เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
ดูทั้งหมด

Nothing But Thieves ดนตรีจัดจ้าน โชว์เยี่ยม มาตรฐานสูง มีดีระดับอนาคตของวงการ

06 ส.ค. 2561 | 20:30น.
Music Talk by ท้องฟ้าสีเทา 

สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงและชอบดูคอนเสิร์ต สิ่งที่น่าดีใจมากเป็นพิเศษก็คือการได้ดูคอนเสิร์ตของศิลปินที่ตัวเองชอบในเวลาที่ศิลปินอยู่ในช่วงขาขึ้น และความรู้สึกดีใจแบบนี้เกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง เมื่อได้ดูคอนเสิร์ต Nothing But Thieves Live in Bangkok เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งต้องชื่นชมผู้จัด The Very Company ที่พาวงนี้เข้ามา แม้ว่าวงยังมีแฟนเพลงในบ้านเราไม่มาก

Nothing But Thieves เป็นวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกรุ่นใหม่จากประเทศอังกฤษที่เพิ่งแจ้งเกิดได้ 3-4 ปี เพลงดังที่สุดของพวกเขาคือ If I Get High เพลงช้าเพราะ ๆ ที่มีเสียงร้องโหยหวนเป็นจุดขาย ขณะที่ในผลงาน 2 อัลบั้มของพวกเขาอัดแน่นด้วยเพลงจังหวะกลางถึงเร็วที่ดนตรีหนักแน่นมีสีสันและส่วนผสมที่ได้ยินแล้วตื่นตาตื่นใจมาก 

5 หนุ่ม Nothing But Thieves เป็นวงที่ถูกจับตามองและได้รับคำชื่นชมอย่างมากในเรื่องการแสดงสด พวกเขาเคยแสดงฝีไม้ลายมือในหลายเทศกาลดนตรีใหญ่ ๆ มาแล้ว และก่อนที่จะสร้างชื่อของตัวเองเต็มตัว พวกเขาเคยได้ร่วมทัวร์เป็นวงเปิดให้หลายศิลปินดัง อย่าง Gerard Way, Arcade Fire, George Ezra, Twenty One Pilots รวมถึงวงใหญ่อย่าง Muse

คอนเสิร์ต Nothing But Thieves Live in Bangkok เปิดด้วย 2 วงดนตรีไทย Monomania และ Mattnimare ซึ่งคนดูให้ความสนใจมากใช้ได้เลย ถ้าเทียบกับหลาย ๆ คอนเสิร์ตที่คนดูมักไม่ค่อยสนใจเข้าไปดูวงเปิด

Nothing But Thieves เจ้าของงานขึ้นเวทีในเวลาเกือบ 4 ทุ่มตรง ด้วยเพลง I Just Was A Kid เพลงเร็วมัน ๆ แทร็กเปิดอัลบั้มล่าสุด ตามด้วย Number 13 เพลงจังหวะกระชาก ๆ กับริฟฟ์กีตาร์ที่ชวนให้นึกถึงวง Muse เหลือเกิน (ต้องขออนุญาตเล่าย้อนว่าตอนแรกที่ได้ยินเพลงของ Nothing But Thieves ก็คิดว่า เฮ้ย เสียงร้องไอ้หมอนี่มันคล้าย Matt Bellamy นักร้องนำวง Muse มาก แถมดนตรีก็ยังมีส่วนคล้ายอีก ด้วยความที่ชอบ Muse อยู่แล้วก็เลยทำให้สนใจวงนี้ไปซะง่าย ๆ)

เพลงที่สามกลับไปที่ Wake Up Call ซิงเกิลจากอัลบั้มแรกที่จังหวะชวนโยกสุด ๆ บวกกับเมโลดี้สวย ๆ เนื้อร้องติดหู ที่คนดูช่วยร้องดังกระหึ่ม แล้วตามด้วย Hostage เพลงเท่ ๆ ที่สีสันจัดจ้านและมีหลายอารมณ์ในเพลงเดียว

ผ่านไปถึง 4 เพลงกว่าที่คอเนอร์ (Conor Mason) นักร้องนำจะเป็นตัวแทนเพื่อนร่วมวงกล่าวทักทายเอาอกเอาใจแฟนเพลง ประมาณว่า “ไม่คิดว่าวงเราจะมาไกลขนาดนี้ ได้มาเล่นในประเทศที่สวยงามและเจ๋งมาก เพิ่งผ่านไปแป๊บเดียวก็รักพวกคุณซะแล้ว”  พอได้ยินแบบนี้แฟน ๆ ก็กรี๊ดกันใหญ่

หลังจากพูดคุยทักทายกันก็เข้าสู่เซตที่สอง เริ่มด้วย Soda จากอัลบั้มล่าสุด เป็นเพลงช้าเพลงแรกของโชว์ ต่อเนื่องด้วย Graveyard Whistling เพลงช้าทำนองเรื่อย ๆ จากอัลบั้มแรก ที่นำมาแสดงสดต่อเนื่องกันได้อย่างลงตัว ด้วยความที่เป็นเพลงช้าไม่ชวนโยก และเจ้าหนุ่มคอเนอร์สะกดคนดูด้วยเสียงร้องอันน่าทึ่ง (ซึ่งก็น่าทึ่งแทบทุกเพลง) เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่คนดูค่อนข้างตั้งใจฟังกันอย่างนิ่ง ๆ

ผ่าน 2 เพลงช้า เริ่มกลับสู่ความสนุกด้วย Broken Machine ไตเติลแทร็กของอัลบั้มล่าสุด เพลงที่จังหวะชวนโยกหัวดีมาก ๆ แล้วเพิ่มดีกรีขึ้นไปสู่ความดุเดือดพุ่งพล่านในเพลง I’m Not Made by Design แล้วต่อด้วย Live Like Animals อีกเพลงที่แสดงให้เห็นว่าวงนี้ทำเพลงได้หลากหลายและทำอะไรก็ออกมาดีไปหมด จากนั้นเบรกจังหวะลงด้วย Particles เพลงช้าดนตรีเข้มข้น ซึ่งคอเนอร์ก็โชว์เสียงสู้กับดนตรีได้ “ถึง” อีกเช่นเคย

ตามมาด้วย Trip Switch เพลงจังหวะกลาง-เร็วชวนสะบัดหัว เป็นเพลงที่ติดหูตั้งแต่ฟังในอัลบั้ม ยิ่งพอได้ดูพวกเขาแสดงสดเยี่ยม ๆ ต่อหน้า บอกเลยว่ายังติดหูมาจนถึงวันนี้ คนดูร้อง “Down, down, down, down, down” กันดังลั่น แล้วมันกันต่อเนื่องด้วย Ban All The Music เพลงเท่ ๆ จากอัลบั้มแรก เป็นการสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างกีตาร์เสียงแตก ๆ กับเสียงร้องสูง ๆ ที่ร้องแบบไปเรื่อย ไร้ขอบเขต …โอ้โห ทั้งเสียงกีตาร์และเสียงร้องไม่มีใครแพ้ใครชนะ แต่เป็นชัยชนะของคนดูไปเต็ม ๆ

จากพาร์ตดุเดือด มาสู่ช่วงท้ายด้วยเพลงช้า If I Get High เพลงดังที่สุดของพวกเขา ที่ลดความเข้มข้นของดนตรีลงเพื่อโชว์เมโลดี้สวย ๆ และเสียงร้องโหยหวน แล้วค่อยปะทุแตกในช่วงท้าย ด้วยความที่เป็นเพลงดังและเป็นเพลงช้า ไม่ต้องกระโดดโลดเต้น แฟน ๆ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอกันเต็ม แล้วก็กลับไปมันกันต่อด้วย Sorry เพลงที่ตัดเป็นซิงเกิลสองของอัลบั้มล่าสุด แฟน ๆ ช่วยกันร้องดังสนั่น ท้ายเพลงคอเนอร์บอก “Thank you so much, Bangkok”  แล้วเสียงดนตรีก็เงียบพร้อมกับแสงไฟดับลง

