัดส่วน 12.76% ของยอดขายทั้งหมด เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก รถกระบะบรรทุกยังคงขายลดลง 16.22% จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีรายงานว่าสินเชื่อรถยนต์หดตัวร้อยละ 7.8
นายสุรพงษ์ยังได้ย้ำถึงสิ่งที่น่ากังวลมาก ๆ จากยอดขายรถยนต์ 7 เดือนแรกของปี ที่มีจำนวน 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% นั้น เป็นการขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าถึง 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศ มีเพียง 46,924 คัน เท่ากับ 37.42% ของยอดขาย เท่ากับว่ายอดขายที่มีหลักเป็นการขายของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าถึง 62.58%
ดังนั้นกลุ่มจึงมีการเรียกร้องให้มีการพิจารณาในเรื่องภาษี ที่อาจจะไม่เป็นธรรมกับรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยซึ่งมีการจ้างแรงงานคนไทย และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศซึ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตกลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรมกับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ
อีกทั้งในส่วนความน่ากังวลใจอีกเรื่องหนึ่งคือยอดขายรถกระบะ ที่ยังคงขายลดลงเหลือเพียงกว่า 10,000 คัน จากที่เคยขายเดือน 30,000 คัน ลดลงกว่า 60% เป็นผลเพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส ไตรมาสสองของปีนี้เติบโต 1.9% ลดลงจากไตรมาสหนึ่งที่เติบโต 2.8%