ซานี่ ขึ้นเบอร์หนึ่งรถขุด-ตัก 2 ปีซ้อน เทพันล้านยกระดับเซอร์วิส
“ซานี่ ไทยยนต์” ขึ้นแท่นอันดับ 1 สองปีซ้อน กอดส่วนแบ่งตลาด 30.4% เทเพิ่มอีกพันล้านยกระดับบริการหลังขาย
นายยศวัฒน์ เรืองรักษ์ลิขิต ซีอีโอ บริษัท ซานี่ ไทยยนต์ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2564 ถือเป็นอีกปีที่ดีมากเนื่องจากบริษัทประสบความสำเร็จ ผงาดขึ้นแท่นอันดับ 1 รถขุด 2 ปีซ้อนจากยอดขายในปี 2563 ที่กวาดยอดขายกว่า 1,600 คัน และในปี 2564 ยังสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1,840 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 13% มีส่วนแบ่งในตลาดถึง 30.4% จากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย
โดยประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายถึง 7 ประเภท คือ รถขุดขนาดเล็ก, รถขุดขนาดกลาง, รถขุดขนาดใหญ่, รถขุดล้อยาง, รถตักล้อยาง, รถบด และรถเจาะ โดยสินค้าทุกประเภทสามารถตอบทุกโจทย์การใช้งาน อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยสมรรถนะ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทนทาน คุ้มค่า คุ้มราคา
“ปัจจุบันรถขุดซานี่ใช้ระบบ GPS รวมถึงเทคโนโลยี 5G ของจีน ซึ่งเทคโนโลยีของจีนก้าวล้ำกว่าญี่ปุ่นไปค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรที่ไร้คนขับ รวมถึงระบบคอนโทรลที่ใช้ไฟฟ้าเข้ามาควบคุมทำให้ต้นทุนน้ำมันลดลงกว่าเดิม 20-30% เมื่อก่อนคนอาจจะมองว่าผลิตภัณฑ์ของจีนคุณภาพด้อยกว่า แต่ตอนนี้เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยพัฒนาความคุ้มค่ามากขึ้น ทำให้คนไทยตอบรับต่อผลิตภัณฑ์จากจีนเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะแต่วงการเครื่องจักรอย่างเดียว ทั้งรถยนต์ อุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงในยุคนี้เช่นกัน โดยที่ซานี่ฯเองเป็นตัวแทนสินค้าจากประเทศจีนในอันดับต้น ๆ ที่เข้ามาเป็นผู้นำในการทำตลาดในประเทศไทย”
ส่วนนโยบายและเป้าหมายปี 2565 บริษัทจะลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท สำหรับเพิ่มสต๊อกอะไหล่ เพื่อให้ครอบคลุมการบริการ ตามมาตรฐานการบริการหลังการขายของซานี่ไทยยนต์ พร้อมทั้งมีคอลเซ็นเตอร์ 1137 ติดต่อกลับภายใน 1 ชม./ฝ่ายบริการไปถึงหน้างาน 1 วัน/งานบริการทั่วไป จบงานภายใน 3 วัน และงานบริการพิเศษ จบงานภายใน 7 วัน
มั่นใจงานบริการหลังการขาย-อะไหล่แก้ไขปัญหาได้เสร็จทุกเคส สะดวกยิ่งขึ้นด้วย SANY E-vision Application on Mobile ให้ลูกค้าดูแลรถขุดซานี่ง่าย ๆ ผ่านมือถือ ทั้งนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการด้วยการการันตี คุณภาพ มาตรฐาน การบริการเป็นเลิศ
“เราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,000 คัน โดยถือเป็นการตั้งเป้าแบบท้าทายความสามารถของบริษัทอย่างมาก เนื่องจากถือเป็นการเติบโตเกือบ 50% ซึ่งจากเป้าหมายการขายในครั้งนี้ บริษัทได้เตรียมกลยุทธ์ในการสร้างยอดขายไว้ดังนี้ การแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากขึ้น รวมถึงขยายกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น โดยเน้นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม มากด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ราคาประหยัด”
นอกจากนี้ ในส่วนของโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการก็จะมีการขยายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีอยู่ 10 แห่ง ปีนี้จะเพิ่มอีก 10 แห่งในจังหวัดสระบุรี, สกลนคร, จันทบุรี, นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่ และอุบลราชธานี