คนดูช่วยกันตะโกนและปรบมืออังกอร์อยู่ประมาณ 3 นาที ทั้ง 5 หนุ่มกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง มอบเพลงเศร้า Lover Please Stay ให้ฟัง เป็นอีกเพลงที่คอเนอร์ร้องได้น่าขนลุกมาก ไม่รู้ว่าคนดูตกตะลึงหรือว่าเข้าโหมดเศร้าอยู่ แต่จบเพลงนี้รู้สึกว่านิ่งเงียบเหมือนตายกันไปแล้วครึ่งฮอล

จะปล่อยให้โชว์จบไปด้วยอารมณ์ไม่บันเทิงอย่างนั้นไม่ได้ พวกเขาพูดคุยอีกเล็กน้อยก่อนจะมอบความมันระดับ 6 ดาวให้คนดูอีก 2 เพลงคือ Itch และ Amsterdam ค่อยร่ำลากันไปแบบ very happy ending

คอนเสิร์ตนี้ทำให้นึกถึงสุภาษิตที่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ไม่ว่าจะเป็นคำด่าหรือคำชม ใครร่ำลืออะไรมา เราต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง การพิสูจน์ไม่ได้แปลว่าเราไม่เชื่อ แต่ในเมื่อเราเชื่อ มันก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่ดีที่เราจะไปดูสิ่งดี ๆ ด้วยตาตัวเอง 

Nothing But Thieves เป็นคนหนุ่มฝีมือดี ไอเดียเจ๋ง ทำเพลงมีสีสันชวนหลงใหลมาก ซึ่งอันนั้นเป็นเรื่องของความสามารถและรสนิยมทางดนตรีของวง แต่ที่ถือเป็นความโชคดีของพวกเขาก็คือการมีคอเนอร์เป็นนักร้องนำ ซึ่งคอเนอร์เองก็โชคดีที่ได้รับเสียงนี้มา ที่บอกว่าเป็น “โชค” ก็เพราะว่า เสียงเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด คุณอาจจะขยันฝึกวิธีการร้องเพลงได้ แต่คุณเปลี่ยนเนื้อเสียงที่ติดตัวมาไม่ได้ และเสียงแบบนี้บวกกับทักษะการร้องที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ไปได้ทุกทิศทาง มันจึงลงตัวและส่งเสริมดนตรีของวง เพราะไอเดียการทำดนตรีไม่ถูกจำกัด ไม่ต้องกลัวว่าทำดนตรีไปไกลแล้วเสียงร้องจะไปไม่ได้ 

การมีเพลงดีเป็นต้นทุนที่ทำให้มีชัยไปครึ่งหนึ่งแล้ว และเมื่อเพลงดี ๆ ถูกนำมาเล่นอย่าง “ถึง” และไม่มีอะไรบกพร่อง มันจึงเป็นคอนเสิร์ตที่ดีมาก เป็นการแสดงสดที่ไม่มีเพลงไหนเป็นไฮไลต์เลย เพราะมาตรฐานดีเท่ากันทุกเพลง ซึ่งนี่ก็ชวนให้นึกถึงมาตรฐานการแสดงสูงปรี๊ดของวง Muse (อีกแล้ว)

ถ้าจะมีที่ตินิดหน่อย (เป็นทั้งคำติและคำชม) ก็ตรงที่พวกเขาเล่นกันนิ่ง ไม่ลีลา ไม่ท่าเยอะ ถ้าเทียบกับสีสันและความเท่ของเพลงที่ทำกันมาเอื้อให้วงสามารถ “แอกต์” หรือ “โชว์เท่” ได้มากกว่านี้เยอะ

การโชว์นิ่ง ๆ จะว่าดีก็ดีที่ไม่เยอะ ไม่น่ารำคาญ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าศิลปินที่รู้จักแอ็กติ้ง พรีเซนต์แคแร็กเตอร์จัด ๆ มักจะสร้างตัวตน สร้างการจดจำได้มากกว่า และประสบความสำเร็จโด่งดังมากกว่า

ในเรื่องความสามารถ Nothing But Thieves “ดีเยี่ยม” ระดับเป็นความหวังเป็นอนาคตของวงการเพลงร็อกได้เลย ถ้าพวกเขาจะสร้างภาพลักษณ์ให้โดดเด่นจัดจ้านขึ้นอีก ก็น่าจะเป็นแรงส่งให้ไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก