เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
ดูทั้งหมด

บลจ.กรุงศรี คัดสรร SSF/RMF/Thai ESG ตอบโจทย์แนวโน้มเศรษฐกิจ

13 ธ.ค. 2567 | 17:08น.
บลจ.กรุงศรี คัดสรร SSF/RMF/Thai ESG ตอบโจทย์แนวโน้มเศรษฐกิจ

นางสุภาพร  ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า คาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย IMF ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้าไว้ที่ประมาณ 3.2% และความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอยู่ในระดับต่ำ ส่วนปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อตลาดในช่วงนี้คือ ดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลดลง และนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก”

“สำหรับตลาดหุ้นโลก ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และ ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าในปีนี้ผลกำไรจะเติบโต 9% และในปีหน้าจะเติบโต 12% โดยการเติบโตนี้ไม่จำกัดเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี แต่กระจายไปยังหลายอุตสาหกรรม”

“ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ตอบรับในเชิงบวกจากนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะการปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 21% สู่ 15% ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบทางธุรกิจ ในขณะที่การขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน แคนาดา และเม็กซิโก อาจส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ยังคงเป็นขาลง โดยคาดว่า FED จะดำเนินการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่อาจเป็นการปรับลดในอัตราที่ชะลอลง”

“เศรษฐกิจไทยในปีนี้ ธปท. คาดการณ์ว่าจะเติบโตที่ 2.7% และโต 2.9% ในปีหน้า โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือผลกระทบจากนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกดดันต่อภาคการส่งออกและการลงทุนในประเทศไทย เช่น นักลงทุนต่างชาติอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจน ขณะเดียวกันดอกเบี้ยนโยบายไทยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีก ส่งผลให้ผลตอบแทนจากพันธบัตรไทยลดลง ขณะที่ผลตอบแทนจากพันธบัตรสหรัฐในช่วงนี้กลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดกังวลว่านโยบายของนายทรัมป์จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อ และจะส่งผลให้เฟดลดดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาด ซึ่งเป็นทิศทางที่สวนทางกันอย่างชัดเจน โดยบลจ.กรุงศรี มองว่า ธปท. มีแนวโน้มที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 1-3 ครั้งภายในปีหน้า จนอยู่ในช่วง 1.50% – 2.00%”

“สำหรับการลงทุนระยะยาวในกองทุนลดหย่อนภาษี นอกจากการพิจารณาปัจจัยต่างๆดังกล่าวแล้ว ควรให้ความสำคัญกับแนวโน้มการลงทุนระยะยาวและการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น ตราสารหนี้ กองทุนผสม และหุ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี”

“บลจ.กรุงศรี มีกองทุนลดหย่อนภาษีแนะนำที่ตอบโจทย์การลงทุน  โดยกองทุนที่แนะนำสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเสี่ยงสูง ได้แก่ กองทุน KFAFIXSSF และ KFAFIXRMF ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางทั้งภาครัฐและหุ้นกู้เอกชนไทย ด้วยกลยุทธ์ Active Management ที่ยืดหยุ่นสูง มีการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ระยะสั้นและชนะเงินเฟ้อ  นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยนโยบายในหลายประเทศทั่วโลกที่เข้าสู่ช่วงขาลงโดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งช่วยกระตุ้นการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงกองทุน KFSINCRMF กับ KFSINCFXRMF ที่กระจายลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลกผ่านกองทุนของ PIMCO ที่ใช้กลยุทธ์ Income Strategy ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอของผลตอบแทน  ผสมผสานการลงทุนระหว่างตราสารหนี้คุณภาพสูงและตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน  

“หากรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น กองทุนหุ้นไทยแบบ Passive Fund อย่างกองทุนKFS100SSF และ KFS100RMF ที่จะเติบโตไปตามดัชนีหุ้น SET100 และการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเงินทุนของกองทุนวายุภักษ์ ความชัดเจนทางการเมือง รวมถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หากใครต้องการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศขอแนะนำ กองทุน KFGBRANSSF และ KFGBRANRMF ที่ลงทุนในหุ้นแบรนด์สินค้าที่มี Brand Loyalty สูงจากฐานลูกค้าทั่วโลก มีเเนวโน้มของรายได้ที่สม่ำเสมอ เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสุขภาพ และเทคโนโลยี  ถือเป็นหุ้นสไตล์ defensive stock ที่ทนทานต่อความผันผวนได้ดี แม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว”  ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุน เช่น Microsoft, SAP, Visa, Accenture, Aon เป็นต้น (ที่มา: Morgan Stanley Investment Management ณ 31 ส.ค. 67)”

“กองทุนผสม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว มีการปรับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามสถานการณ์ เช่น กลุ่มKF1 SSF/RMF ที่เน้นลงทุนในประเทศเป็นหลัก และใช้มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มกรุงศรี ในการจัดพอร์ตและปรับพอร์ตอย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ตลาด  โดยมี 3 คู่กองทุนให้เลือกตามเป้าหมายผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่รับได้ ได้แก่ KF1MILDSSF และ KF1MILDRMF เน้นลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก มีความผันผวนต่ำ KF1MEANSSF และ KF1MEANRMF กระจายลงทุนในตราสารหนี้, หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือกในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน  KF1MAXSSF และ KF1MAXRMF เน้นลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกมากกว่าตราสารหนี้ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้น”

“นอกจากนี้ยังมีกองทุน Thai ESG เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนที่ไม่ต้องการถือกองทุนนาน หรือผู้ที่ลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณจนเต็มวงเงินลดหย่อนภาษีแล้ว ก็สามารถพิจารณาลงทุนเพื่อใช้สิทธิ์ภาษีเพิ่มได้เนื่องจากกองทุน Thai ESG มีวงเงินลดหย่อนที่แยกออกมาต่างหากอีก 300,000 บาท ได้แก่ กองทุน KFGBTHAIESG เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และกองทุน KFTHAIESG ที่ลงทุนในหุ้น ESG ในดัชนี SETESG ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่าง passive และ active management (โดยสัดส่วน90% ลงทุนตามดัชนี SETESG และ 10% ใช้กลยุทธ์เชิงรุก) มีให้เลือกลงทุนทั้ง KFTHAIESGD ที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล และKFTHAIESGA ที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผล”

“บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่า SSF/RMF และ Thai ESG ที่แนะนำได้คัดสรรมาแล้วว่าเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนระยะยาวของผู้ที่ไม่ได้ต้องการเพียงสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเดียว แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนด้วยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีศักยภาพการเติบโตของพอร์ตการลงทุนพร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะกับทุกช่วงเศรษฐกิจ” นางสุภาพร กล่าว

นอกจากนี้เมื่อลงทุนใน SSF/ RMF / Thai ESG ของ บลจ.กรุงศรี ที่ร่วมรายการรวมตลอดทั้งปีจนถึง 30 ธันวาคมนี้ จะได้รับหน่วยลงทุน KFCASH-A มูลค่า 100 บาทต่อยอดเงินลงทุนสะสมทุกๆ 50,000 บาทตามเงื่อนไขที่กำหนด

สอบถามเพิ่มเติมพร้อมขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่บลจ.กรุงศรี โทร. 02-657-5757 หรือ www.krungsriasset.com  หรือ ติดต่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรุงศรี