เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
ไฮไลท์ประชาชาติ ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
Biz Movement DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
Economic กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
Politics ‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
Politics ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
Economic หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ไทยเตรียมโชว์ Soft Power เกษตรที่ญี่ปุ่น เชื่อมภูมิปัญญา-เทคโนโลยี-ความยั่งยืน
Economic ไทยเตรียมโชว์ Soft Power เกษตรที่ญี่ปุ่น เชื่อมภูมิปัญญา-เทคโนโลยี-ความยั่งยืน
กสิกรไทยชู ‘Team of Thailand’ แก้โตเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดแข่งขันติดท็อป 20 โลก
Finance กสิกรไทยชู ‘Team of Thailand’ แก้โตเหลื่อมล้ำ-เพิ่มขีดแข่งขันติดท็อป 20 โลก
ดูทั้งหมด

ปตท.สผ.พร้อมลงทุน เก็บคาร์บอนใต้อ่าวไทย ช่วยลดโลกร้อน

07 ต.ค. 2566 | 17:00น.
ปตท.สผ.พร้อมลงทุน เก็บคาร์บอนใต้อ่าวไทย ช่วยลดโลกร้อน

เครือ ปตท. และเอสซีจี เผยกลยุทธ์และแผนลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 และ 2050 ตามลำดับ  โดย ปตท.สผ.พร้อมลงทุนกว่าหมื่นล้านเพื่อกักเก็บคาร์บอนใต้พื้นทะเลในอ่าวไทย หากได้รับความชัดเจนด้านกฎระเบียบและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวในงานสัมมนาของการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2023) ว่า ขณะนี้โลกได้ก้าวไปถึงทางแยกสำคัญที่ต้องเลือกระหว่างการเข้าสู่วิกฤติทางสภาพภูมิอากาศโลก กับการเดินเข้าสู่สภาวะความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยปัจจุบันเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture & Storage: CCS) ถือว่าพิสูจน์แล้วว่ามีความเป็นไปได้และมีโครงการ CCS เกิดขึ้นมากกว่า 300 โครงการทั่วโลก

ในส่วนของประเทศไทย หากจะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้ได้ตามเป้าหมาย จะต้องลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนให้ได้ถึง 40 ล้านปี ซึ่งถือว่าเรื่องที่ไม่ง่าย เพราะถ้าเทียบกับการปลูกป่า  1 ล้านไร่ จะสามารถลดปริมาณคาร์บอนได้เพียง 1-2 ล้านตันต่อปี

ดังนั้น ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานที่ปราศจากคาร์บอน ปตท.สผ.จึงมีโครงการทดลองกักเก็บคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอาทิตย์ในอ่าวไทย โดยมีเป้าหมายกักเก็บคาร์บอน  1 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2027 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 300-400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการนี้ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และมีผู้ร่วมทุนจากต่างประเทศ จึงอยากให้ภาครัฐมีการกำหนดกลไกทางด้านคาร์บอนเครดิต หรือภาษีคาร์บอน รวมถึงกฎระเบียบที่ชัดเจนในการติดตาม ตรวจสอบคาร์บอนที่กักเก็บ และภาระผูกพันต่าง ๆ ที่จะเอื้อให้โครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้

นายชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารความยั่งยืน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี กล่าวว่า กรอบทางด้านกฎหมายและสิทธิประโยชน์มีความสำคัญมาก ที่จะช่วยให้ประเทศและภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนความท้าทายที่มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นโอกาสได้

ยกตัวอย่างเช่น นอร์เวย์มีโครงการ Northern Lights เพื่อรองรับการกักเก็บคาร์บอนจากประเทศในสหภาพยุโรป หรือกฎหมายการปรับลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act) ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทุนจำนวนมหาศาลสู่สหรัฐฯ

ในส่วนของเอสซีจีตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายในปี 2030 จากระดับของปี 2020 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่มากกว่าเป้าหมายของประเทศไทยและไม่เป็นภาระต่อภาพรวม

“เมื่อวานนี้ก็ได้บอกท่านนายกรัฐมนตรีว่า การเติบโตต่อไปนี้ต้องมาจากธุรกิจที่เติบโต แต่คาร์บอนลดลง” ผู้บริหารเอสซีจี กล่าว

ด้าน นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยต้องการจะบรรลุเป้า Net Zero ภายในปี 2050 จะต้องทำ 3 อย่าง                    ให้สำเร็จคือ 1) เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนจาก 17% เป็น 50% 2) เพิ่มสัดส่วนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจาก 10% เป็น 30% และ 3) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 30% ภายในปี 2037

ในส่วนของกลุ่ม ปตท.ตั้งแต่ปี 2020 ถึงปัจจุบันได้ลงทุนไปแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท ในธุรกิจพลังงานเพื่ออนาคตและอื่น ๆ เช่น การกักเก็บพลังงาน ธุรกิจบนห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ฯลฯ โดยมีเป้าหมายการเติบโตจากธุรกิจสีเขียว (Green Growth) และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 15% ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่ปล่อยอยู่รวม 10 ล้านตันต่อปี

เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2040 และ Net Zero ภายในปี 2050 กลุ่ม ปตท.มีกลยุทธ์ “3  เร่ง” ประกอบด้วย 1) เร่งปรับกระบวนการผลิต 2) เร่งเปลี่ยนธุรกิจสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3) เร่งปลูกป่าให้ได้เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านไร่ จากที่เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ปตท.ได้ปลูกป่าไปแล้ว 1 ล้านไร่ ซึ่งช่วยลดปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศได้รวม 32 ล้านตัน

“การใช้พลังงานมีส่วนทำให้โลกนี้ร้อนขึ้นอย่างน้อย 70% ของทั้งหมด แต่วันนี้ก๊าซและน้ำมันยังจำเป็น และกว่าจะลดได้อาจจะเลยปี 2030 หรือ 2040 ไปแล้ว” ผู้บริหาร ปตท.กล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่สังคมไร้คาร์บอน

การประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2023) นี้ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6-7 ตุลาคม 2566 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน “SX Sustainability Expo 2023” มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

มาร่วมเปลี่ยนโลก เพื่อสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า Good Balance, Better World ภายใต้มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 ตุลาคม  2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G และ LG งานนี้เข้าชมฟรี!